การฉีด ฟิลเลอร์ปาก เป็นหนึ่งในหัตถการที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถช่วยเปลี่ยนริมฝีปากที่ดำคล้ำให้มีสีที่อ่อนลงได้ พร้อมฟื้นบำรุงริมฝีปากที่แห้ง หรือตกร่อง ให้กลับมาชุ่มชื้น เรียบเนียน และปากฉ่ำวาวได้ทันที หรือสำหรับคนที่อยากปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยงามมากขึ้น การฉีด ฟิลเลอร์ปาก ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
สำหรับใครที่สนใจทำหัตถการนี้อยู่ แล้วอยากศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เดอะริทซ์คลินิก (THE RITZ CLINIC) ได้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการฉีด ฟิลเลอร์ปาก มาให้แล้ว พร้อมรีวิวฉีด ฟิลเลอร์ปาก ในรูปทรงต่าง ๆ มีภาพเปรียบเทียบก่อนทำและหลังทำ จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย!
ฉีด ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร การฉีด ฟิลเลอร์ปาก (Lips Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มในกลุ่มไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ HA Filler ” เข้าไปที่บริเวณริมฝีปาก โดย HA Filler จะมีคุณสมบัติคงตัวอยู่ใต้ชั้นผิวและอุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจึงสามารถช่วยปรับขนาดโครงสร้างของริมฝีปาก เพิ่มเนื้อปากให้ปากดูอวบอิ่มขึ้น เติมเต็มร่องปากให้ตื้นขึ้น พร้อมกับบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นได้ในคราวเดียว
ฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไรบ้าง บำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น หมดกังวลเรื่องปากแห้ง ปากเป็นร่อง ทาลิปสติกแล้วไม่สวย ปรับขนาดโครงสร้างของริมฝีปากให้สวยงาม มีสัดส่วนที่สมดุลเท่ากันทั้ง 2 ข้าง ปรับรูปทรงปากให้สวยงามตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ปากทรงกระจับ ปากสายฝอ หรือปากเกาหลี เติมเนื้อริมฝีปาก แก้ปัญหาสำหรับคนที่มีริมฝีปากบางเกินไป ทั้งจากการเป็นแต่กำเนิด หรือผลข้างเคียงจากการที่ทำศัลยกรรมตัดปากบางมากเกินไป แก้ปัญหามุมปากตกจนทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง โดยการฉีดฟิลเลอร์ยกมุมปากขึ้นและทำให้เป็นรูปปากยิ้มแทน การฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใคร การฉีดฟิลเลอร์ปากไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้ที่ต้องการริมฝีปากอวบอิ่มสายฝอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ไขจุดบกพร่องและปรับโครงสร้างใบหน้าส่วนล่างให้สมดุลยิ่งขึ้น โดยกลุ่มที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก ได้แก่
ผู้ที่มีริมฝีปากบางโดยกำเนิด: คนที่มีเนื้อปากน้อยทั้งริมฝีปากบนและล่าง จนทำให้ใบหน้าดูขาดมิติ การเติมฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ปากดูอิ่มเอิบและสมส่วนขึ้น ผู้ที่มีปัญหารูปปากไม่เท่ากันหรือมุมปากตก: สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากสองข้างไม่สมมาตร หรือมีปัญหามุมปากคว่ำลงทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึงหรือดูเศร้าหมอง แพทย์สามารถใช้เทคนิคการฉีดเพื่อยกมุมปาก (Lip Lift) ให้ใบหน้าดูหวานและเป็นมิตรขึ้นได้ ผู้ที่ต้องการปรับทรงปากให้เข้ากับบุคลิก: เช่น การปั้นทรงปากกระจับ เพื่อให้หน้าดูอ่อนเยาว์และละมุนขึ้น หรือการปรับทรงปากให้ชัดและอวบอิ่มแบบตะวันตก เพื่อความเซ็กซี่และโฉบเฉี่ยว ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกบนริมฝีปาก: เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนที่ริมฝีปากจะลดลงทำให้เกิดริ้วรอยย่นและปากดูแห้งกร้าน การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มร่องลึกและคืนความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากกลับมาเรียบเนียน ดูสุขภาพดี ผู้ที่ต้องการทาลิปสติกให้สวยขึ้น: การมีพื้นฐานรูปปากที่ชัดเจน มีขอบปากและกระจับที่สวยงาม จะช่วยให้การทาลิปสติกง่ายขึ้นและออกมาสวยคมชัดกว่าเดิม ฉีด ฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม HA Filler เป็นสารที่สร้างขึ้นเลียนแบบสารธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ จึงสามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกายของเรา ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้น้อยมาก ๆ
นอกจากนี้ HA Filler ยังเป็นสารเติมเต็มที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) และ อย. ของประเทศไทย แล้วว่า สามารถนำมาใช้ฉีดปรับรูปหน้าได้โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เนื่องจากร่างกายสามารถสร้างเอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดส (Hyaluronidase) มาสลายฟิลเลอร์ได้เอง ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายไป ไม่มีการตกค้างในร่างกาย
ถ้าหากเลือกทำ ฟิลเลอร์ปาก กับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ เลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้ ฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้อง และใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับจุดที่ฉีด ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้เกิดอันตรายแน่นอน
3 รูปทรง ฟิลเลอร์ปาก ยอดฮิต
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าการเติม ฟิลเลอร์ปาก สามารถปรับรูปทรงปากเป็นทรงอะไรได้บ้างนั้น THE RITZ CLINIC มี 3 รูปทรง ฟิลเลอร์ปาก ยอดฮิตที่คนนิยมทำกันมาฝาก แต่ละทรงจะมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วรูปปากทรงไหนที่เหมาะกับคุณ ไปดูกันเลย
Sexy Kysse : รูปทรงปากสายฝอแบบตะวันตก ริมฝีปากจะดูเต็ม อิ่มฟู มีความอวบอิ่ม โดยจะมีขนาดริมฝีปากบนและล่างในสัดส่วน 1:1 Classy Kysse : ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปทรงปากสวยธรรมชาติ โดยทรงปากจะมีลักษณะปากบนบางกว่าปากล่างในสัดส่วนที่พอดี Cherry Kysse : รูปทรงปากกระจับตามสไตล์เกาหลี ริมฝีปากบนมีความโค้งเรียวสวยคล้ายกับลูกเชอร์รี่ และริมฝีปากล่างอวบอิ่ม จัดเป็นรูปทรงปากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี? ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยและเส้นประสาทจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นจุดเด่นกลางใบหน้าที่สังเกตเห็นได้ง่าย การเลือกคลินิกสำหรับฉีดฟิลเลอร์ปากจึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยควรใช้เกณฑ์การตัดสินใจดังนี้
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องมีความเข้าใจในกายวิภาคของริมฝีปากอย่างลึกซึ้ง และมีศิลปะในการออกแบบทรงปาก เพราะการฉีดปากไม่ใช่แค่การเติมให้เต็ม แต่ต้องปั้นทรงให้รับกับรูปหน้า ไม่เป็นก้อน และไม่ดูบวมเจ่อจนผิดธรรมชาติ เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ตรวจสอบได้ คลินิกที่ได้มาตรฐานต้องใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น (เช่น Restylane Kysse, Juvederm Volift ฯลฯ) ซึ่งก่อนฉีดแพทย์ควรแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้า และสามารถนำเลข Lot หรือ QR Code ไปตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตได้ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการอักเสบหรือการไหลย้อยของฟิลเลอร์ปลอม ความสะอาดและมาตรฐานของสถานพยาบาล สถานที่ให้บริการต้องเป็นคลินิกที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง มีความสะอาด ปลอดเชื้อ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ควรดูรีวิวที่เป็นเคสจริง (ไม่ใช่เพียงรูปนางแบบโฆษณา) โดยเฉพาะรีวิวที่เป็นวิดีโอหรือไลฟ์สด เพื่อให้เห็นการขยับของปากที่เป็นธรรมชาติขณะพูดหรือยิ้ม รวมถึงดู Feedback เรื่องการบวมช้ำและการดูแลหลังทำของคลินิกนั้นๆ ร่วมด้วย ทำไมต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากที่ THE RITZ CLINIC การฉีด ฟิลเลอร์ปาก จะต้องเลือกทำกับแพทย์มีความเชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์อย่างมาก เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ และฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถึงแม้ว่าสารเติมเต็มในกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิดจะมีความปลอดภัย สามารถสลายได้เองโดยที่ไม่ตกค้างในร่างกาย แต่ถ้าหากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดเข้าเส้นเลือด ก็อาจทำให้เป็นอันตรายได้
สำหรับใครที่ไม่รู้จะทำ ฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี ให้ THE RITZ CLINIC เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เราพร้อมที่จะดูแลคุณด้วยมาตรการ 5 ข้อต่อไปนี้
ดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และชำนาญการด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ ได้มาตรฐาน นำเข้ามาอย่างถูกต้อง ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งจากอเมริกา ยุโรป และไทย (U.S. FDA, TH-FDA, CE) จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย มีผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ให้เลือกใช้หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ตอบโจทย์สภาพผิวและรูปหน้าของคนไข้ได้อย่างครอบคลุม การันตีในผลลัพธ์ว่าคุณจะต้องพึงพอใจ มีการติดตามผลลัพธ์หลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการเกิดความมั่นใจและยังมีการเปรียบ การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีด ฟิลเลอร์ปาก สำหรับใครที่ดูรีวิวฉีด ฟิลเลอร์ปาก ของเราแล้วสนใจที่จะเติม ฟิลเลอร์ปาก ปรับรูปทรงปากให้อวบอิ่ม สามารถนัดหมายเข้ามาพบคุณหมอได้ทุกสาขาของ THE RITZ CLINIC เลย และเพื่อให้สามารถทำหัตถการได้ แนะนำให้เตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ดังนี้
ก่อนทำ 3-7 วันควรงดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาละลายลิ่มเลือด และวิตามิน ก่อนทำ 1 วันควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนทำ 1 วัน ควรงดการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด รวมไปถึงควรเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าสัมผัสความร้อน อย่างการซาวน่า ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เป็นต้น หากมีโรคประจำตัว หรือมีอาการของผิวหนังอักเสบบริเวณที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำหัตถการ
ขั้นตอนการฉีด ฟิลเลอร์ปาก แพทย์จะประเมินสภาพของริมฝีปากก่อนเพื่อดูว่าการเติม ฟิลเลอร์ปาก สามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่คนไข้กังวลได้ไหม หากประเมินแล้วว่าสามารถแก้ไขด้วยฟิลเลอร์ได้ แพทย์จะแจ้งปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ และเตรียมผิวบริเวณริมฝีปากให้เรียบร้อยโดยการฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีดและรอบ ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แล้วทำการฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อบรรเทาอาการเจ็บขณะทำหัตถการ หลังจากนั้นจะฉีดฟิลเลอร์ตามแผนการรักษาที่วางไว้ ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อได้ โดยในวันที่รับบริการ แพทย์จะแนะนำให้กลับไปนอนพัก และหมั่นประคบเย็นบริเวณที่ฉีดทุก ๆ 1 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวม การดูแลตัวเองหลังฉีด ฟิลเลอร์ปาก ให้ประคบเย็นด้วยแผ่นเจล หรือผ้าห่อน้ำแข็ง ประมาณ 10 นาที ทุก ๆ ชั่วโมง ในวันที่เข้ารับบริการ หลังฉีดอาจพบอาการเขียวช้ำหรือบวมแดงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสในบริเวณจุดที่ฉีด หลังจากนั้นประมาณ 2-3 วันอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง หลีกเลี่ยงให้บริเวณจุดที่ฉีดฟิลเลอร์สัมผัสกับความร้อนทุกชนิด อย่าง การตากแดด การออกกำลังกายกลางแจ้ง การซาวน่า เป็นต้น ให้เลี่ยงการขยับผิวในจุดที่ฉีดในช่วง 3 วันแรก เพราะอาจทำให้สารเติมเต็มเคลื่อนตัวจนอยู่ผิดตำแหน่งได้ ควรดื่มน้ำมาก ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดคงสภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น หากมีอาการปวด สามารถกินยาแก้ปวดได้ งดแต่งหน้า งดทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ AHA หรือวิตามินซีภายใน 24 ชั่วโมง งดรับประทานอาหารรสจัด ของดิบ และของแสลงตามที่แพทย์แนะนำ ฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานกี่เดือน การฉีด ฟิลเลอร์ปาก จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่ใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังฉีด ถ้าหากเราดูแลริมฝีปากของตัวเองดี หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร้อนจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และหมั่นทาลิปสติกบำรุงริมฝีปากเป็นประจำ ก็จะช่วยชะลอการสลายของฟิลเลอร์ และทำให้อยู่ได้นานขึ้น
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้จากการฉีด ฟิลเลอร์ปาก ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการฉีด ฟิลเลอร์ปาก มีดังนี้
อาจมีผื่น หรือจุดแดงบริเวณรอยเข็มที่ฉีดฟิลเลอร์ อาการปวดหลังฉีดฟิลเลอร์ สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ เป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไป เกิดจากการที่ฟิลเลอร์มีการกักเก็บน้ำใต้ผิวและดูดน้ำจากบริเวณรอบ ๆ จนทำให้ผิวดูฟูกว่าปกติ ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ฉีด ฟิลเลอร์ปาก แล้วเป็นก้อน อาจเกิดจากใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไป หรือเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณปาก หรือฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ อาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือเกิดการอักเสบ จะมีลักษณะเป็นก้อนบวมนูน ผิวแดง และรู้สึกปวดมาก หากมีอาการดังกล่าวจะต้องรีบไปแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที
ฟิลเลอร์ปาก ควรฉีดกี่ CC ปริมาณที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ปากจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากต้องการฉีดฟิลเลอร์เพื่อบำรุงริมฝีปาก ใช้ฟิลเลอร์ 1 CC ก็เพียงพอ แต่สำหรับคนที่ต้องการปรับรูปทรงปากให้อวบอิ่มมากขึ้นตามสไตล์สายฝอ ก็อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ถึง 2 CC
ฉีด ฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่ ราคาการฉีด ฟิลเลอร์ปาก จะขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยการฉีด ฟิลเลอร์ปาก ที่ THE RITZ CLINIC ราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท* สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ที่ THE RITZ CLINIC ทุกสาขา ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จองคิวออนไลน์ได้เลยที่ Instagram : THERITZCLINIC.OFFICIAL หรือ Line OA: @theritzclinic หรือ Facebook Inbox: THE RITZ หรือโทรศัพท์ 088-892-2666
*ราคา โปรโมชันฉีดฟิลเลอร์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมก่อนสั่งซื้อแพ็กเกจ
เลือก ฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี สำหรับฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มผิวในปัจจุบันจะมียี่ห้อให้เลือกมากมาย และในแต่ละยี่ห้อก็ยังจะมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นรุ่นย่อยให้เลือกลงไปอีก ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้หลายคนสงสัยว่า แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วควรจะเริ่มต้นเลือกจากยี่ห้อไหนดี
ในส่วนนี้ THE RITZ CLINIC จะขอแนะนำ ฟิลเลอร์ปาก 3 ยี่ห้อหลักที่ อย.ไทย รับรอง และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างที่น่าสนใจดังนี้
1. Restylane เป็นผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แบรนด์แรกของโลกที่พัฒนาขึ้นจากประเทศสวีเดน มีการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด ยี่ห้อนี้มีการนำเข้าโดยบริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด และในปัจจุบันก็ยังมีการพัฒนารุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
โดยรุ่นฟิลเลอร์ที่แนะนำให้มาฉีดปากก็คือ Restylane KYSSE เป็นรุ่นที่ผลิตมาเพื่อฉีดบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะ เนื้อละเอียดมีความคงตัว มีความปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 12 เดือน
2. Juvederm เป็นฟิลเลอร์จากอเมริกาที่ได้รับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยแล้วทั้งจาก อย. อเมริกา และ อย. ไทย นำเข้าโดยบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ยี่ห้อนี้จะมีการผสมยาชามาเรียบร้อย ช่วยให้ไม่รู้สึกเจ็บเวลาฉีด สามารถนำไปใช้ได้กับทุกจุดบนใบหน้า และเป็นหนึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูง โดยรุ่นที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ได้แก่
Juvederm Vobella : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็ก และละเอียดที่สุด สามารถนำมาเติมเต็มบริเวณที่ต้องการให้เรียบเนียนขึ้นอย่างเช่นปาก หรือหน้าผากได้ Juvederm Volift : เนื้อฟิลเลอร์จะมีความนิ่มและละเอียด นิยมนำมาฉีดบริเวณที่มีปัญหาไม่ลึกมาก เช่น ร่องแก้ม แก้มตอบ ร่องน้ำหมาก ปาก
3. Belotero เป็นฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดย บริษัท เมิร์ซ เฮลธ์ แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะมีความน่าสนใจตรงที่ใช้ Cohesive Polydensified Matrix (CPM) ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษในการผลิตทำให้ฟิลเลอร์มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้น
รุ่นที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือ Belotero Intense (กล่องสีชมพู) จะมีเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้แก้ปัญหาร่องลึกมาก ๆ อย่างร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือใช้เติม ฟิลเลอร์ปาก ได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ปาก 1. ฉีด ฟิลเลอร์ปาก กี่วันถึงจะหายบวม หลังจากฉีด ฟิลเลอร์ปาก แล้ว อาจมีอาการบวมเข็มประมาณ 7-14 วัน ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ถ้าหากครบ 14 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
2. ฟิลเลอร์ปาก สลายเองได้ไหม HA Filler ที่นำมาใช้ฉีดบริเวณปาก สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัย ไม่ตกค้างในร่างกาย
3. ฟิลเลอร์ปาก เจ็บไหม เนื่องจากบริเวณริมฝีปากเป็นจุดที่เนื้ออ่อนและบอบบาง ในระหว่างที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อยได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนทำหัตถการ จะมีการแปะยาชาก่อน ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บลงได้มาก
4. ฉีด ฟิลเลอร์ปาก กี่วันทาลิปได้ หลังจากฉีด ฟิลเลอร์ปาก ครบ 1 วันแล้ว สามารถทาลิิปสติกได้ตามปกติ แต่ในช่วง 2 สัปดาห์แรก แนะนำให้เลือกใช้ลิปสติกที่เช็ดทำความสะอาดง่ายไปก่อน เพื่อลดการกระทบกระเทือนเวลาที่ทำความสะอาด
5. ฉีด ฟิลเลอร์ปาก เป็นก้อนเกิดจากอะไร แก้ไขได้ไหม การฉีด ฟิลเลอร์ปาก แล้วเป็นก้อน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น แพทย์มีประสบการณ์ไม่มากพอ หรือเลือกใช้รุ่นฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะกับบริเวณปาก เนื้อฟิลเลอร์มีความแข็งเกินไป ทำให้ดูเป็นก้อนเวลาที่ขยับริมฝีปาก สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลาย ซึ่งถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ก็จะสลายออกได้ 100% ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย
6. ฉีด ฟิลเลอร์ปาก ช่วยเรื่องปากคล้ำได้หรือไม่ การฉีด ฟิลเลอร์ปาก ไม่ได้ช่วยปรับสีผิวบริเวณริมฝีปากโดยตรง แต่จะทำให้เนื้อริมฝีปากดูเต่งตึงและอวบอิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยให้สีของริมฝีปากดูกระจ่างใสขึ้นได้
7. ทำปากกระจับ ทำปากบางมา สามารถฉีด ฟิลเลอร์ปาก ได้ไหม สำหรับผู้ที่ทำศัลยกรรมปากกระจับ หรือศัลยกรรมปากบางมาแล้วต้องการฉีด ฟิลเลอร์ปาก สามารถทำได้ แต่จะต้องพักฟื้นให้แผลผ่าตัดหายดีก่อน
8. ฟิลเลอร์ปากควรฉีดกี่ CC เริ่มต้นที่ 1 – 2 CC แต่ในคนที่อยากได้ริมฝีปากสายฝอ ริมฝีปากหนา ๆ ก็สามารถฉีดเพิ่มมากกว่านั้นได้
9. ฟิลเลอร์ปากราคากี่บาท THE RITZ CLINIC ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ปากราคาเท่ากันทุกยี่ห้อ เริ่มต้นที่ 14,900 บาท ต่อ 1 CC
10. ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานกี่เดือน อยู่ได้นานประมาณ 6 – 18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และรุ่นฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ รวมถึงการดูแลริมฝีปากของแต่ละบุคคลด้วย
11. ฟิลเลอร์ปาก จูบได้ไหม ควรงดการจูบ 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน ป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว หรือทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้
12. ฉีดฟิลเลอร์ปากห้ามกินอะไรบ้าง หลังจากที่ฟิลเลอร์เข้าที่แล้ว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร้อนจัด เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้เร็วขึ้น
13. ฟิลเลอร์ปากฉีดได้บ่อยแค่ไหน หากฟิลเลอร์เริ่มสลายแล้ว ก็สามารถเติมใหม่ได้ แต่สำหรับใครที่ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วไม่พอใจ ต้องการที่จะฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเข้าไปอีก จะต้องเว้นระยะห่างประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ต่อการฉีดตำแหน่งเดิม
14. ฟิลเลอร์ตัวไหนเหมาะกับการฉีดปาก จะต้องเลือกรุ่นที่เนื้อฟิลเลอร์มีความนิ่ม ละเอียด และคงตัวได้ดี เช่น Restylane KYSSE ที่เป็นรุ่นที่ผลิตมาเพื่อฉีดบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะ หรือ Juvederm Vobella ที่มีเนื้อฟิลเลอร์นิ่ม มีโมเลกุลขนาดเล็ก และละเอียดที่สุดในยี่ห้อ Juvederm เป็นต้น
15. ฟิลเลอร์ปากกี่วันดูดหลอดได้ งดการใช้หลอดดูดน้ำประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์เคลื่อนที่จนทำให้ริมฝีปากเสียรูปทรง
16. ฉีดฟิลเลอร์ปากต้องนวดไหม หลังจากแพทย์ฉีดฟิลเลอร์ปากจนได้รูปทรงที่ต้องการแล้ว ให้งดการนวด กด หรือสัมผัสแรง ๆ ที่ริมฝีปาก 2 – 3 สัปดาห์ เพื่อรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่ก่อน ป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่จนทำให้ริมฝีปากเสียรูปทรง
สรุปเรื่อง ฟิลเลอร์ปาก จะเห็นได้ว่า การฉีด ฟิลเลอร์ปาก เป็นหนึ่งในวิธีดูแลริมฝีปากที่มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะสามารถแก้ไขปัญหาริมฝีปากแห้ง ริมฝีปากเป็นร่อง เป็นขุย ที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคนได้ รวมถึงช่วยปรับโครงสร้างริมฝีปากให้มีสัดส่วนที่สมดุล และสวยงามขึ้นได้ ถ้าหากคุณต้องการที่จะมีรอยยิ้มที่สวยงาม ริมฝีปากอวบอิ่มฉ่ำวาวมีสุขภาพดี การฉีด ฟิลเลอร์ปาก นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างดี ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก: Healthline , Web MD , Vogue