การฉีดฟิลเลอร์เป็นการทำหัตถการที่ช่วยเติมเต็มร่องลึกเพื่อลดเลือนริ้วรอย ช่วยเพิ่มมิติให้กับใบหน้า ปรับโครงสร้างใบหน้า และแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม, ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตาและใต้ตาคล้ำ, ฟิลเลอร์คางเพื่อเสริมคางให้เด่นชัด, ฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อเติมเต็มร่องลึก, ฟิลเลอร์ขมับเพื่อแก้ปัญหาขมับตอบ หรือฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้า
แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและลดความเสี่ยงในการเกิดฟิลเลอร์เป็นก้อน การดูแลตัวเองหลังฉีดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง THE RITZ CLINIC จึงได้รวบรวมข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์มาให้ทุกคนได้รู้กันเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติตามอย่างถูกต้องค่ะ
สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัย เราจะแบ่งการดูแลตัวเองออกเป็นช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตามได้ง่ายขึ้น ดังนี้
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
หลังจากฉีดฟิลเลอร์ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดประมาณ 10-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมงในวันแรก เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่
- นอนหงายและยกศีรษะสูงประมาณ 30-45 องศา เพื่อช่วยลดอาการบวม
- งดการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ต้องก้มหน้านาน ๆ
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำร้อน เพราะความร้อนอาจทำให้เกิดอาการบวมยิ่งขึ้น
ช่วง 3-48 ชั่วโมงหลังฉีดฟิลเลอร์ ต้องระวังอะไรบ้าง?
ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรระวังสิ่งต่อไปนี้
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะอาจส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตและทำให้แผลหายช้า
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน
- งดการแต่งหน้าในวันแรก และเมื่อเริ่มแต่งหน้าควรทำความสะอาดเบา ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้หรือวิตามินเอ
- งดการนวดหน้าหรือทำทรีตเมนต์ใด ๆ บริเวณที่ฉีด
หลังฉีดฟิลเลอร์ 3-14 วัน ต้องดูแลตัวเองยังไง
ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ หรือการใช้เครื่องนวดหน้า
- งดทำทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน เช่น อัลตร้าซาวด์ เลเซอร์ หรือ HIFU
- ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกแดด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติ เจ็บรุนแรง หรือมีก้อนแข็ง
หลังฉีดฟิลเลอร์ครบ 1 เดือน ต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อครบ 1 เดือน ควรดำเนินการดังนี้
- กลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลและประเมินความพึงพอใจ
- ตรวจสอบการกระจายตัวของฟิลเลอร์และการคงอยู่ของผลลัพธ์
- หากต้องการเพิ่มเติมหรือปรับแก้ แพทย์จะสามารถดำเนินการได้
- เริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ และทรีตเมนต์ดูแลผิวได้ตามปกติ
- วางแผนการดูแลอย่างต่อเนื่องร่วมกับแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ
- ชนิดและความเข้มข้นของฟิลเลอร์ที่ใช้
- ตำแหน่งที่ฉีด โดยบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมากจะสลายตัวเร็วกว่า
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การออกกำลังกาย
- การดูแลผิวและการป้องกันแสงแดด
- อายุและการเผาผลาญของร่างกายแต่ละบุคคล
โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ
- ริมฝีปาก : 6-12 เดือน
- ใต้ตาและร่องแก้ม : 12-18 เดือน
- คางและโหนกแก้ม : 12-24 เดือน
- ขมับและหน้าผาก : 12-18 เดือน
มีข้อสงสัยหลังฉีดฟิลเลอร์ ปรึกษา THE RITZ CLINIC ได้ทุกเมื่อ
การดูแลตัวเองและปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์หลังฉีดออกมาอย่างน่าพึงพอใจ รวมถึงปลอดภัยจากความเสี่ยงต่อการอักเสบและการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการไม่ดูแลตัวเองด้วย อีกทั้ง ถ้าดูแลตัวเองอย่างดีก็จะทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวก่อนฉีดและหลังฉีด ก็สามารถทักเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


