Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ริ้วรอยใต้ตา

รวม 10 วิธีลดริ้วรอยใต้ตา ทั้งวิธีทางการแพทย์ และวิธีที่ทำได้ด้วยตัวเอง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับคนจำนวนมาก เพราะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า ดูมีอายุ และขาดความสดใส ทำให้ส่งผลต่อความมั่นใจของเรา บทความนี้ THE RITZ CLINIC จึงได้รวบรวมวิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ทำได้จริงมาไว้ให้ทุกคนแล้ว จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปดูกันได้เลย!

ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากอะไร 

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข เราควรมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดริ้วรอยใต้ตาเสียก่อน เพราะการเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้จัดการกับปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดริ้วรอยใต้ตา ได้แก่

  • อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินน้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • พันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยใต้ตาเร็วกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ผิวไม่ได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • ความเครียด ความเครียดทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง
  • แสงแดด รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า การขยี้ตา การยิ้ม การหรี่ตา ทำให้เกิดรอยย่นสะสม
  • ภาวะขาดน้ำ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะดูเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชัน ซึ่งทำลายคอลลาเจนและส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

รวม 10 วิธีลดริ้วรอยใต้ตาที่ได้ผลจริง 

หากคุณกำลังมองหาทางออกให้กับปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา นี่คือ 10 แนวทางที่ THE RITZ CLINIC คัดสรรมาแล้วว่าเวิร์กจริง!

1. ปรับพฤติกรรมการนอน

ทำยังไงให้ริ้วรอยใต้ตาหาย

การนอนหลับที่มีคุณภาพคือรากฐานของผิวสวย ควรนอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมแซมเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้ ท่านอนก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรฝึกนอนหงายให้มากขึ้น เพราะการนอนคว่ำหรือตะแคงจะทำให้ใบหน้าเสียดสีและกดทับกับหมอนจนเกิดรอยย่นถาวรได้ และควรเลือกใช้หมอนที่สูงพอประมาณเพื่อลดการคั่งของของเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการตาบวมช้ำ

2. เลือกรับประทานอาหารต้านริ้วรอย

วิธีแก้ริ้วรอยใต้ตา

ผิวพรรณที่ดีเริ่มจากภายใน ควรเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี (ส้ม, กีวี) ที่ช่วยสร้างคอลลาเจน วิตามินอี (อัลมอนด์, อะโวคาโด) ช่วยปกป้องผิว และ โอเมก้า-3 (ปลาแซลมอน) ที่ช่วยลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้น 

ที่สำคัญควรดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว และลดการทานน้ำตาลหรืออาหารแปรรูป เพราะน้ำตาลจะเข้าไปจับกับโปรตีนในผิว (Glycation) ทำให้คอลลาเจนแข็งตัวและเปราะหักง่าย จนเกิดริ้วรอยในที่สุด

3. บำรุงด้วยอายครีม (Eye Cream) อย่างสม่ำเสมอ

อะไรคือสาเหตุของรอยย่นใต้ตา

ผิวรอบดวงตาบอบบางกว่าผิวส่วนอื่นถึง 40% และมีต่อมไขมันน้อย จึงแห้งและเหี่ยวย่นง่าย การทาอายครีมจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรเลือกส่วนผสมให้เหมาะกับปัญหา เช่น Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ, Retinol ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและลดเลือนริ้วรอย (ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง), หรือ Vitamin C เพื่อลดความหมองคล้ำ โดยใช้นิ้วนางเกลี่ยเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดแรงดึงรั้งผิว

4. การนวดกระตุ้นและบริหารดวงตา

มีวิธีลดริ้วรอยใต้ตาอะไรบ้าง

การนวดเบาๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดีขึ้น คุณสามารถใช้นิ้วนางกดจุดเบาๆ ไล่จากหัวตาไปหางตา หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่างหินหยก (Jade Roller) หรือ กัวซา (Gua Sha) กลิ้งเบาๆ บริเวณใต้ตาเพื่อลดอาการบวมและช่วยยกกระชับผิวได้ชั่วคราว การทำเป็นประจำจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่เกร็งตัวจากการใช้งานหนัก

5. สูตรมาส์กตาจากธรรมชาติ

ใช้อะไรลดริ้วรอย

ในวันที่ตาล้าหรือต้องการการบำรุงเร่งด่วน วัตถุดิบในครัวก็ช่วยได้ เช่น การประคบเย็น ด้วยช้อนแช่เย็นหรือถุงชา เพื่อลดการขยายตัวของเส้นเลือด หรือการใช้แตงกวาฝานบางๆ มาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที ความเย็นและเอนไซม์ในแตงกวาจะช่วยลดบวมและเพิ่มความชุ่มชื้น หรืออาจใช้สูตรน้ำผึ้งผสมนมสด ทาบางๆ เพื่อบำรุงผิวให้นุ่มเนียนขึ้นก็ได้เช่นกัน

6. การใช้ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ 

หากครีมบำรุงทั่วไปเอาไม่อยู่ การปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Tretinoin) อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดริ้วรอยร่องตื้นได้จริง อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้อาจทำให้ผิวระคายเคือง แดง หรือลอกได้ง่าย จึงต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และทากันแดดอย่างเคร่งครัด

7. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ลดริ้วรอย

สำหรับ ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับ เช่น รอยตีนกาเวลาฉีกยิ้ม หรือรอยย่นหว่างคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) คือวิธีแก้ไขที่ตรงจุดที่สุด ตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นชั่วคราว ทำให้ผิวหนังด้านบนเรียบเนียนขึ้น ไม่พับเป็นรอย เห็นผลไวภายใน 1-2 สัปดาห์ และดูเป็นธรรมชาติหากฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

8. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ในกรณีที่ริ้วรอยเกิดจาก ร่องลึก การยุบตัวของกระดูก หรือเบ้าตาลึกโบ๋ จนทำให้หน้าดูโทรม การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเข้าไปเติมเต็มจะช่วยแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ฟิลเลอร์จะช่วยหนุนโครงสร้างผิวให้ตื้นขึ้น เติมความชุ่มชื้น และทำให้ผิวใต้ตาดูสดใส อิ่มเอิบขึ้นทันทีหลังทำ ถือเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยย้อนวัยให้ดวงตาได้อย่างชัดเจน

9. การทำโปรแกรมยกกระชับ (HIFU / Ulthera / Thermage)

หากปัญหาของคุณคือ ความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตา หรือผิวหนังรอบดวงตาไม่กระชับ การใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอย่าง Ulthera และ Ultraformer หรือคลื่นวิทยุอย่าง Thermage จะตอบโจทย์มาก เครื่องมือเหล่านี้สามารถส่งพลังงานลงลึกเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวรอบดวงตาค่อยๆ แน่นกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ จางลง และช่วยยกหางตาตกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

10. เลเซอร์ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา 

การทำเลเซอร์ เช่น Picosecond Laser หรือ Fractional Laser เป็นการใช้พลังงานแสงเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวและผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยให้ผิวรอบดวงตาเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้นๆ ร่วมกับความหมองคล้ำ

วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตา

เราสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีนี้

  • ทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะแสง UV เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย จึงควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน แม้อยู่ในที่ร่ม
  • สวมแว่นกันแดด ช่วยลดการหรี่ตาเวลาอยู่ในที่แสงจ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารพิษในบุหรี่และแอลกอฮอล์จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง
  • ลดความเครียด ฝึกการผ่อนคลาย เช่น โยคะ การหายใจลึกๆ หรือการทำสมาธิ เพื่อลดฮอร์โมนความเครียดที่ทำลายผิว
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา การขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้ผิวรอบดวงตาบอบบางและเกิดริ้วรอยได้
  • เริ่มบำรุงผิวรอบดวงตาตั้งแต่อายุ 25 ปี เป็นช่วงที่ผิวเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลง การบำรุงตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวจากภายใน
  • ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารกันเสียบางชนิด ซึ่งอาจระคายเคืองผิวบอบบางรอบดวงตา

สรุปบทความ

อะไรช่วยลดริ้วรอยได้บ้าง

ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล แม้จะไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถลดเลือนและชะลอการเกิดได้ด้วยการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น ปรับพฤติกรรมการนอน ทานอาหารที่มีประโยชน์ บำรุงผิว นวดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และหากต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อาจเสริมด้วย หัตถการทางการแพทย์ เช่น โบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์

การเลือกวิธีลดริ้วรอยใต้ตานั้น ควรคำนึงถึงสภาพผิว อายุ ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณด้วย เพราะไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน การดูแลอย่างสม่ำเสมอและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยใต้ตา ก็สามารถทักมาปรึกษากับ THE RITZ CLINIC ได้เลย 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ