เคยสงสัยไหมว่า ทำไมส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูเศร้าหมอง ดูบึ้งตึง หรือดูมีอายุเกินจริง ทั้งที่ยังไม่มีตีนกาชัดเจน? คำตอบของปัญหานี้อาจซ่อนอยู่ที่ “ร่องน้ำหมาก” (Marionette Lines) ริ้วรอยเจ้าปัญหาที่ลากยาวจากมุมปากลงมาถึงคาง ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมองข้าม แต่กลับมีผลกระทบต่อภาพรวมของใบหน้าอย่างมหาศาล
บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปทำความรู้จักกับร่องน้ำหมากแบบเจาะลึก ตั้งแต่สาเหตุการเกิด ความแตกต่างระหว่างร่องน้ำหมากกับร่องแก้ม ไปจนถึงการแนะนำหัตถการทางการแพทย์ที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด เพื่อทวงคืนความมั่นใจและความอ่อนเยาว์กลับคืนมา
ร่องน้ำหมาก (Marionette Lines) คืออะไร?

ร่องน้ำหมาก หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Marionette Lines คือ ริ้วรอยร่องลึกที่เกิดขึ้นบริเวณมุมปากทั้งสองข้าง ลากยาวลงมาจนถึงบริเวณคาง ลักษณะคล้ายกับเส้นแบ่งขากรรไกรของหุ่นเชิดไม้ (Marionette) ในสมัยก่อน
ปัญหานี้มักทำให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ดูเศร้าหมองตลอดเวลา หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “หน้าดุ” หรือ “หน้าบึ้ง” แม้ในเวลาที่เราทำหน้านิ่งๆ ปกติ นอกจากนี้ ร่องน้ำหมากยังเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวหนังที่ชัดเจนยิ่งกว่าริ้วรอยรอบดวงตาเสียอีก
เช็กให้ชัวร์! “ร่องน้ำหมาก” กับ “ร่องแก้ม” ต่างกันอย่างไร?
หลายคนยังสับสนระหว่าง ร่องน้ำหมาก และ ร่องแก้ม เนื่องจากอยู่ใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สองจุดนี้คือคนละส่วนกัน และใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันในรายละเอียด
- ร่องแก้ม (Nasolabial Folds): คือร่องลึกที่ลากจากปีกจมูกลงมาถึงมุมปาก เกิดจากการยิ้มบ่อยๆ หรือแก้มห้อยย้อยลงมา
- ร่องน้ำหมาก (Marionette Lines): คือร่องที่ต่อจากมุมปาก ลากลงมาถึงคาง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้รูปหน้าเสียทรง และดูมีอายุมากที่สุด
หากคุณมีทั้งร่องแก้มและร่องน้ำหมากพร้อมกัน จะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ร่องน้ำหมากเดิน” (Deep folds) ซึ่งทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง
4 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดร่องน้ำหมาก

การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องรู้ก่อนว่าร่องน้ำหมากเกิดจากอะไร เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
1. การยุบตัวของกระดูก
เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกกะโหลกศีรษะของเราจะมีการยุบตัวลง โดยเฉพาะบริเวณขากรรไกรล่าง (Mandible) และฐานกระดูกใต้ฟัน เมื่อกระดูกซึ่งเป็น “เสาเข็ม” ของหน้าทรุดตัวลง เนื้อเยื่อด้านบนจึงยุบตาม ทำให้เกิดเป็นร่องลึกบริเวณมุมปาก
2. การหย่อนคล้อยของผิวและไขมัน
แรงโน้มถ่วงของโลกดึงให้ก้อนไขมันบริเวณแก้ม (Cheek Fat Pads) ไหลย้อยลงมาด้านล่าง มากองรวมกันอยู่เหนือร่องน้ำหมาก เมื่อผนวกกับผิวหนังที่ขาดคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวไม่สามารถพยุงไขมันเหล่านี้ไว้ได้ จึงเกิดเป็นรอยพับที่ชัดเจน
3. กล้ามเนื้อดึงมุมปากทำงานหนัก
มีกล้ามเนื้อชื่อว่า DAO (Depressor Anguli Oris) ทำหน้าที่ดึงมุมปากลงเวลาที่เราแสดงสีหน้าเศร้าหรือเบื่อหน่าย หากกล้ามเนื้อนี้แข็งแรงเกินไป จะดึงให้มุมปากตกและเกิดร่องน้ำหมากได้ง่ายขึ้น
4. ปัจจัยภายนอก
แสงแดด (UV), การสูบบุหรี่, ความเครียด และการพักผ่อนน้อย ล้วนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาอนุมูลอิสระที่ทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณรอบปากเหี่ยวย่นเร็วกว่าปกติ
รวมหัตถการแก้ “ร่องน้ำหมาก” ที่เห็นผลจริง

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและหัตถการทางการแพทย์หลายอย่างที่สามารถจัดการกับร่องน้ำหมากได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ดังนี้
1. การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มถือเป็นวิธีแก้ปัญหาร่องน้ำหมากที่ตรงจุดที่สุดวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่มีความคงตัวสูง ฉีดเข้าไปในชั้นลึกเพื่อหนุนกระดูกขากรรไกรและร่องฟันที่ยุบตัวลงตามวัย เปรียบเสมือนการเสริม “เสาเข็ม” ใหม่ให้โครงหน้า และอาจมีการฉีดเก็บงานในชั้นผิวตื้นเพื่อเกลี่ยร่องริ้วรอยให้เรียบเนียน ทำให้ร่องลึกตื้นขึ้นทันทีและมุมปากดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ข้อดี:
- เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ ไม่ต้องรอลุ้นผล
- สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างกระดูกทรุดตัวได้โดยตรง
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตต่อได้ทันที
- ข้อควรระวัง:
- บริเวณร่องน้ำหมากมีเส้นเลือดแดงใหญ่พาดผ่าน จำเป็นต้องทำกับแพทย์ที่มีความแม่นยำสูงเพื่อป้องกันการอุดตันเส้นเลือด
- หากใช้ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ดูเป็นก้อนหรือหน้าดูบวมผิดปกติ
- เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมากจากกระดูกยุบตัว (Aging Bone)
- ผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน แม้ในขณะทำหน้านิ่ง
2. Ultraformer MPT
Ultraformer MPT คือเครื่องยกกระชับรุ่นอัปเกรดล่าสุด (New Generation) ที่พัฒนาต่อจาก Ultraformer III โดยใช้เทคโนโลยี MMFU ผสานกับ MP Mode (Micro-Pulsed Technology) ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานคลื่นเสียงได้เร็วกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า ทำให้พลังงานลงสู่ชั้น SMAS และชั้นไขมันได้อย่างหนาแน่นและต่อเนื่อง ไฮไลท์สำคัญคือหัว Ultra Booster แบบปากกาที่หมุนวนปล่อยพลังงานได้รอบทิศทาง จึงเข้าถึงจุดเล็กๆ ที่มีความโค้งเว้าอย่าง “ร่องน้ำหมาก” และ “มุมปาก” ได้ดีเยี่ยม ช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อยและรีดผิวให้เรียบเนียนขึ้น
- ข้อดี:
- เจ็บน้อยกว่ารุ่นเดิมมาก (Less Pain) ด้วยความเร็วในการปล่อยช็อตที่ไวขึ้น ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
- มีหัว Ultra Booster (Pen Type) ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บงานละเอียดบริเวณร่องน้ำหมากและรอบปากโดยเฉพาะ ซึ่งหัวเครื่องปกติเข้าไม่ถึง
- ได้งานผิว 2 ต่อ ทั้งการยกกระชับ (Lifting) และกระตุ้นคุณภาพผิวให้ใสเด้ง (Skin Quality) จากโหมดบูสเตอร์
- ข้อควรระวัง:
- ราคาสูงกว่ารุ่น Ultraformer III เล็กน้อย แต่ยังย่อมเยากว่า Ulthera
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน (ควรทำต่อเนื่องปีละ 1 ครั้งเพื่อคงสภาพ)
- เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมาก แต่กลัวความเจ็บ หรือไม่ชอบความรู้สึกปวดหน่วงๆ ขณะทำ
- ผู้ที่ต้องการเก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็กๆ รอบปากและร่องน้ำหมากให้ดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
3. Ulthera SPT
Ulthera SPT เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีความแม่นยำสูงที่สุดในปัจจุบัน ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ Real-time Visualization ที่ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวหนังของคนไข้ได้จริงขณะทำการรักษา แพทย์จึงสามารถวางแผนยิงพลังงาน (See-Plan-Treat) ลงไปที่ชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำทุกช็อต ความร้อนจุดเล็กๆ จะเรียงตัวเป็นระเบียบ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินโครงสร้างหลักของผิว ทำให้ผิวบริเวณร่องน้ำหมากและกรอบหน้ายกตึงขึ้นอย่างชัดเจน
- ข้อดี:
- แม่นยำสูง ลดความเสี่ยงในการยิงโดนกระดูกหรือชั้นไขมันที่ไม่ต้องการ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าเครื่องอื่น (ประมาณ 1 ปีขึ้นไป)
- กระตุ้นคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ดูแน่นและละเอียดขึ้น
- ข้อควรระวัง:
- มีความรู้สึกเจ็บหรือปวดหน่วงๆ ขณะทำมากกว่าเครื่องชนิดอื่น
- ราคาสูงกว่า Ultraformer MPT
- เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมากชัดเจน ผิวมีความหย่อนคล้อยมาก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน และไม่ต้องมาทำบ่อยๆ
4. Thermage FLX
Thermage FLX ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) แบบขั้วเดียว ส่งพลังงานความร้อนลงไปครอบคลุมทุกชั้นผิวตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน (Multidimension) ความร้อนจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนยานหดตัวกระชับขึ้นทันที และช่วยสลายเซลล์ไขมันสะสมบริเวณแก้มห้อย (Jowls) ที่เป็นตัวการทำให้ร่องน้ำหมากดูลึก เมื่อแก้มเล็กลงและผิวกระชับขึ้น ร่องน้ำหมากจึงดูจางลงและใบหน้าดูเรียวเข้ารูป
- ข้อดี:
- ช่วยลด Volume ของแก้มห้อยได้ดี ทำให้หน้าดูเล็กลง
- ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ และลดริ้วรอยเล็กๆ ได้ดีเยี่ยม
- หัวทิปมีการปล่อยความเย็นและระบบสั่น ช่วยลดความเจ็บปวดขณะทำ
- ข้อควรระวัง:
- ไม่เหมาะกับคนที่หน้าตอบหรือชั้นไขมันน้อย เพราะอาจทำให้หน้าดูซูบเกินไป
- หลังทำอาจมีรอยแดงชมพูระเรื่อ ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง
- เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีเนื้อแก้มเยอะ (Chubby Cheeks) หรือมีไขมันสะสมเหนือร่องน้ำหมาก
- ผู้ที่มีผิวหน้าย้วย ไม่กระชับ เหมือนผิวเปลือกส้ม
5. การร้อยไหม (Thread Lifting)
การร้อยไหมเป็นหัตถการที่เน้นการแก้ปัญหาเชิงกล (Mechanical Lifting) โดยแพทย์จะสอดเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยง (Barbed Threads) เข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อ “เกี่ยว” เนื้อเยื่อและก้อนไขมันกระพุ้งแก้มที่ห้อยตกลงมา ให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเดิม การร้อยไหมจะช่วยล็อกเนื้อเยื่อไว้และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหมในระยะยาว ทำให้ผิวเกิดแรงตึงผิวและร่องน้ำหมากถูกดึงให้ตื้นขึ้น
- ข้อดี:
- เห็นผลเรื่องการ “ยก” ผิวได้ชัดเจนที่สุด หน้าเปลี่ยนเป็น V-Shape ทันที
- สามารถกำหนดทิศทางการดึงได้ตามความต้องการของแพทย์และคนไข้
- ข้อควรระวัง:
- มีอาการบวมช้ำหลังทำ ต้องพักฟื้นประมาณ 3-7 วัน
- มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยบุ๋ม (Dimple) หากวางไหมตื้นเกินไป
- หากร้อยไม่ดี หน้าอาจดูผิดรูปหรือดูดึงรั้งเกินธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่มีแก้มห้อยย้อยลงมาเยอะมาก จนเครื่องยกกระชับเอาไม่อยู่
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวไปพร้อมกับการแก้ร่องน้ำหมาก
6. การฉีดโบท็อกซ์ (Botox)
การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ร่องน้ำหมาก จะเน้นไปที่การปรับการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยแพทย์จะฉีดสาร Botulinum Toxin เข้าไปที่กล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris (DAO) ซึ่งทำหน้าที่ดึงมุมปากลง เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้คลายตัว แรงดึงลงจะหายไป ทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกมุมปากทำงานได้ดีขึ้น มุมปากจึงดูยกขึ้นเล็กน้อยและรอยพับข้างปากดูลดลง
- ข้อดี:
- ใช้เวลาทำรวดเร็ว ราคาไม่แพง
- ช่วยป้องกันไม่ให้ร่องน้ำหมากดูลึกขึ้นจากการขยับปากในอนาคต
- ข้อควรระวัง:
- เป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ ช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ไม่ได้เติมเต็มร่องลึก
- หากฉีดผิดตำแหน่ง อาจทำให้ยิ้มเบี้ยว หรือปากเบี้ยวชั่วคราวได้
- ผลลัพธ์อยู่ได้สั้น (4-6 เดือน) ต้องมาเติมบ่อย
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีปัญหามุมปากตก หน้าบึ้งตึงจากการเกร็งกล้ามเนื้อ
ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้ร่องน้ำหมากถามหา
แม้หัตถการจะช่วยได้ แต่การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ คุณสามารถชะลอการเกิดร่องน้ำหมากได้ด้วยวิธีเหล่านี้:
- ทาครีมกันแดดเสมอ: รังสียูวีคือศัตรูตัวฉกาจของคอลลาเจน
- หลีกเลี่ยงการทำหน้าบึ้ง: พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า ยิ้มบ่อยๆ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อยกมุมปาก
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น: ผิวที่แห้งกร้านจะเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวที่ชุ่มชื้น
- ควบคุมน้ำหนักให้คงที่: การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ อย่างรวดเร็ว จะทำให้ผิวขยายและหดตัวจนเสียความยืดหยุ่น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเรื่องร่องน้ำหมาก
ทาครีมลดริ้วรอย ช่วยให้ร่องน้ำหมากหายได้ไหม?
ไม่ได้ครับ ครีมช่วยแค่ผิวชั้นบน แต่ร่องน้ำหมากเกิดจากกระดูกยุบและเนื้อหย่อนคล้อย ต้องแก้ด้วยหัตถการทางการแพทย์เท่านั้นครับ
ฉีดฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก อันตรายไหม?
มีความเสี่ยงแต่ปลอดภัยถ้าทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะบริเวณนี้มีเส้นเลือดสำคัญเยอะ จึงต้องอาศัยความแม่นยำสูง ห้ามฉีดกับหมอกระเป๋าเด็ดขาดครับ
ทำไมอายุน้อย แต่เริ่มมีร่องน้ำหมากแล้ว?
ส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม เช่น มีคางเล็กหรือคางถอย ทำให้ขาดฐานกระดูกพยุงเนื้อเยื่อ หรือเกิดหลังการจัดฟันที่ทำให้รูปปากยุบตัวลงครับ
ร่องน้ำหมาก กับ ร่องแก้ม ควรทำจุดไหนก่อน?
แนะนำให้ยกกระชับแก้มหรือร่องแก้มก่อน เพราะเมื่อแก้มด้านบนยกขึ้น น้ำหนักที่กดทับลงมาร่องน้ำหมากจะหายไป ทำให้ร่องดูตื้นขึ้นได้เองครับ
รักษาแล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับหัตถการที่เลือก (เช่น ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าโบท็อกซ์) และพฤติกรรมการดูแลตัวเองหลังทำครับ
สรุป ควรเลือกรักษาร่องน้ำหมากด้วยวิธีไหนดี?
การแก้ไขร่องน้ำหมากไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของแต่ละบุคคล ดังนั้น หากคุณกังวลเรื่องร่องน้ำหมาก แนะนำให้เข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์โครงหน้าและวางแผนการรักษาที่ตรงจุด เพื่อให้คุณกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสและมั่นใจได้อีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องน้ำหมาก THE RITZ CLINIC พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้คุณได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด เพื่อคืนผิวหน้าที่กระชับและความมั่นใจให้กับคุณอีกครั้ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขา ใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic หรือ https://lin.ee/7G0Lul3
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


