ปัญหาสุดคลาสสิกที่หลายคนต้องเจอคงหนีไม่พ้นเรื่อง “หน้ามัน” ที่ไม่ว่าจะซับหน้ากี่ครั้ง ความมันก็ยังกลับมาเยิ้มกวนใจ แถมยังพาเพื่อนตัวร้ายอย่าง “รูขุมขนกว้าง” และ “สิวอุดตัน” ตามมาอีกเป็นขบวน จนทำให้เสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เชื่อไหมว่า การจะเปลี่ยนผิวหน้าที่ดูมันเยิ้มให้กลับมาเนียนใส ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเรารู้จักต้นตอของปัญหาและเลือกวิธีดูแลที่ถูกต้อง วันนี้ THE RITZ CLINIC ได้รวมวิธีแก้หน้ามันอย่างเห็นผลมาให้แล้ว ทั้งการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยยกระดับงานผิว จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย!
หน้ามัน (Oily Skin) เกิดจากอะไร? ทำไมยิ่งซับยิ่งมัน?
หลายคนเข้าใจผิดว่าหน้ามันเกิดจากความสกปรกหรืออากาศร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว “ความมันบนใบหน้า” เป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อปกป้องผิว เพียงแต่ในบางคนกลไกนี้อาจทำงานมากเกินความจำเป็น จนกลายเป็นปัญหาผิวหน้ามันมาก ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
ต่อมไขมันทำงานมากเกินปกติ (Sebaceous Gland Hyperactivity)
ใต้ผิวหนังของเราจะมีต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้น แต่ในคนที่มีผิวมัน ต่อมไขมันเหล่านี้มักจะมีขนาดใหญ่และไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ทำให้ผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณที่ “เกินความต้องการ” จนล้นออกมาที่รูขุมขน ทำให้หน้าดูมันวาวและรูขุมขนดูกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ระดับฮอร์โมนและพันธุกรรม
พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดสภาพผิวพื้นฐานของเรา หากคนในครอบครัวมีผิวมัน เราก็มีแนวโน้มที่จะมีผิวมันเช่นกัน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (Androgen) ในช่วงวัยรุ่น หรือช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่สั่งให้ต่อมไขมันเร่งการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ
ภาวะผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin)
การที่ผิวหน้าเรามันมาก อาจเกิดจาก “ผิวขาดน้ำ” ในผิวชั้นลึก เมื่อผิวแห้งขาดน้ำ ร่างกายจะเกิดกลไกป้องกันตัวเองโดยการสั่งให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากขึ้นเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่หายไป กลายเป็นวงจรที่ยิ่งหน้าแห้ง หน้าก็ยิ่งมัน ดังนั้นการพยายามซับมันหรือล้างหน้าบ่อยเกินไปจนผิวแห้งตึง จึงเป็นการกระตุ้นให้หน้ามันหนักกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
3 วิธีแก้หน้ามัน ลดรูขุมขนกว้าง ด้วยตัวเอง

การเริ่มต้นดูแลตัวเองที่บ้าน คือก้าวแรกที่สำคัญในการควบคุมความมันส่วนเกิน เพียงแค่ปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาหน้ามันได้
1. ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี
การล้างหน้าคือหัวใจสำคัญ แนะนำให้ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก็เพียงพอแล้ว โดยเลือกใช้เจลล้างหน้าหรือโฟมที่มีค่า pH สมดุล (pH Balance) อ่อนโยนต่อผิว และไม่ทำให้หน้าแห้งตึงจนเกินไป (ไม่เอี๊ยด) การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะไปทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวระคายเคืองและผลิตน้ำมันออกมาสู้มากขึ้น
2. เลือกมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวมัน (Oil-Free/Gel Type)
หน้ามันใช้อะไรดี? คำตอบคือ “มอยส์เจอไรเซอร์” ห้ามงดทาครีมเด็ดขาด! แต่ควรเลือกเป็นเนื้อเจล (Gel) เนื้อโลชั่นบางเบา (Emulsion) หรือสูตร Oil-Free ที่ซึมง่าย ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ การเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ จะช่วยส่งสัญญาณบอกต่อมไขมันว่า “ผิวชุ่มชื้นพอแล้ว” ทำให้การผลิตน้ำมันส่วนเกินลดลงได้เองตามธรรมชาติ
3. ปรับเปลี่ยนอาหารและพฤติกรรม
สุขภาพผิวที่ดีเริ่มต้นจากภายใน การปรับไลฟ์สไตล์มีส่วนช่วยลดปัญหาหน้ามัน และรูขุมขนกว้างได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น
- ลดของมัน ของทอด และน้ำตาล เพราะอาหารกลุ่มนี้จะกระตุ้นการอักเสบ และทำให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะผิวขาดน้ำ
- พักผ่อนให้เต็มอิ่ม เพราะการนอนดึกทำให้ฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้หน้ามันและรูขุมขนกว้างขึ้น
แม้การดูแลตัวเองจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับใครที่มีปัญหาหน้ามันจากพันธุกรรม หรือต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว การพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า
ยกระดับงานผิวด้วยหัตถการทางการแพทย์ วิธีแก้หน้ามันที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน

หากคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วแต่ยังรู้สึกว่าผิวยังมันเยิ้ม รูขุมขนยังกว้างอยู่ การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC จะช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่ตรงจุดยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมดูแลผิวที่ครอบคลุม ทั้งการลดขนาดต่อมไขมัน ปรับสมดุลผิว และกระชับรูขุมขน เพื่อผลลัพธ์ผิวสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (Botox) กระชับรูขุมขน
หลายคนอาจคุ้นเคยกับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย แต่เทคนิคการฉีดโบท็อกซ์เพื่อกระชับรูขุมขน (Intradermal Botox) นั้นเป็นวิธีแก้หน้ามันที่ได้รับความนิยมมาก โดยแพทย์จะฉีดตัวยาลงในชั้นผิวหนังแท้ เพื่อไปลดการทำงานของต่อมไขมันและต่อมเหงื่อ รวมถึงช่วยกระชับกล้ามเนื้อเล็ก ๆ รอบรูขุมขน ผลลัพธ์ที่ได้คือรูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้ามีความมันลดลง และดูเรียบเนียนขึ้น
โปรแกรม Rejuran ฟื้นฟูสมดุลผิว
โปรแกรม Rejuran (รีจูรัน) คือ Polynucleotide (PN) บริสุทธิ์ ที่เน้นการ “ซ่อมแซม” เซลล์ผิวจากภายใน ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง และปรับสมดุลความมันและความชุ่มชื้น (Oil-Water Balance) ของผิว เมื่อผิวของเราแข็งแรงและสมดุลแล้ว ต่อมไขมันก็จะลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินลง รูขุมขนจึงดูกระชับขึ้น พร้อมได้ผิวที่ดูฉ่ำวาวแบบสุขภาพดี ไม่ใช่มันเยิ้ม
โปรแกรม EXION Face Applicator เติมน้ำให้ผิวอิ่มฟู สร้างคอลลาเจน
โปรแกรม EXION Face Applicator นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เป็นเทคโนโลยี Non-Invasive (ไม่ต้องใช้เข็ม) ที่ผสานพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) และ Targeted Ultrasound ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ โดยตัวเครื่องจะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการสร้างกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ในร่างกายให้เพิ่มสูงขึ้นถึง 224% พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยเติมน้ำให้ผิวอิ่มฟูจากภายใน เมื่อผิวชุ่มชื้นเต็มที่ ปัญหาหน้ามันจากการขาดน้ำก็จะลดลง แถมยังช่วยยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้นด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ BELOTERO Revive งานผิวฉ่ำวาว ไม่ทิ้งความมัน
สำหรับใครที่อยากมีผิวสวยเล่นแสงแบบ Glass Skin แต่กลัวหน้ามัน โปรแกรมฟิลเลอร์ BELOTERO Revive คือคำตอบ เพราะเป็นฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลกที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) และ Glycerol ช่วยอุ้มน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิวได้ยาวนาน ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำที่เป็นสาเหตุหลักของหน้ามัน ปรับคุณภาพผิวให้ดูอิ่มน้ำ เรียบเนียน และยืดหยุ่น โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกินไว้บนผิวหน้า
โปรแกรม Thermage FLX และ Ulthera SPT ยกกระชับพร้อมลดขนาดต่อมไขมัน
นอกจากจะเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวชั้นนำแล้ว ทั้งโปรแกรม Thermage FLX (คลื่นวิทยุความถี่สูง) และโปรแกรม Ulthera SPT (คลื่นอัลตราซาวด์) ยังมีจุดเด่นเรื่องการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว ซึ่งความร้อนนี้มีส่วนช่วยทำให้ต่อมไขมันฝ่อตัวลงหรือหดเล็กลงได้ ส่งผลให้การผลิตน้ำมันลดน้อยลง รูขุมขนดูกระชับขึ้น และผิวหน้าดูละเอียดเรียบเนียนขึ้น เป็นผลพลอยได้ที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มีปัญหาหน้ามันและหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน
สรุปวิธีแก้หน้ามัน
ปัญหารูขุมขนกว้างและหน้ามันสามารถจัดการได้ หากเราเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้อง การดูแลตัวเองเบื้องต้นเป็นพื้นฐานที่ดี แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน การใช้หัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วยจะช่วยยกระดับงานผิวให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าผิวของตัวเองเหมาะกับโปรแกรมไหน สามารถเข้ามาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC ช่วยประเมินสภาพผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองคิวปรึกษาแพทย์ได้ที่ :
- Line OA : @theritzclinic
- Facebook Inbox : THE RITZ
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรศัพท์ : 088-892-2666
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีแก้หน้ามัน
หน้ามันใช้อะไรดี ระหว่างกระดาษซับมันกับฟิล์มซับมัน?
แนะนำให้ใช้กระดาษซับมัน เพราะจะช่วยซับเฉพาะน้ำมันส่วนเกินออก โดยไม่ดึงความชุ่มชื้นจากผิวมากเกินไป ต่างจากฟิล์มซับมันที่อาจดูดซับน้ำมันจนผิวแห้งเกินไป ทำให้ผิวระคายเคืองและผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มได้
ล้างหน้าบ่อย ๆ ช่วยให้หน้าหายมันจริงไหม?
ไม่จริง การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ ผิวจะแห้งตึงและขาดสมดุล ส่งผลให้ต่อมไขมันเร่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากขึ้น ทำให้หน้ามันเร็วกว่าเดิม
คนหน้ามัน จำเป็นต้องทากันแดดหรือไม่?
จำเป็นมาก เพราะรังสียูวีทำลายคอลลาเจนและทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น รวมถึงความร้อนจากแสงแดดยังกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ควรเลือกกันแดดสูตร Oil-Control หรือเนื้อน้ำ (Water-based) ที่บางเบา ไม่อุดตัน
ทำเลเซอร์ช่วยลดหน้ามันได้ถาวรไหม?
เลเซอร์ และหัตถการต่างๆ เช่น โปรแกรม Thermage หรือโปรแกรม EXION ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันและกระชับรูขุมขนได้ดีมาก ทำให้หน้ามันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว แต่เนื่องจากต่อมไขมันยังเป็นอวัยวะที่จำเป็นต่อผิว จึงไม่ได้หายไปถาวร 100% แต่จะช่วยให้ควบคุมความมันได้ง่ายขึ้นและผิวดูสวยขึ้น

