ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับคนจำนวนมาก เพราะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ดูมีอายุ และขาดความสดใส ทำให้ส่งผลต่อความมั่นใจของเรา บทความนี้ THE RITZ CLINIC จึงได้รวบรวมวิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ทำได้จริงมาไว้ให้ทุกคนแล้ว จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปดูกันได้เลย!
ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากอะไร
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข เราควรมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดริ้วรอยใต้ตาเสียก่อน เพราะการเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้จัดการกับปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดริ้วรอยใต้ตา ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินน้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- พันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยใต้ตาเร็วกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม
- การนอนหลับไม่เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ผิวไม่ได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
- ความเครียด ความเครียดทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง
- แสงแดด รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
- การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า การขยี้ตา การยิ้ม การหรี่ตา ทำให้เกิดรอยย่นสะสม
- ภาวะขาดน้ำ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะดูเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
- อาหารที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชัน ซึ่งทำลายคอลลาเจนและส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
รวม 10 วิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ได้ผลจริง
หากคุณกำลังมองหาทางออกให้กับปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา นี่คือ 10 แนวทางที่ THE RITZ CLINIC คัดสรรมาแล้วว่าเวิร์กจริง!
1. ปรับพฤติกรรมการนอน

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานของผิวสวย ควรนอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ ท่านอนก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรฝึกนอนหงายให้มากขึ้น เพราะการนอนคว่ำหรือตะแคงจะทำให้ใบหน้าเสียดสีและกดทับกับหมอนจนเกิดรอยย่นถาวรได้ และควรเลือกใช้หมอนที่สูงพอประมาณเพื่อลดการคั่งของของเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการตาบวมช้ำ
2. เลือกรับประทานอาหารต้านริ้วรอย

ผิวพรรณที่ดีเริ่มจากภายใน ควรเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี (ส้ม, กีวี) ที่ช่วยสร้างคอลลาเจน วิตามินอี (อัลมอนด์, อะโวคาโด) ช่วยปกป้องผิว และ โอเมก้า-3 (ปลาแซลมอน) ที่ช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้น
ที่สำคัญควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว และลดการทานน้ำตาลหรืออาหารแปรรูป เพราะน้ำตาลจะเข้าไปจับกับโปรตีนในผิว (Glycation) ทำให้คอลลาเจนแข็งตัวและเปราะหักง่าย จนเกิดริ้วรอยในที่สุด
3. บำรุงด้วยอายครีม (Eye Cream) อย่างสม่ำเสมอ

ผิวรอบดวงตาบอบบางกว่าผิวส่วนอื่นถึง 40% และมีต่อมไขมันน้อย จึงแห้งและเหี่ยวย่นง่าย การทาอายครีมจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรเลือกส่วนผสมให้เหมาะกับปัญหา เช่น Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ, Retinol ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและลดเลือนริ้วรอย (ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง), หรือ Vitamin C เพื่อลดความหมองคล้ำ โดยใช้นิ้วนางเกลี่ยเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดแรงดึงรั้งผิว
4. การนวดกระตุ้นและบริหารดวงตา

การนวดเบาๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดีขึ้น คุณสามารถใช้นิ้วนางกดจุดเบาๆ ไล่จากหัวตาไปหางตา หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่างหินหยก (Jade Roller) หรือ กัวซา (Gua Sha) กลิ้งเบาๆ บริเวณใต้ตาเพื่อลดอาการบวมและช่วยยกกระชับผิวได้ชั่วคราว การทำเป็นประจำจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่เกร็งตัวจากการใช้งานหนัก
5. สูตรมาส์กตาจากธรรมชาติ

ในวันที่ตาล้าหรือต้องการการบำรุงเร่งด่วน วัตถุดิบในครัวก็ช่วยได้ เช่น การประคบเย็น ด้วยช้อนแช่เย็นหรือถุงชา เพื่อลดการขยายตัวของเส้นเลือด หรือการใช้แตงกวาฝานบางๆ มาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที ความเย็นและเอนไซม์ในแตงกวาจะช่วยลดบวมและเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออาจใช้สูตรน้ำผึ้งผสมนมสด ทาบางๆ เพื่อบำรุงผิวให้นุ่มเนียนขึ้นก็ได้เช่นกัน
6. การใช้ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ
หากครีมบำรุงทั่วไปเอาไม่อยู่ การปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Tretinoin) อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดริ้วรอยร่องตื้นได้จริง อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวระคายเคือง แดง หรือลอกได้ง่าย จึงต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และทากันแดดอย่างเคร่งครัด
7. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ลดริ้วรอย
สำหรับ ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับ เช่น รอยตีนกาเวลาฉีกยิ้ม หรือรอยย่นหว่างคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) คือวิธีแก้ไขที่ตรงจุดที่สุด ตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นชั่วคราว ทำให้ผิวหนังด้านบนเรียบเนียนขึ้น ไม่พับเป็นรอย เห็นผลไวภายใน 1-2 สัปดาห์ และดูเป็นธรรมชาติหากฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
8. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ในกรณีที่ริ้วรอยเกิดจาก ร่องลึก การยุบตัวของกระดูก หรือเบ้าตาลึกโบ๋ จนทำให้หน้าดูโทรม การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าไปเติมเต็มจะช่วยแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ฟิลเลอร์จะช่วยหนุนโครงสร้างผิวให้ตื้นขึ้น เติมความชุ่มชื้น และทำให้ผิวใต้ตาดูสดใส อิ่มเอิบขึ้นทันทีหลังทำ ถือเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยย้อนวัยให้ดวงตาได้อย่างชัดเจน
9. การทำโปรแกรมยกกระชับ (HIFU / Ulthera / Thermage)
หากปัญหาของคุณคือ ความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตา หรือผิวหนังรอบดวงตาไม่กระชับ การใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอย่าง Ulthera และ Ultraformer หรือคลื่นวิทยุอย่าง Thermage จะตอบโจทย์มาก เครื่องมือเหล่านี้สามารถส่งพลังงานลงลึกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวรอบดวงตาค่อยๆ แน่นกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ จางลง และช่วยยกหางตาตกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
10. เลเซอร์ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา
การทำเลเซอร์ เช่น Picosecond Laser หรือ Fractional Laser เป็นการใช้พลังงานแสงเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวและผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยให้ผิวรอบดวงตาเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้นๆ ร่วมกับความหมองคล้ำ
วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตา
เราสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีนี้
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะแสง UV เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย จึงควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในที่ร่ม
- สวมแว่นกันแดด ช่วยลดการหรี่ตาเวลาอยู่ในที่แสงจ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารพิษในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง
- ลดความเครียด ฝึกการผ่อนคลาย เช่น โยคะ การหายใจลึกๆ หรือการทำสมาธิ เพื่อลดฮอร์โมนความเครียดที่ทำลายผิว
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา การขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้ผิวรอบดวงตาบอบบางและเกิดริ้วรอยได้
- เริ่มบำรุงผิวรอบดวงตาตั้งแต่อายุ 25 ปี เป็นช่วงที่ผิวเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลง การบำรุงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน
- ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกันเสียบางชนิด ซึ่งอาจระคายเคืองผิวบอบบางรอบดวงตา
สรุปบทความ

ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล แม้จะไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถลดเลือนและชะลอการเกิดได้ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น ปรับพฤติกรรมการนอน ทานอาหารที่มีประโยชน์ บำรุงผิว นวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และหากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อาจเสริมด้วย หัตถการทางการแพทย์ เช่น โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์
การเลือกวิธีลดริ้วรอยใต้ตานั้น ควรคำนึงถึงสภาพผิว อายุ ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณด้วย เพราะไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน การดูแลอย่างสม่ำเสมอและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยใต้ตา ก็สามารถทักมาปรึกษากับ THE RITZ CLINIC ได้เลย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

