ใคร ๆ ก็อยากมีผิวหน้าเด้งใส ไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนก็จะเริ่มลดลง ทำให้ผิวแลดูไม่กระชับ นุ่มเด้งเหมือนแต่เดิม การกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วันนี้ THE RITZ CLINIC จึงได้รวบรวมวิธีกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้ามาฝากทุกคนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และการฉีดโบท็อก หรือฟิลเลอร์ ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณกลับมามีผิวสวยอ่อนเยาว์อีกครั้งในแบบของคุณเอง
คอลลาเจนคืออะไร ? และทำไมถึงสำคัญกับผิวหน้า
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนัง เส้นเอ็น และหลอดเลือด คอลลาเจนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของผิว รวมถึงช่วยในการเก็บความชุ่มชื้น โดยในร่างกายของคนเรามีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสูงถึง 75% ของโปรตีนทั้งหมดเลยทีเดียว
แต่หลังอายุ 25 ปี ร่างกายก็จะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้ลดลง ส่งผลให้ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และแห้งกร้าน ดังนั้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจึงเป็นวิธีที่ช่วยชะลอวัยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7 วิธีกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ที่ได้ผลจริง
การกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้าสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ตั้งแต่วิธีธรรมชาติไปจนถึงการใช้นวัตกรรมความงามสมัยใหม่ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้ผิวของคุณกลับมาเด้งใส อ่อนเยาว์อีกครั้ง
1. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่เพียงช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ส่งผลให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น ทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน จึงแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
2. นวดหน้ากระตุ้นคอลลาเจน

การนวดหน้าเป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง ช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึมซาบลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้นวดหน้าเบา ๆ วันละ 5-10 นาทีก็เพียงพอ
3. ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน

หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนหรือสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ เช่น วิตามินซี เรตินอล เปปไทด์ เป็นต้น โดยแนะนำให้ใช้เป็นประจำทุกวันเช้า-เย็น
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำถือเป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะน้ำช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสีย ลำเลียงสารอาหาร และรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ในทุก ๆ วันจึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร โดยค่อย ๆ จิบไปตลอดวัน เพื่อให้ผิวสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
5. รับประทานอาหารเสริมคอลลาเจน

อาหารเสริมคอลลาเจนสามารถช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจนให้ร่างกายได้ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และรับประทานควบคู่กับวิตามินซีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึม รวมถึงควรทานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
6. เผยผิวเด้ง กระจ่างใส ด้วย Radiesse

Radiesse เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxyapatite) มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของไฟโบรบลาสต์ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น อิ่มฟู และผิวแข็งแรงขึ้น การฉีด Radiesse มีข้อดีคือ เห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหลังฉีดทันที มีความปลอดภัย และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA)
7. พลิกโฉมผิว กระตุ้นคอลลาเจนด้วย Sculptra

Sculptra เป็นนวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-Lactic-Acid (PLLA) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผ่านการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์ลง การฉีด Sculptra มีข้อดีคือ เห็นความเปลี่ยนแปลงหลังฉีดทันที ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 2 ปีก่อนจะค่อย ๆ สลายไปเอง และมีความปลอดภัย เนื่องจากผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA)
Radiesse และ Sculptra ต่างกันยังไง เลือกทำอันไหนดี
แม้ว่าทั้ง Radiesse และ Sculptra จะเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันดังนี้
- กลไกการทำงาน
Radiesse : มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูการทำงานของไฟโบรบลาสต์ได้โดยตรง
Sculptra : มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้มีการส่งสัญญาณไปยังเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้มารวมตัวกันมากขึ้น
- ผลลัพธ์
Radiesse : ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagen Type I และ Collagen Type III ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างสารน้ำหล่อเลี้ยงผิวที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกรดไฮยาลูรอนิค กระตุ้นการสร้าง Angiogenesis ที่เป็นหลอดเลือดเล็กใต้ชั้นผิว ทำให้ลำเลียงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงผิวได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวแลดูมีสุขภาพดี กระชับ อิ่มฟู และมีเลือดฝาด
Sculptra : ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagen Type 1 ได้ถึง 66.5% และอีลาสตินใหม่ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ช่วยยกกระชับผิว เพิ่มความยืดหยุ่น แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้กระชับ เติมเต็มผิวให้อิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าให้ตื้นขึ้น และฟื้นฟูโครงสร้างชั้นผิวให้แข็งแรงในระยะยาว
- การเห็นผล
หลังจากที่ฉีด Radiesse และ Sculptra ผิวจะได้รับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นภายใน 1 – 3 เดือน ก่อนจะค่อย ๆ สลายตัวไปโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจมีความแตกต่างกันไปแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการดูแลผิว อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
- ความเหมาะสม
Radiesse : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลเร็วและต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม
Sculptra : เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
การเลือกระหว่าง Radiesse และ Sculptra ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดก่อน นอกจากนี้ ทั้งสองหัตถการยังสามารถทำร่วมกันได้ แต่แนะนำให้เว้นระยะห่าง 1-3 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุปบทความ

การกระตุ้นคอลลาเจนใบหน้าเพื่อฟื้นฟูผิวและชะลอวัยสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอ การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจน เป็นต้นรวมถึงยังสามารถใช้นวัตกรรมความงามสมัยใหม่อย่าง Radiesse และ Sculptra ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วแต่มีประสิทธิภาพอีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาวิธีการกระตุ้นคอลลาเจนที่ได้ผลจริง THE RITZ CLINIC กับทีมแพทย์ของเรา ก็พร้อมจะให้คำปรึกษาและดูแลคุณด้วยนวัตกรรมความงามที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


