Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Ultraformer III คืออะไร

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ CLINIC จะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของเทคโนโลยีนี้ เพื่อให้คุณเข้าใจว่า Ultraformer III ยกกระชับใบหน้าได้ดีอย่างไร และต้องดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III คือเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือที่รู้จักกันในชื่อ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและมีความแม่นยำสูง สามารถส่งพลังงานลงไปใต้ชั้นผิวหนังได้ลึกถึงระดับชั้นพังผืดของกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า ลดเลือนริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้คมชัด หน้าเรียวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

หลักการทำงานของเทคโนโลยี MMFU

หัวใจสำคัญของ Ultraformer III คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า MMFU (Micro and Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของ HIFU โดยสามารถปล่อยพลังงานออกมาเป็นจุดเล็กๆ ที่มีความแม่นยำสูง ทำให้เกิดความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 65-75°C ใต้ชั้นผิว เมื่อเนื้อเยื่อในชั้น SMAS ได้รับพลังงานนี้ จะเกิดการหดตัวทันที คล้ายกับการเย็บเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน 

ซึ่งส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้นได้ทันทีหลังทำ นอกจากนี้ พลังงานดังกล่าวยังกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวโดยรวมดูแน่นฟู เรียบเนียน และหน้าเด็กลง ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

ด้วยหัวยิงที่มีความลึกหลากหลายระดับ ทำให้ Ultraformer III สามารถออกแบบการรักษาเพื่อแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น

  • ยกกระชับผิว (Lifting): แก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ยกแนวคิ้วและหางตา ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
  • ปรับกรอบหน้า (V-Shape): ช่วยสลายไขมันสะสมบริเวณแก้มส่วนล่างและเหนียง พร้อมยกกระชับ ทำให้กรอบหน้าคมชัดและดูเรียวขึ้น
  • ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction): กระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น ช่วยให้ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation): ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวโดยรวมดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น

การเตรียมตัวก่อนทำ Ultraformer III

การเตรียมตัวก่อนทำนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการทำหัตถการบนใบหน้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียดก่อนทำการรักษา

ขั้นตอนการทำ Ultraformer III

  1. ปรึกษาแพทย์: แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและปัญหา เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  2. เตรียมผิว: เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดใบหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  3. ทำการรักษา: แพทย์จะใช้หัวยิงพลังงาน Ultraformer III ไปตามบริเวณที่วางแผนไว้ โดยใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ
  4. เสร็จสิ้น: หลังทำเสร็จ สามารถทาครีมบำรุงและครีมกันแดด แล้วกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

การดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer III

การดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer III

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำ Ultraformer III มีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลตัวเองหลังทำก็เป็นสิ่งสำคัญ

  • ควรทำ: ทาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นและครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำ
  • ควรเลี่ยง: หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนโดยตรง เช่น การซาวน่า สตรีม หรือการทำเลเซอร์ที่ให้ความร้อนสูง เป็นเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่

เทียบชัด ๆ Ultraformer III / Ultraformer MPT / Ulthera / Thermage ต่างกันอย่างไร ?

การเลือกเทคโนโลยียกกระชับที่เหมาะสมจำเป็นต้องเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเครื่องมือ เพราะไม่ว่าจะเป็น Ultraformer III, Ultraformer MPT, Ulthera หรือ Thermage ก็ล้วนมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์กับปัญหาที่แตกต่างกันไป ซึ่งทีมแพทย์ THE RITZ CLINIC ขออธิบายรายละเอียดเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ดังนี้

Ultraformer III

  • เทคโนโลยี: MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็น HIFU คุณภาพสูง
  • หลักการทำงาน: ส่งพลังงานคลื่นเสียงเป็นจุดๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อให้เกิดการหดตัวและยกกระชับ มีหัวยิงหลายขนาดที่ช่วยสลายไขมันได้ด้วย
  • เหมาะกับปัญหา: ความหย่อนคล้อย, กรอบหน้าไม่คม, มีเหนียงและไขมันสะสมที่แก้ม, ต้องการฟื้นฟูผิวชั้นตื้น
  • ความรู้สึก: อุ่นๆ และหน่วงๆ ใต้ผิว ความเจ็บอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง

Ultraformer MPT

  • เทคโนโลยี: MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) พร้อมเทคโนโลยี MPT (Micro-Pulsed Technology) เป็น HIFU รุ่นใหม่ล่าสุด
  • หลักการทำงาน: พัฒนาต่อจาก Ultraformer III โดยเพิ่มโหมดการยิงพลังงานแบบเส้นตรง (Linear) ทำให้พลังงานสะสมใต้ผิวได้ดีขึ้น เจ็บน้อยลง และใช้เวลาทำเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีหัวยิงพิเศษ Ultra Booster ที่ช่วยกระตุ้นผิวชั้นตื้นและผลักตัวยาบำรุงผิวได้ในขั้นตอนเดียว
  • เหมาะกับปัญหา: เหมือนกับ Ultraformer III คือความหย่อนคล้อย, กรอบหน้าไม่คม, เหนียง แต่เพิ่มเรื่องการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน, กระจ่างใส, และเพิ่มความฉ่ำวาว (Skin Glow)
  • ความรู้สึก: เจ็บน้อยกว่า Ultraformer III อย่างชัดเจน จะรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิว และสบายผิวขณะทำหัว Booster

Ulthera

  • เทคโนโลยี: MFU-V (Micro Focused Ultrasound with Visualization) เป็น HIFU เช่นกัน แต่เป็น Original Brand
  • หลักการทำงาน: ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เหมือนกัน แต่มีจุดเด่นคือ หน้าจอ Real-time (DeepSEE®) ที่ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวขณะทำ จึงมีความแม่นยำสูงมาก
  • เหมาะกับปัญหา: ความหย่อนคล้อยที่ต้องการความแม่นยำสูง, ยกคิ้ว, ยกกรอบหน้า
  • ความรู้สึก: รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ คล้ายมีหนามเล็กๆ ใต้ผิว ความเจ็บค่อนข้างชัดเจนกว่า

Thermage

  • เทคโนโลยี: Monopolar Capacitive Radiofrequency (คลื่นวิทยุขั้วเดียว)
  • หลักการทำงาน: ส่งพลังงานความร้อนเป็นก้อนใหญ่ (Bulk Heating) ลงไปที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดระเบียบผิวให้แน่นขึ้น
  • เหมาะกับปัญหา: ผิวหลวม ไม่กระชับ, มีไขมันสะสมเยอะ, ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมให้แน่นฟู
  • ความรู้สึก: รู้สึกร้อนลึกๆ ที่ผิว สลับกับความเย็นจากหัวยิง

โดยสรุป Ultraformer III, MPT และ Ulthera จะเน้นผลลัพธ์ด้านการ “ยกกระชับ” (Lifting) เป็นหลัก ส่วน Thermage จะเน้นการ “กระชับผิวให้แน่น” (Tightening) โดย Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ให้ความรู้สึกสบายผิวกว่าและเพิ่มผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและแนะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลที่สุด

ทำ Ultraformer III ที่ไหนดี

ทำ Ultraformer III ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกสำหรับทำ Ultraformer III เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และทำการรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ที่ THE RITZ CLINIC เราภูมิใจนำเสนอเทคโนโลยี Ultraformer III ของแท้ พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะประเมินสภาพผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุดและผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพอใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ultraformer III

Ultraformer III เจ็บไหม

ความรู้สึกระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นๆ และหน่วงๆ บริเวณใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณแนวกราม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานถูกส่งลงไปถึงชั้นที่ถูกต้อง แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้ และการแปะยาชาก่อนทำจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นมาก

Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังทำจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 20-30% และผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างเต็มที่ใน 1-3 เดือน โดยสามารถคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

ต้องทำกี่ไลน์ถึงจะเห็นผล?

จำนวนไลน์ (Lines) หรือจำนวนช็อตที่ใช้ จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปสำหรับการทำทั่วใบหน้าและเหนียงจะอยู่ที่ประมาณ 300-700 ไลน์ขึ้นไป

สรุปบทความ

โดยสรุปแล้ว การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่ง Ultraformer III ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะเทคโนโลยี HIFU คุณภาพสูงที่ให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในด้านการ “ยกกระชับ” (Lifting) ด้วยการส่งพลังงานลงไปจัดการความหย่อนคล้อยได้ถึงชั้น SMAS ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาได้รูป ถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและเป็นที่นิยมอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง จากความสำเร็จของ Ultraformer III ได้นำไปสู่การพัฒนาเครื่องรุ่นล่าสุดที่อัปเกรดขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือ Ultraformer MPT ซึ่งยังคงประสิทธิภาพการยกกระชับที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นเดิม แต่ได้เพิ่มคุณสมบัติที่โดดเด่นเข้ามา คือ ความรู้สึกเจ็บที่น้อยลงอย่างชัดเจน, ใช้เวลาในการทำสั้นลง, และที่สำคัญคือมีโหมดการยิงพลังงานแบบใหม่ที่ช่วย ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation) ไปพร้อมกัน ทำให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนและกระจ่างใสยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสม ดังนั้น การเลือกทำกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ