Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

โบท็อกริ้วรอย

โบท็อกลดริ้วรอย แก้ปัญหาหน้าเหี่ยวย่น

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

โบท็อกริ้วรอย ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ด้านความงาม สามารถช่วยแก้ไขปัญหาบนใบหน้าได้หลายด้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหา ริ้วรอยตามวัย และผิวหน้าหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับผิวหน้า, ปรับรูปหน้า, กระชับรูขุมขน รวมทั้งการทำโบท็อกริ้วรอย ช่วยชะลอรอยที่จะเกิดขึ้นใหม่ให้ช้าลงได้ และหากทำตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้คงความอ่อนวัยได้ยาวนานยิ่งขึ้น การเลือกทำโบท็อกไม่อันตรายอย่างที่หลายคนกังวล มาทำความรู้จักกับการฉีดโบท็อก กันเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกทำหัตถการทางความงาม ที่จะช่วยให้ผิวสวยเป๊ะปังยิ่งขึ้นกัน

ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากอะไร

ริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในร่างกายที่เราควบคุมได้ยาก และปัจจัยภายนอกจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เราสามารถป้องกันหรือปรับเปลี่ยนได้ ดังนี้

ปัจจัยภายใน (Internal Factors)

  • อายุที่เพิ่มขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ความกระชับ และความชุ่มชื้น
  • พันธุกรรม โครงสร้างผิวและแนวโน้มการเกิดริ้วรอยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพันธุกรรมที่ได้รับถ่ายทอด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะเมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง (เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือน) ทำให้ผิวบางลงและแห้งง่ายขึ้น
  • การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ การหดตัวของกล้ามเนื้อจากการยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือหยีตาเป็นประจำ จนเกิดเป็นริ้วรอยร่องลึก

ปัจจัยภายนอก (External Factors)

  • แสงแดดและรังสียูวี เป็นตัวการหลักที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • การสูบบุหรี่ สารพิษในควันบุหรี่ทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ผิวแห้งเหี่ยวและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • มลภาวะ ฝุ่นควันและสารพิษต่างๆ ในอากาศ สร้างอนุมูลอิสระที่เร่งกระบวนการชราของผิว
  • การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม เช่น การละเลยการทาครีมกันแดด การไม่บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเพียงพอ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ, ความเครียดสะสม, การดื่มน้ำน้อยเกินไป และการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรืออาหารแปรรูปมากเกินไป
  • การสัมผัสใบหน้าแรง ๆ เช่น การขยี้ตาหรือเช็ดถูใบหน้าซ้ำๆ อย่างรุนแรง

ริ้วรอยบนใบหน้ามีแบบไหนบ้าง

ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อเวลาผ่านไป แต่ลักษณะและความลึกของริ้วรอยนั้นมีความแตกต่างกัน การทำความเข้าใจประเภทของริ้วรอยจะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีการดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่งประเภทของริ้วรอยบนใบหน้าหลักๆ ได้ตามความลึกและลักษณะที่ปรากฏ ดังนี้

ริ้วรอยตื้น (Superficial Wrinkles / Fine Lines)

ริ้วรอยตื้น หรือที่มักเรียกว่า Fine Lines เป็นริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นบาง ๆ ขนาดเล็ก ปรากฏอยู่บนผิวหนังชั้นนอก (หนังกำพร้า) หรือชั้นหนังแท้ส่วนบน ๆ มักจะสังเกตเห็นได้ง่ายเมื่อผิวแห้ง หรือเมื่อมีการขยับแสดงสีหน้าเล็กน้อย

  • ลักษณะ เป็นเส้นริ้ว ๆ เล็ก ๆ ละเอียด ไม่ลึกมาก อาจเห็นเป็นรอยย่นเล็ก ๆ บนผิว
  • สาเหตุหลัก
    • การสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวหนังชั้นนอก
    • การสัมผัสแสงแดดในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่รุนแรงมาก
    • การเริ่มต้นของกระบวนการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสติน
    • พฤติกรรมการขยับกล้ามเนื้อใบหน้าเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ
  • บริเวณที่พบบ่อย รอบดวงตา (หางตา), รอบริมฝีปาก, หน้าผาก หรือแก้มในระยะเริ่มต้น

ริ้วรอยลึก (Deep Wrinkles / Static Wrinkles)

ริ้วรอยลึก หรือ Static Wrinkles เป็นริ้วรอยที่เห็นได้ชัดเจน มีลักษณะเป็นร่องลึกกว่าริ้วรอยตื้น และที่สำคัญคือมักจะปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่ใบหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ (คือเห็นได้ชัดเจนแม้ใบหน้าจะนิ่งเฉย) ริ้วรอยประเภทนี้จะอยู่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้

  • ลักษณะ เป็นร่องหรือเส้นที่ลึกชัดเจน มองเห็นได้ง่าย ผิวบริเวณนั้นอาจดูยุบตัวลงไป
  • สาเหตุหลัก
    • การเสื่อมสภาพและการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้อย่างมากและเป็นเวลานาน
    • ผลกระทบจากการสัมผัสแสงแดดสะสมมาเป็นเวลานาน
    • การหดเกร็งของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานหลายปี จนเกิดเป็นร่องถาวร เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยตีนกาที่ลึก
    • ปัจจัยทางพันธุกรรม
    • การสูบบุหรี่
    • แรงโน้มถ่วงของโลกที่ส่งผลต่อผิวเมื่ออายุมากขึ้น
  • บริเวณที่พบบ่อย ร่องหน้าผาก, ร่องระหว่างคิ้ว, ร่องแก้ม (Nasolabial Folds), ร่องน้ำหมาก (Marionette Lines), รอยตีนกาที่ลึกและชัดเจน

โบท็อกริ้วรอย คืออะไร

โบท็อกริ้วรอย คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เข้าไปบริเวณที่เกิดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น หน้าผาก หางตา หรือระหว่างคิ้ว ซึ่งตัวยามีคุณสมบัติออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดริ้วรอยตามจุดต่าง ๆ และป้องกันริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย

โบท็อกริ้วรอยมีกระบวนการทำงานอย่างไร

เมื่อสาร Botulinum Toxin เข้าสู่ร่างกาย จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท Acetylcholine ในส่วนของกล้ามเนื้อที่ปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและอ่อนแรง เมื่อแสดงสีหน้าต่าง ๆ เช่น ขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว หรือยิ้ม กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจึงไม่ขยับ ผิวไม่เกิดรอยพับ ช่วยลดเลือดริ้วรอยต่าง ๆ บนหน้าได้

โบท็อกริ้วรอย เหมาะกับใคร

การทำโบท็อกริ้วรอยเหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบนใบหน้า โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยเหล่านี้

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยปรากฏตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา (รอยตีนกา)
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยและต้องการให้ผิวดูตึงกระชับขึ้น
  • ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่มักจะเริ่มเห็นริ้วรอยตามวัยได้ชัดเจนขึ้น
  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป แม้จะยังอายุน้อย แต่ก็สามารถเริ่มมีปัญหาริ้วรอยได้ เนื่องจากช่วงวัยนี้การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเริ่มลดลงตามธรรมชาติ
  • ผู้ที่เผชิญกับปัญหาริ้วรอยจากปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากอายุ เช่น ความเครียดสะสม, การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อย ๆ เช่น การขมวดคิ้ว การยิ้มหรือหัวเราะมาก รวมถึงริ้วรอยที่เกิดจากผลกระทบจากมลภาวะและแสงแดดที่ทำร้ายผิว
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันหรือชะลอการเกิดริ้วรอยร่องลึกในอนาคต (การดูแลผิวหน้าแต่เนิ่นๆ ช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้นานขึ้น)

โบท็อกริ้วรอย ฉีดจุดไหนได้บ้าง

ในการฉีดโบท็อกริ้วรอย ก่อนอื่นต้องดูจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นแพทย์จะประเมินจุดที่ฉีด พร้อมปริมาณและจำนวนครั้งในการฉีด และสามารถทำได้หลายจุด เช่น 

  1. ลดริ้วรอยตีนกา สำหรับการลดริ้วรอยตีนกา หรือการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยใต้ตา แพทย์จะประเมินและกำหนดจุดฉีดรอบดวงตาอย่างระมัดระวัง ในส่วนที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา 
  2. ลดริ้วรอยบนหน้าผาก หรือโบท็อกลดริ้วรอยหน้าผาก จะฉีดเข้าบริเวณขมับและหน้าผากเพื่อลดริ้วรอย 
  3. ลดริ้วรอยระหว่างคิ้ว โบท็อกลดริ้วรอยระหว่างคิ้วฉีดบริเวณที่ฉีดคือกล้ามเนื้อระหว่างคิ้ว 
  4. ลดริ้วรอยร่องแก้ม ฉีดเข้าบริเวณใบหน้าในจุดที่มีริ้วรอย 
  5. ลดริ้วรอยมุมปาก ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ Depressor Anguli Oris บริเวณมุมปากเพื่อยกกระชับ 

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอย

ก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอย ควรเตรียมตัวดังนี้

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง
  2. งดสครับใบหน้า เลเซอร์ผิวบริเวณที่ฉีด 2-3 วัน
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  4. หยุดยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแก้อักเสบ แอสไพริน น้ำมันตับปลา วิตามินอี เป็นต้น เป็นเวลา 7-14 วัน
  5. ควรให้แพทย์เปิดขวดใหม่ และผสมสาร Botulinum Toxin ให้ดูทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสารที่จะฉีดเป็นของแท้ และไม่ได้ถูกน้ำเกลือเจือจางมากเกินไป
  6. หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอย

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกริ้วรอย

หลังฉีดโบท็อกริ้วรอย ควรดูแลตัวเองดังนี้

  1. หลังฉีดโบท็อกริ้วรอย ควรขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง
  2. ไม่กด คลึง หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปยังส่วนที่ไม่ต้องการได้
  3. ไม่นอนราบ นอนตะแคง และก้มหัวต่ำกว่าอก ประมาณ 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  4. หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง 48 ชม.
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกริ้วรอย

โบท็อกริ้วรอยกี่ครั้งเห็นผล

ฉีดโบท็อกริ้วรอยกี่ครั้งเห็นผล? บางคนวันเดียวก็เห็นผลแล้ว บางคนฉีดมาสามเดือนแล้วยังไม่เห็นผลเลย สรุปแล้วหลังทำกี่วันเห็นผลกันแน่? คำตอบคือต้องขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีดและริ้วรอยที่รับการแก้ไข เพราะปัจจัยหลักจริง ๆ คือ สภาพผิวหน้า อายุ และจุดที่ฉีด ซึ่งตามมาตรฐานในวงการเสริมความงามที่มีรายงานและสถิติของการฉีดโบท็อก ส่วนใหญ่หลังจากฉีดประมาณ 1-2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ สำหรับการแก้ไขริ้วรอยตื้นตามจุดต่าง ๆ และ 2 สัปดาห์สำหรับริ้วรอยลึก และผิวหย่อนคล้อย แต่สำหรับการปรับรูปหน้าลดกรามอาจจะใช้เวลานานยิ่งขึ้น จะอยู่ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ประมาณ 6-12 เดือน 

โบท็อกริ้วรอยอยู่ได้นานแค่ไหน 

ต้องบอกก่อนเลยว่าการฉีดโบท็อก ไม่ใช่หัตถการที่ทำแล้วให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ถาวร ทว่าสามารถอยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และจะค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ จนโบท็อกหมดฤทธิ์ไปในที่สุด ปกติแล้วโบท็อกจะคงอยู่ได้ประมาณ 3-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดโบท็อก ปริมาณที่ฉีด บริเวณที่ฉีด ตลอดจนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลนั่นเอง

โบท็อกริ้วรอยใช้กี่ยูนิต

การฉีดโบท็อกริ้วรอยแต่ละตำแหน่งจะใช้ปริมาณยูนิตไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาริ้วรอย ความต้องการของคนไข้ และการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปมีปริมาณเฉลี่ยที่ใช้ ดังนี้

  • ระหว่างคิ้ว 25 ยูนิต  
  • รอยตีนกา หางตา 25 ยูนิต 
  • รอยย่นบนหน้าผาก 30 ยูนิต

โบท็อกริ้วรอยราคาเท่าไหร่

ราคาการฉีดโบท็อกริ้วรอยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งยี่ห้อโบท็อกที่เลือกใช้ ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่ โบท็อกเกาหลี โบท็อกอเมริกา ไปจนถึงแบรนด์คุณภาพจากยุโรป รวมถึงปริมาณยูนิต (U หรือ DU) ที่เหมาะสมกับปัญหาและบริเวณที่ต้องการรักษาของแต่ละบุคคล

ที่ THE RITZ CLINIC เราให้ความสำคัญสูงสุดกับการใช้ โบท็อกแท้ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทุกยี่ห้อ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงผลลัพธ์ ทั้งยังช่วยลดความกังวลเรื่องการเกิดภาวะดื้อโบท็อก ในระยะยาวด้วย

โดยราคาโบท็อกจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกและปริมาณที่ใช้ โดยการฉีดโบท็อกซ์ที่ THE RITZ CLINIC มีราคาเริ่มต้นดังนี้

  • BOTOX (100 U) : เริ่มต้น 19,900 บาท
  • DYSPORT (300 DU) : เริ่มต้น 19,900 บาท
  • NABOTA (100 U) : เริ่มต้น 12,900 บาท
  • XEOMIN (100 U) : เริ่มต้น 19,900 บาท

นอกจากลดริ้วรอย โบท็อกช่วยอะไรอีกบ้าง

ต้องบอกว่า โบท็อกทำได้มากกว่าลดริ้วรอย เพราะโบท็อกสามารถฉีดได้หลายจุด และแก้ปัญหาบนใบหน้าและร่างกายได้หลากหลาย เช่น

  • ฉีดโบท็อกกราม ช่วยลดกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
  • ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ช่วยให้หน้ายกกระชับ มองเห็นกรอบหน้าชัดเจนขึ้น
  • ฉีดโบท็อกบ่า แขน และน่อง ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบ่า แขน และน่อง ทำให้บ่าและแขนเล็กลง ขาดูเรียวขึ้น
  • ฉีดโบท็อกรักแร้ ช่วยลดเหงื่อและกลิ่นตัว
สรุปเกี่ยวกับโบท็อกลดริ้วรอย

สรุปบทความ

โบท็อกริ้วรอย คือการเสริมความงามที่ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างตรงจุด และช่วยคืนความอ่อนวัยให้ผิวหน้า ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยาวนาน โดยเฉพาะหากเลือกคลินิกเสริมความงามของเราให้ช่วยดูแลผิวให้คุณ THE RITZ CLINIC เรามีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการทำหัตถการความงามทุกแบบ พร้อมให้คำแนะนำการดูแลตนเองทั้งก่อนและข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกอย่างละเอียด เราคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง อุปกรณ์ต่าง ๆ ทันสมัย ไม่ว่าจะมีปัญหาผิวแบบไหน ก็สามารถปรึกษา THE RITZ CLINIC ฟรี ทุกสาขา

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ