Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

โบท็อกซ์เกาหลีดีไหม

โบท็อกซ์เกาหลีดีไหม มียี่ห้ออะไรบ้าง ต่างจากโบท็อกซ์อเมริกาอย่างไร

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การดูแลรูปร่างหน้าตาให้ดูดีอยู่เสมอเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ และหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยก็คือการฉีดโบท็อกซ์ โดยเฉพาะโบท็อกซ์เกาหลีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปเจาะลึกว่าโบท็อกซ์จากเกาหลีนั้นดีจริงไหม มีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจ และมีความแตกต่างจากโบท็อกซ์อเมริกาอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

โปรแกรมโบท็อกซ์เกาหลีคืออะไร?

โปรแกรมโบท็อกซ์เกาหลี คือ การใช้สาร Botulinum Toxin Type A ที่ผลิตและพัฒนาในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อวัตถุประสงค์ทางความงามเป็นหลัก เช่น การลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า การปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก หรือลดขนาดกล้ามเนื้อในบริเวณต่างๆ 

โบท็อกซ์จากเกาหลีมักถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่เหมาะกับลักษณะผิวและโครงสร้างใบหน้าของคนเอเชีย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์จากฝั่งตะวันตกบางยี่ห้อ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย

โบท็อกซ์เกาหลีฉีดจุดไหนได้บ้าง?

โบท็อกซ์เกาหลีมีความหลากหลายในการใช้งาน สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งเพื่อแก้ไขปัญหาความงามที่แตกต่างกันออกไป โดยจุดที่นิยมฉีด ได้แก่

  • การฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า
  • ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หรือรอยขมวดคิ้ว
  • ริ้วรอยรอบดวงตา หรือที่เรียกว่ารอยตีนกา
  • การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์กราม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง
  • การลิฟต์กรอบหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูกระชับ คมชัดยิ่งขึ้น
  • การลดขนาดปีกจมูก หรือรัดแกนจมูกให้ดูเล็กลง
  • การลดเหงื่อบริเวณโบท็อกซ์รักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
  • การลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง หรือต้นแขนให้ดูเล็กลง

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ของเกาหลี

การเลือกใช้โบท็อกซ์จากเกาหลีมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ราคาที่เข้าถึงง่าย : โดยทั่วไปโบท็อกซ์เกาหลีมักมีราคาที่ย่อมเยากว่าเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์จากอเมริกาหรือยุโรป ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น
  • เห็นผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว : หลายยี่ห้อของโบท็อกซ์เกาหลีถูกออกแบบมาให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างไว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ในเวลาอันสั้น
  • ความเป็นธรรมชาติ : พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์โครงสร้างใบหน้าของคนเอเชีย ทำให้ผลลัพธ์หลังการฉีดมักจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึงจนเกินไป
  • ความปลอดภัย : โบท็อกซ์เกาหลีหลายยี่ห้อได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) ทั้งในประเทศเกาหลีใต้และประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งถึงความปลอดภัย

โบท็อกซ์เกาหลีที่ผ่าน อย. ไทย มียี่ห้ออะไรบ้าง?

ยี่ห้อโบท็อกซ์เกาหลีที่ผ่าน อย. ไทย

Alt Text : ยี่ห้อโบท็อกซ์เกาหลีที่ผ่าน อย. ไทย

ในตลาดความงามของไทย มีโบท็อกซ์เกาหลีหลายยี่ห้อที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัย โดยยี่ห้อที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีในคลินิกเสริมความงามชั้นนำ มีดังนี้

1. Nabota

โบท็อกซ์ Nabota (นาโบตะ) เป็นหนึ่งในยี่ห้อโบท็อกซ์เกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ผลิตโดยบริษัท Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้ จุดเด่นของ Nabota คือเทคโนโลยีการผลิตที่เรียกว่า HI-PURE Technology ซึ่งทำให้ได้ตัวยาที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการดื้อยาได้ดี นอกจากนี้ Nabota ยังเป็นโบท็อกซ์เกาหลียี่ห้อเดียวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ทำให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นิยมใช้เพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และเห็นผลลัพธ์ค่อนข้างเร็ว

2. Aestox

Aestox (เอสท็อกซ์) เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อโบท็อกซ์จากเกาหลีที่น่าสนใจ ผลิตโดยบริษัท Hunoins Global และมีการวิจัยและพัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชในประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับคนไทย มีความบริสุทธิ์ของตัวยาสูงถึง 99.5% ช่วยลดความเสี่ยงในการดื้อยา เน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ตึงจนเกินไป เหมาะสำหรับการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และลดเหงื่อ

3. Hugel

Hugel Toxin (ฮูเจลท็อกซิน) เป็นโบท็อกซ์จากบริษัท Hugel Inc. ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งจาก KFDA (อย.เกาหลี) และ อย.ไทย มีความบริสุทธิ์ของตัวยาที่ค่อนข้างสูง เน้นเรื่องการเห็นผลที่รวดเร็วในการลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า แต่อาจจะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่สั้นกว่าบางยี่ห้อเล็กน้อย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน

4. Neuronox

Neuronox (นิวโรน็อกซ์) ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. จากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการผลิต Botulinum Toxin จุดเด่นของ Neuronox คือการใช้สายพันธุ์ดั้งเดิม (Original Strain) ที่ชื่อว่า Hall A Hyper ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับโบท็อกซ์ Allergan ของอเมริกา ทำให้มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และให้ผลลัพธ์ในการออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างรวดเร็ว นิยมใช้ในการลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า

โบท็อกซ์เกาหลีแตกต่างจากโบท็อกซ์อเมริกาอย่างไร?

โบท็อกซ์เกาหลีแตกต่างจากโบท็อกซ์อเมริกาอย่างไร

แม้ว่าทั้งโบท็อกซ์เกาหลีและโบท็อกซ์อเมริกา (โดยส่วนใหญ่หมายถึงยี่ห้อ Allergan) จะเป็นสาร Botulinum Toxin Type A เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดบางประการ เช่น กระบวนการผลิต ความบริสุทธิ์ของโปรตีน ขนาดโมเลกุล การกระจายตัวของยา และราคา 

โดยทั่วไป โบท็อกซ์อเมริกามักถูกมองว่าเป็นต้นแบบ มีงานวิจัยรองรับยาวนาน มีความบริสุทธิ์สูง ทำให้โอกาสในการดื้อยาน้อย และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ค่อนข้างคงที่ และอยู่ได้นานกว่า (ประมาณ 6-8 เดือน) แต่ก็มีราคาสูงกว่า 

ส่วนโบท็อกซ์เกาหลีหลายยี่ห้อก็มีคุณภาพสูงเช่นกัน พัฒนามาให้เห็นผลเร็ว มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนเอเชีย ระยะเวลาการออกฤทธิ์โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4-6 เดือน ทั้งนี้ การตัดสินใจว่าโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิว งบประมาณ และความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สรุปบทความ

โบท็อกซ์เกาหลีถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือแก้ไขปัญหาความงามอื่นๆ ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และมีหลายยี่ห้อที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย.ไทย อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้โบท็อกซ์ยี่ห้อใด ควรพิจารณาจากความเหมาะสมกับปัญหาของตนเอง งบประมาณ และที่สำคัญคือการเลือกคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำ โปรแกรมโบท็อกซ์หน้าเรียว หรือลดริ้วรอย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และอย่าลืมศึกษาข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

ที่ THE RITZ CLINIC เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาและบริการโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์เกาหลี รวมถึงยี่ห้อชั้นนำอื่นๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมั่นใจในความปลอดภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้ามาปรึกษาได้เลยที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ