ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับคนจำนวนมาก เพราะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ดูมีอายุ และขาดความสดใส ทำให้ส่งผลต่อความมั่นใจของเรา บทความนี้ THE RITZ CLINIC จึงได้รวบรวมวิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ทำได้จริงมาไว้ให้ทุกคนแล้ว จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปดูกันได้เลย!
ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากอะไร
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข เราควรมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดริ้วรอยใต้ตาเสียก่อน เพราะการเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้จัดการกับปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดริ้วรอยใต้ตา ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินน้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- พันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยใต้ตาเร็วกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม
- การนอนหลับไม่เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ผิวไม่ได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
- ความเครียด ความเครียดทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง
- แสงแดด รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
- การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า การขยี้ตา การยิ้ม การหรี่ตา ทำให้เกิดรอยย่นสะสม
- ภาวะขาดน้ำ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะดูเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- อาหารที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชัน ซึ่งทำลายคอลลาเจนและส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
รวม 5 วิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ได้ผลจริง
เคล็ดลับลดเลือนริ้วรอยใต้ตาที่ได้ผลจริง มีดังนี้
1. ปรับพฤติกรรมการนอน เพื่อลดรอยย่นใต้ตา

การนอนหลับคือกระบวนการสำคัญที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง ช่วงเวลาที่นอนหลับเป็นช่วงที่ผิวสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมตัวเองจากความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน การปรับพฤติกรรมการนอนจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดรอยย่นใต้ตาได้ ดังนี้
นอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
การนอนไม่เพียงพอทำให้ผิวผลิตคอร์ติซอลมากขึ้น ซึ่งทำลายคอลลาเจนและทำให้เกิดริ้วรอย
นอนหงายให้มากขึ้น
การนอนคว่ำหรือนอนตะแคงจะทำให้ใบหน้ากดทับกับหมอน จนอาจเกิดรอยย่นสะสมเมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า
ใช้หมอนที่สูงพอประมาณ
จะช่วยป้องกันการสะสมของของเหลวใต้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุของใต้ตาบวมได้
ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
แสงสีฟ้าจากจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์จะรบกวนการนอนหลับและกระบวนการฟื้นฟูผิว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ก่อนนอนจะดีที่สุด
2. อาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยลดริ้วรอยใต้ตา

อาหารที่รับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพผิว ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงสามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้จากภายใน
อาหารที่มีโอเมก้า-3 สูง
เช่น ปลาแซลมอน เมล็ดเจีย วอลนัท จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวและลดการอักเสบ
ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
เช่น ส้ม กีวี พริกหวาน บรอกโคลี มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
อาหารที่มีวิตามินอีสูง
เช่น อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน อะโวคาโด ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
อาหารที่มีไลโคปีนสูง
เช่น มะเขือเทศ แตงโม ส้มโอสีชมพู จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน)
ช่วยลดการเกิดริ้วรอยและทำให้ผิวชุ่มชื้น
ลดการกินน้ำตาล และอาหารแปรรูป
น้ำตาลทำให้เกิดการไกลเคชันซึ่งจะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว
ดื่มชาเขียว
เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวได้
3. บำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้น

ผิวรอบดวงตานั้นบางกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าประมาณ 40% และมีต่อมไขมันน้อยกว่า ทำให้แห้งง่ายและเกิดริ้วรอยได้เร็ว การบำรุงให้ชุ่มชื้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของเรตินอล
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งการผลัดเซลล์ผิว
ครีมที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
จะช่วยดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวเต่งตึง
บำรุงด้วยวิตามินซีเซรั่ม
จะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
มาส์กแตงกวา
โดยวางแผ่นแตงกวาเย็น ๆ บนตาประมาณ 10-15 นาที จะช่วยลดอาการบวมและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวรอบดวงตาได้
มาส์กด้วยน้ำผึ้งและนมสด
นำน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาผสมกับนมสด 1 ช้อนชา ทาบริเวณใต้ตา จากนั้นทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก
มาส์กไข่ขาว
ให้ตีไข่ขาวจนขึ้นฟู ทาบริเวณใต้ตา ทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออก จะช่วยกระชับผิวได้ชั่วคราว
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์
นำน้ำมันมะพร้าวมาแต้มบริเวณใต้ตาก่อนนอน จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบได้
4. การนวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตรอบดวงตา

การนวดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มออกซิเจนและสารอาหารสู่ผิว และช่วยระบายของเสียได้ ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นวดด้วยปลายนิ้ว
ใช้นิ้วนางกดเบา ๆ บริเวณใต้ตา เริ่มจากด้านในใกล้จมูกวนออกไปด้านนอก ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
ใช้หินหยก (Jade Roller)
กลิ้งเบา ๆ บริเวณใต้ตาจากด้านในออกด้านนอก จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวมได้
ใช้กัวซา (Gua Sha)
เป็นครื่องมือนวดจากหินธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและกระชับผิวได้เป็นอย่างดี
การกดจุด
กดจุดที่หัวคิ้ว กลางคิ้ว และใต้ตาบริเวณกระดูกโหนกแก้ม ค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วปล่อย โดยทำซ้ำ 3-5 ครั้ง
นวดด้วยน้ำมันหอมระเหย
ให้ผสมน้ำมันหอมระเหย เช่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ กับน้ำมันพาหะ แล้วนวดเบา ๆ รอบดวงตา
5. ลดริ้วรอยใต้ตาด้วยวิธีเร่งด่วน

สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารอยย่นใต้ตาอย่างเร่งด่วน ก็ขอแนะนำวิธีนี้
ประคบเย็น
ใช้ช้อนโลหะแช่เย็นหรือถุงน้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณใต้ตา จะช่วยลดอาการบวมและกระชับผิวได้ชั่วคราว
แผ่นมาส์กตา
แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน วิตามินซี และคอลลาเจน จะช่วยให้ผิวรอบดวงตาสดชื่นขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว
เทคนิคการแต่งหน้า
ใช้คอนซีลเลอร์ที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงทาบริเวณใต้ตา จะช่วยพรางริ้วรอยได้
ใช้ไพรเมอร์เฉพาะจุด
ทาไพรเมอร์ที่มีคุณสมบัติเบลอริ้วรอยเฉพาะบริเวณที่มีริ้วรอย ก่อนทารองพื้นหรือคอนซีลเลอร์
แผ่นแปะตาแบบใช้แล้วทิ้ง
มีส่วนผสมของคอลลาเจนและกรดไฮยาลูโรนิค ช่วยเติมเต็มริ้วรอยชั่วคราว
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าวิธีข้างต้น ก็อาจพิจารณาการทำหัตถการทางการแพทย์ เช่น
โบท็อกซ์ (Botox)
ช่วยลดริ้วรอยโดยการคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยพับรอบดวงตาได้ เห็นผลเร็ว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
ที่ THE RITZ CLINIC เรามีบริการฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยใต้ตาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อคืนความสดใสให้รอบดวงตาของคุณ พร้อมบริการหลังการขายที่คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้ารับบริการทุกท่าน หากคุณกำลังต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาริ้วรอยใต้ตา ก็สามารถทักเข้ามาหา THE RITZ CLINIC ได้ทุกเมื่อ ทางเรายินดีให้คำแนะนำเรื่องการดูแลใต้ตาอย่างเต็มที่
วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตา
เราสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีนี้
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะแสง UV เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย จึงควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในที่ร่ม
- สวมแว่นกันแดด ช่วยลดการหรี่ตาเวลาอยู่ในที่แสงจ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารพิษในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง
- ลดความเครียด ฝึกการผ่อนคลาย เช่น โยคะ การหายใจลึกๆ หรือการทำสมาธิ เพื่อลดฮอร์โมนความเครียดที่ทำลายผิว
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา การขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้ผิวรอบดวงตาบอบบางและเกิดริ้วรอยได้
- เริ่มบำรุงผิวรอบดวงตาตั้งแต่อายุ 25 ปี เป็นช่วงที่ผิวเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลง การบำรุงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน
- ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกันเสียบางชนิด ซึ่งอาจระคายเคืองผิวบอบบางรอบดวงตา
สรุปบทความ

ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล แม้จะไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถลดเลือนและชะลอการเกิดได้ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น ปรับพฤติกรรมการนอน ทานอาหารที่มีประโยชน์ บำรุงผิว นวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และหากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อาจเสริมด้วย หัตถการทางการแพทย์ เช่น โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์
การเลือกวิธีลดริ้วรอยใต้ตานั้น ควรคำนึงถึงสภาพผิว อายุ ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณด้วย เพราะไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน การดูแลอย่างสม่ำเสมอและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยใต้ตา ก็สามารถทักมาปรึกษากับ THE RITZ CLINIC ได้เลย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


