Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ตอบหมดเปลือก ฉีดโบท็อกหน้าผากคืออะไร

โบท็อกหน้าผาก ฉีดตรงจุดไหนบ้าง ใช้กี่ยูนิต เมื่อไหร่ถึงจะเห็นผล

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ตอบหมดเปลือก ฉีดโบท็อกหน้าผากคืออะไร

ปัจจุบันนี้หลาย ๆ คนเจอกับปัญหาหน้าผากที่เกิดริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อเราอายุมากขึ้นจะเห็นริ้วรอยชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก ในความจริงแล้วสามารถแก้ได้หลายวิธี ซึ่งอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจยอดฮิตในตอนนี้ คือ ฉีดโบท็อกหน้าผาก เพราะได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้น แต่หลายคนอาจกำลังกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ ก่อนฉีดโบท็อกควรรู้อะไรบ้าง เพราะหลายคนอ่านเจอข่าวที่คนไข้ไปรักษาแล้วหน้าเบี้ยว จนเกิดกระเเสโจมตีทำให้เกิดความวิตกกังวล ในบทความนี้ได้รวบรวมคำตอบที่ทุกคนสงสัยมาให้แล้ว

ฉีดโบท็อกหน้าผากคืออะไร

ฉีดโบท็อกหน้าผาก คือ การนำโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ที่นำมาใช้ในการเสริมความงาม เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะไปออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ส่งผลให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อที่หดเกร็งบนหน้าผาก และมัดกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลงชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยบนหน้าผากกระชับขึ้น ซึ่งริ้วรอยจะลดลงไปหลังจากฉีดโบท็อกหน้าผาก เมื่อเราย่นหน้าผาก เลิกคิ้ว หรือแสดงสีหน้า จะไม่เกิดริ้วรอยขึ้นมาให้เห็น และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวรบนหน้าผากที่จะเกิดขึ้นเพิ่มในอนาคตอีกด้วย 

 โบท็อกหน้าผากอันตรายไหม

การฉีดโบท็อกหน้าผากไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด เพราะหลายคนเจอข่าวไม่ค่อยดี ขยับหน้าไม่ได้ ซึ่งถ้าหากใช้โบท็อกในปริมาณที่เหมาะสมและฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ผลลัพธ์จะออกมาดี แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกิน ฉีดโบท็อกปลอมเข้าไป หรือไม่ได้ฉีดกับแพทย์โดยตรง จะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติและเกิดอันตรายดังกล่าวได้

โบท็อกหน้าผาก ฉีดตรงจุดไหนบ้าง

การฉีดโบท็อกหน้าผาก จะฉีด 2 ตำแหน่งหลัก ๆ ได้แก่ ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก โดยเฉพาะตรงบริเวณที่มีรอยย่นในเวลาที่เลิกคิ้ว หรือขมวดคิ้ว และฉีดที่บริเวณรอยย่นระหว่างคิ้ว เพื่อช่วยให้ริ้วรอยบริเวณนั้นตื้นขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องลึกตามมา

โบท็อกหน้าผาก ฉีดกี่ยูนิต

ฉีดโบท็อกบริเวณกล้ามเนื้อหน้าผาก จะใช้โบท็อกประมาณ 20 – 30 ยูนิต และฉีดบริเวณรอยย่นระหว่างคิ้วประมาณ 6 – 15 ยูนิต รวมกันแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 ยูนิต ต่อการฉีด 1 ครั้ง ทั้งนี้ปริมาณโบท็อกที่ใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับลักษณะริ้วรอยว่ามีเยอะมากแค่ไหน และการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา

เมื่อฉีดไปแล้วจะทำให้หน้าผากไม่มีริ้วรอย ดูเป็นธรรมชาติ หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าฉีดในปริมาณที่มากเกิน จะส่งผลให้หน้าผากดูตึงไม่เป็นธรรมชาติ ขยับใบหน้าลำบาก อีกทั้งยังทำให้คิ้วตกและหนังตาตกได้

ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีเลขที่อนุญาตติดหน้าคลินิกอย่างชัดเจน แพทย์มีความชำนาญที่จะประเมินปริมาณสารโบท็อกให้เหมาะสมกับปริมาณริ้วรอยบนหน้าผาก และสามารถตรวจสอบได้ว่าโบท็อกที่ทำการฉีดเข้าไปเป็นของแท้ ผ่าน อย. ไทย ไม่มีการนำเข้ามาหรือหิ้วเข้ามาแบบผิดกฎหมาย เพราะจะไม่ปลอดภัยต่อคนไข้ ทั้งนี้จะต้องให้แพทย์เป็นผู้ฉีดให้เท่านั้น ห้ามให้ผู้ช่วยแพทย์มาฉีดให้ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่อาจเกินจากการเข้ารับการรักษา

ฉีดโบท็อกหน้าผากกี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อกหน้าผากกี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อกหน้าผากจะลดริ้วรอยได้ดี ผิวจะเริ่มตึงขึ้นใน 3-4 วัน และหลังจากฉีดแล้ว 7-14 วัน จะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเต็มที่ โดยระยะเวลาของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ฉีด วิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น และเมื่อโบท็อกหน้าผากหมดฤทธิ์แล้ว สามารถฉีดเพิ่มได้เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่เรื่อย ๆ 

สิ่งที่ควรทำหลังฉีดโบท็อกหน้าผากเพื่อให้ได้ผลดี

หลังจากฉีดโบท็อกหน้าผากแล้ว ควรที่จะขยับเกร็งกล้ามเนื้อที่ฉีดแล้วทันทีประมาณ 1-2 ครั้ง และมีการบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมดที่ฉีดประมาณ 30 นาที จะทำให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปไม่ให้กระจายไปในบริเวณอื่นที่เราไม่ต้องการให้โบท็อกออกฤทธิ์

ใครเหมาะกับฉีดโบท็อกหน้าผาก

การฉีดโบท็อกหน้าผากจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาทางด้านความงาม ดังนี้

  • ผู้ที่เห็นริ้วรอยหน้าผากถึงแม้จะไม่แสดงสีหน้า รวมทั้งผู้ที่เห็นริ้วรอยหน้าผากเมื่อแสดงสีหน้า
  • ผู้ที่กล้ามเนื้อระหว่างคิ้วเกร็งทำให้ดูเหมือนขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา 
  • ผู้ที่มีรอยตีนกาเวลาที่ยิ้มหรือแสดงสีหน้า และเมื่อเวลาผ่านไปริ้วรอยที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียความมั่นใจในตัวเอง 

หลายคนมักคิดว่าริ้วรอยเหล่านี้สามารถหมั่นทาครีมบำรุงเพื่อช่วยลดริ้วรอยได้ แต่จะไม่นิยมเท่าไหร่นัก เพราะใช้เวลานานและผลลัพธ์ที่ได้ไม่ชัดเจน หากต้องการให้ริ้วรอยบนหน้าผากหายเร็วขึ้น การฉีดโบท็อกหน้าผากจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ มีความเหมาะสม สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้รูขุมขนกระชับมากขึ้น ผิวหน้าเรียบเนียน ใบหน้ามีความอ่อนเยาว์ดูเป็นธรรมชาติ

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกหน้าผาก

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกหน้าผาก มีขั้นตอนการดูแลง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ดังนี้

  • หลังจากฉีดโบท็อกหน้าผากมาแล้ว ควรที่จะมีการขยับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากโดยทันที เป็นการยักคิ้วไปมาใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที จะทำให้ยาที่ฉีดเข้าไปกระจายได้ทั่วกล้ามเนื้อหน้าผาก หากไม่ขยับตัวยาโบท็อกนี้จะกระจุกรวมอยู่ที่เดียว ทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าที่ควร
  • หลังจากฉีดแล้วคนไข้ห้ามนอนราบ ห้ามนอนตะแคง และห้ามก้มหน้า 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากจะทำให้โบท็อกที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนไปอยู่บริเวณอื่น ๆ เพราะเลือดไหลเวียนบริเวณหน้ามากกว่าปกติ
  • ในช่วงแรกหลังฉีดโบท็อก ให้หลีกเลี่ยงการโดดแสงแดดแรง ดูแลตัวเองด้วยการทาครีมกันแดดอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน เช่น การรับประทานอาหารอยู่หน้าเตาร้อน ๆ ห้ามทำซาวน่า ห้ามใช้น้ำอุ่นล้างหน้า งดการเลเซอร์หน้าในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังทำหัตถการมา
  • งดการออกกำลังกายที่ใช้แรง เช่น การเต้นแอโรบิก ดึงข้อ ยกน้ำหนัก โยคะ เป็นเวลา 1 วันหลังฉีด แนะนำให้ออกกำลังกายเบา ๆ แทนไปก่อน
  • งดการสูบบุหรี่ เพราะตัวโบท็อกที่ฉีดเข้าไปจะทำให้สลายตัวได้ไวกว่าเดิม
  • งดการกด การนวด หรือถูบริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้สารกระจายไปยังกล้ามเนื้ออื่น
  • สามารถใช้ครีมบำรุงหน้า ทำความสะอาดใบหน้าได้ตามปกติ แต่จะห้ามสัมผัสแรงเกินไป
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดอาหารหมักดอง งดอาหารที่มีรสเผ็ดจัดเป็นเวลา 14 วัน
  • หากพบอาการแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหลังการรักษา ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยทันที

สรุปเกี่ยวกับฉีดโบท็อกหน้าผาก

สรุปบทความ

ฉีดโบท็อกหน้าผาก เป็นอีกหนึ่งหัตถการยอดนิยมในไทย ที่สามารถช่วยลดปัญหารอยย่นและริ้วรอยบนหน้าผากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลไว้ใช้เวลาไม่นาน มีความปลอดภัยสูง ไม่มีความเสี่ยงที่อันตราย หากเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ จะสามารถคำนวณปริมาณโบท็อกได้เหมาะสมกับผู้รับบริการ 

ก่อนเข้ารับบริการ ขอแนะนำให้ผู้ที่ประสงค์เข้ารับหัตถการทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำหัตถการให้ดีก่อน จะสามารถช่วยลดความกังวลในข้อสงสัยต่าง ๆ ได้ดี และหากสนใจอยากขอรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัตถการต่าง ๆ ก็สามารถสอบถามที่ทาง THE RITZ CLINIC ได้ฟรี เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมตอบทุกปัญหาให้คนไข้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมบริการอย่างเต็มที่สำหรับทุกท่านอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ