ในยุคที่เทรนด์ผิวสวยแบบ “Glass Skin” หรือผิวที่ดูสุขภาพดีจากภายในกำลังมาแรง การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะกู้ผิวที่อ่อนล้าสะสมให้กลับมาสดใสได้ทันใจ “โปรแกรม Skin Booster” จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า Skin Booster คืออะไร แตกต่างจากการทำหัตถการอื่นอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปเจาะลึกทุกข้อสงสัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณมั่นใจในการดูแลผิวพรรณอย่างปลอดภัยและตรงจุด
Skin Booster คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเทรนด์ผิวสวยที่ขาดไม่ได้
Skin Booster คือ หัตถการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยการส่งผ่านสารบำรุงเข้มข้นเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการทาครีมทั่วไปที่บำรุงได้เพียงผิวชั้นบน สารที่นิยมนำมาใช้มักเป็นกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA), Polynucleotide (PN) หรือสารกลุ่ม Biostimulator ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูฉ่ำวาว ยืดหยุ่น เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เปรียบเสมือนการเติมน้ำและอาหารให้ผิวแบบเร่งด่วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกู้ผิวโทรมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
เจาะลึกประเภทของ Skin Booster แบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

แม้เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูผิว แต่โปรแกรม Skin Booster แต่ละชนิดมีกลไกการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกให้ถูกประเภทจึงสำคัญมาก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟู (Hydration & Regeneration)
กลุ่มนี้จะเน้นการเติมน้ำให้ผิวทันทีและซ่อมแซมเซลล์ผิวระดับ DNA สารประกอบหลักมักเป็น Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลเล็ก หรือ Polynucleotide (PN) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง หรือมีปัญหารอยสิว ต้องการงานผิวที่ดูฉ่ำวาว เล่นแสง และดูสดใสขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
กลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator)
กลุ่มนี้จะเน้นผลลัพธ์ในระยะยาวด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ สารประกอบหลักมักเป็น PLLA หรือ CaHA ซึ่งจะเข้าไปเป็นโครงสร้างให้ผิวเกาะยึด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ หรือต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่นเฟิร์มและดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน
3 ตัวท็อปโปรแกรม Skin Booster ที่แพทย์ THE RITZ CLINIC
ที่ THE RITZ CLINIC แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ระดับโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย มาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่หลากหลาย โดยมี 3 โปรแกรมยอดนิยม ดังนี้
โปรแกรมฉีด Rejuran (รีจูรัน) : งานผิวฉ่ำเงา กระจกใส
โปรแกรม Rejuran ใช้สารสกัด Polynucleotide (PN) เข้มข้นที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ เข้าไปช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายจากภายใน ปรับสมดุลน้ำและน้ำมันในผิว ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ผิวดูเรียบเนียน และฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเสียสะสม รอยสิว หรือผิวที่ขาดการบำรุง
โปรแกรมฉีด Sculptra (สคัลป์ทรา) : งานผิวเด็ก สร้างคอลลาเจน
Sculptra คือสาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็น Biostimulator ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองว่าสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ในร่างกายได้สูงถึง 66.5% ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาแน่นกระชับ ริ้วรอยดูลดเลือนลง และปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีด Radiesse (เรเดียส) : งานผิวโครงสร้าง แน่นเฟิร์ม
Radiesse ประกอบด้วยสาร CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ที่โดดเด่นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว (Structural Skin) แบบ 5 in 1 ช่วยกระตุ้นทั้งคอลลาเจนและอีลาสตินไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนการสร้างตาข่ายพยุงผิวใหม่ ทำให้ผิวที่ยวบยาบกลับมาแน่นเฟิร์ม กรอบหน้าดูชัดขึ้น และผิวมีความยืดหยุ่นแข็งแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่ดูสุขภาพดีควบคู่ไปกับการยกกระชับ
Skin Booster ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องใดบ้าง?

การทำโปรแกรม Skin Booster สามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะปัญหาที่สกินแคร์ทั่วไปอาจเข้าไม่ถึง
- ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ : เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ให้ผิวดูอิ่มน้ำทันที
- รูขุมขนกว้าง ผิวไม่ละเอียด : กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างผิวใหม่ให้เรียบเนียน
- ริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) : เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ริ้วรอยตื้นๆ จางลง
- รอยสิวและหลุมสิวตื้น : ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิว ให้รอยดำจางลงและหลุมสิวดูตื้นขึ้น
- ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส : ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ คืนความกระจ่างใสให้ใบหน้า
- ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ : สร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นเฟิร์มและดูเด็กกว่าวัย
Skin Booster ต่างจากการทาครีมบำรุงอย่างไร?
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องฉีด ในเมื่อทาครีมทุกวันอยู่แล้ว ตารางเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การทาครีมบำรุงผิว | โปรแกรม Skin Booster |
| ระดับการบำรุง | บำรุงผิวชั้นบน (Epidermis) | ฟื้นฟูถึงผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) |
| การดูดซึม | ซึมซับได้จำกัด ขึ้นอยู่กับสภาพผิว | ตัวยาเข้าสู่เซลล์เป้าหมายโดยตรง |
| ระยะเวลาเห็นผล | ใช้เวลานาน ต้องทาต่อเนื่อง | เห็นผลการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่า |
| ผลลัพธ์หลัก | ให้ความชุ่มชื้น เคลือบผิว | ปรับโครงสร้างผิว สร้างคอลลาเจนใหม่ |
ขั้นตอนการทำและการดูแลตัวเองหลังโปรแกรมฉีด Skin Booster
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำเป็นสิ่งสำคัญ
- ปรึกษาแพทย์ : แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์สภาพผิวเพื่อเลือกตัวยาที่เหมาะสม
- เตรียมผิว : ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาเพื่อลดความรู้สึกขณะทำ
- ขณะทำ : แพทย์จะทำการฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวด้วยเทคนิคเฉพาะที่แม่นยำ
- หลังทำทันที : อาจมีรอยเข็มหรือตุ่มนูนเล็กน้อย ซึ่งจะค่อยๆ ยุบหายไปเอง
- การดูแลที่บ้าน : งดล้างหน้า 4-6 ชั่วโมงแรก, หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด, งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยให้ตัวยาทำงานได้ดีขึ้น
ทำไมต้องทำโปรแกรม Skin Booster ที่ THE RITZ CLINIC
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ทุกท่านมีความชำนาญในการวิเคราะห์สภาพผิวและเทคนิคการฉีดที่แม่นยำ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย
- ยาแท้แกะกล่อง : มั่นใจได้ 100% ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเป็นของแท้ ตรวจสอบได้ต่อหน้าก่อนทำทุกเคส ไม่มียาหิ้วหรือยาปลอม
- เลือกสูตรเฉพาะบุคคล : เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราจึงเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Rejuran, Sculptra หรือ Radiesse
- มาตรฐานความสะอาด : สถานที่และอุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานสากล ให้คุณใช้บริการได้อย่างอุ่นใจ
สรุป Skin Booster คือทางลัดสู่ผิวสวยที่คุ้มค่า
โดยสรุปแล้ว Skin Booster คือ นวัตกรรมการดูแลผิวที่คุ้มค่าแก่การลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเร่งด่วนและล้ำลึก ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาผิวแห้ง ริ้วรอย หรือผิวไม่กระชับ การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณกลับมามีผิวสวย สุขภาพดี และมั่นใจได้อีกครั้ง หากสนใจปรึกษาปัญหาผิว สามารถติดต่อ THE RITZ CLINIC ได้ที่ Line OA: @theritzclinic หรือ Facebook Inbox: THE RITZ หรือ Instagram: theritzclinic.official หรือโทรศัพท์ 088-892-2666 เจ้าหน้าที่ของเราพร้อมให้คำแนะนำอย่างดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Skin Booster
โปรแกรมฉีด Skin Booster เจ็บไหม?
ความรู้สึกขณะทำอยู่ในระดับที่ทนได้ โดยก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ นอกจากนี้ตัวยาบางชนิดยังมียาชาผสมอยู่ด้วย ทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้นขณะทำ
Skin Booster อยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปกลุ่มเติมความชุ่มชื้นจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ส่วนกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี
โปรแกรมฉีด Rejuran คู่กับโปรแกรมฉีด Sculptra ได้ไหม?
สามารถทำควบคู่กันได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดย Rejuran จะช่วยเรื่องความฉ่ำวาวและผิวชั้นบน ส่วน Sculptra จะช่วยเสริมโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นลึก ทั้งนี้ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
หลังโปรแกรมฉีด Skin Booster แต่งหน้าได้ทันทีหรือไม่?
แนะนำให้งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและอุดตันบริเวณรอยเข็ม ให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แตกต่างจากโปรแกรมฉีด Skin Booster อย่างไร?
ฟิลเลอร์ (Filler) เน้นการเติมเต็มปรับรูปหน้า และแก้ปัญหาร่องลึก ส่วน Skin Booster เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้ดีขึ้น เช่น ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และความกระจ่างใส

