Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ร่องลึกใต้ตา

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา พร้อมทั้งวิธีรักษาที่หลากหลาย เพื่อฟื้นคืนความสดใสให้ดวงตาและใบหน้าดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

ร่องลึกใต้ตาคืออะไร

ร่องลึกใต้ตา หรือที่ทางการแพทย์อาจเรียกว่า Tear Trough Deformity คือ ลักษณะของร่องหรือความยุบตัวของผิวบริเวณใต้ตา ซึ่งทอดตัวยาวจากหัวตาด้านในไปยังบริเวณโหนกแก้ม การเกิดร่องนี้ทำให้เกิดเงาใต้ตา ทำให้ดวงตาดูอิดโรย ลึกโหล และอาจเห็นเป็นรอยคล้ำชัดเจนยิ่งขึ้น แม้จะพักผ่อนเพียงพอก็ตาม ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อความสดใสของใบหน้าโดยรวม และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุหรือดู หน้าโทรม ได้

ร่องลึกใต้ตาเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

ปัญหาร่องลึกใต้ตาไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างชั้นผิวลึกไปจนถึงปัจจัยภายนอก การเข้าใจต้นตอที่แท้จริงจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยสาเหตุหลักมีดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูก

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเกิดกระบวนการสลายกระดูกตามธรรมชาติ โดยเฉพาะกระดูกบริเวณเบ้าตา และกระดูกโหนกแก้มที่จะเกิดการยุบตัวและกว้างขึ้น เปรียบเสมือนฐานรากของใบหน้าที่เคยคอยพยุงเนื้อเยื่อรอบดวงตาได้หายไป ทำให้เนื้อเยื่อด้านบนไม่มีที่ยึดเกาะและทรุดตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นร่องลึกที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน

2. การฝ่อและเคลื่อนตัวของชั้นไขมัน

ไขมันบนใบหน้าแบ่งเป็นชั้นลึกและชั้นตื้น ในวัยหนุ่มสาวไขมันเหล่านี้จะเรียงตัวแน่นหนาทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันชั้นลึกที่ทำหน้าที่หนุนผิวจะฝ่อตัวลง ทำให้ใต้ตาดูโหลลึก ในขณะเดียวกัน ไขมันชั้นตื้นอาจเกิดการเคลื่อนตัวต่ำลงมา หรือที่เรียกว่า ถุงใต้ตา ซึ่งการป่องออกของถุงใต้ตานี้จะยิ่งสร้างความเปรียบต่าง ทำให้ร่องน้ำตาที่อยู่ด้านล่างดูมืดและลึกกว่าความเป็นจริง

3. ความเสื่อมสภาพและความหย่อนคล้อยของผิวหนัง 

ผิวหนังรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวจะสูญเสียความยืดหยุ่นและบางลงอย่างมาก ทำให้ผิวหนังบริเวณนี้หย่อนคล้อยตกลงมาทับแนวเส้นเอ็นยึดผิว ซึ่งเส้นเอ็นนี้มักจะยึดติดแน่นกับกระดูก เมื่อผิวหนังด้านบนหย่อนแต่เส้นเอ็นยังรั้งอยู่ จึงเกิดลักษณะเป็นร่องพับที่ชัดเจน ยิ่งผิวบางมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเห็นความลึกและเงาของเส้นเลือดดำใต้ผิวชัดขึ้น ทำให้ดูคล้ำโทรม

4. พันธุกรรมและโครงสร้างทางกายวิภาค

ไม่ใช่แค่เรื่องของวัย แต่ “พันธุกรรม” มีผลอย่างมาก บางท่านอาจมีปัญหาร่องลึกใต้ตาตั้งแต่วัยรุ่น เนื่องจากมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาที่ลึก หรือมีกระดูกโหนกแก้มแบน ทำให้ขาดแรงพยุงเนื้อเยื่อใต้ตาตามธรรมชาติ หรือมีลักษณะของผิวหนังใต้ตาที่บางมากมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งลักษณะเหล่านี้ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม

5. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยภายนอก

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นตัวเร่งให้ร่องลึกใต้ตาเกิดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น ได้แก่

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองติดขัด เกิดภาวะคั่งของเลือด (Venous Congestion) ทำให้ใต้ตาบวมช้ำและดูโหลลึก
  • โรคภูมิแพ้: ผู้ที่เป็นภูมิแพ้จมูกเรื้อรัง เส้นเลือดฝอยรอบดวงตาจะขยายตัวทำให้ขอบตาคล้ำ และการขยี้ตาบ่อยๆ จะทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวใต้ตาย้วยและเกิดร่องลึกถาวร
  • ภาวะขาดน้ำ: เมื่อเซลล์ผิวขาดน้ำ ผิวจะแห้งกร้านและยุบตัวลง ทำให้เห็นร่องกระดูกเบ้าตาชัดเจนขึ้นทันที

วิธีการแก้ไขปัญหาร่องลึกใต้ตา

 วิธีแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา

ปัจจุบันมีวิธีการดูแลและแก้ไขปัญหาร่องลึกใต้ตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหา ดังนี้

1. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์เป็นการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณใต้ตา เพื่อช่วยเติมเต็มปริมาตรผิวที่ยุบตัวหรือหายไป ทำให้ร่องตื้นขึ้น ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยลดเงาคล้ำใต้ตา ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดและเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างเร็ว การเลือกชนิดของฟิลเลอร์และเทคนิคการฉีดที่เหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญมีความสำคัญมาก

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกจากการยุบตัวของกระดูกและไขมัน ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องการพักฟื้น และกลัวการผ่าตัด

2. การฉีดไขมันใต้ตา (Autologous Fat Transfer)

เป็นวิธีการนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายผู้เข้ารับบริการเอง เช่น บริเวณหน้าท้องหรือต้นขา มาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันที่มีคุณภาพ แล้วนำกลับมาฉีดเติมเต็มบริเวณร่องลึกใต้ตา วิธีนี้มีข้อดีคือใช้ไขมันตัวเองจึงลดโอกาสการแพ้ และเซลล์ไขมันบางส่วนที่ปลูกถ่ายติดอาจให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน อย่างไรก็ตาม เป็นหัตถการที่มีความซับซ้อนกว่าการฉีดฟิลเลอร์และต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง มีความกังวลเรื่องการแพ้สารสังเคราะห์ ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ และยอมรับระยะเวลาพักฟื้นหลังการดูดไขมันได้

3. การใช้เครื่องมือยกกระชับและฟื้นฟูผิวรอบดวงตา

เทคโนโลยีทางการแพทย์บางชนิด เช่น โปรแกรม Ultherapy หรือโปรแกรม New Thermage FLX ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวรอบดวงตาเกิดความกระชับและยืดหยุ่นดีขึ้น ซึ่งอาจมีส่วนช่วยให้ร่องลึกใต้ตาที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวดูตื้นขึ้นได้บ้าง และยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมรอบดวงตาให้ดูสดใสขึ้น

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาไม่ลึกมาก สาเหตุหลักมาจากความหย่อนคล้อยของผิวหนัง กลัวเข็ม หรือต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวรอบดวงตาโดยรวมให้ดูเต่งตึงขึ้น

4. การผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตาและร่องน้ำตา (Lower Blepharoplasty with Tear Trough Correction)

สำหรับกรณีที่ร่องลึกใต้ตาลึกมาก ร่วมกับการมีถุงใต้ตาที่ชัดเจน หรือมีความหย่อนคล้อยของผิวหนังเปลือกตาล่างค่อนข้างเยอะ การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่ ลดขนาดถุงใต้ตา และอาจมีการตัดผิวหนังส่วนเกินออกไปพร้อมทั้งยกกระชับผิวบริเวณนั้น เพื่อให้ใต้ตาดูเรียบเนียนและร่องลึกดูตื้นขึ้น

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาร่องลึกมากร่วมกับมีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ซึ่งการฉีดเติมเต็มเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ และต้องการผลลัพธ์ที่ถาวรในระยะยาว

วิธีการป้องกันและชะลอการเกิดร่องลึกใต้ตา

วิธีป้องกันร่องลึกใต้ตา

แม้ว่าร่องลึกใต้ตาจะเกิดจากความเสื่อมตามวัยและพันธุกรรมเป็นหลัก แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตมีผลอย่างมากในการเร่งหรือชะลอการเกิดปัญหานี้ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุผิวรอบดวงตาให้ดูสดใสได้นานขึ้น ดังนี้

1. การพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการฟื้นฟูผิว โดยควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ในช่วงเวลานี้ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาเพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสและไม่โทรม

นอกจากการนอนให้พอแล้ว “ท่าทาง” ในการนอนก็สำคัญไม่แพ้กัน แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย การทำเช่นนี้จะช่วยอาศัยแรงโน้มถ่วงลดการคั่งค้างของของเหลวและเลือดบริเวณรอบดวงตา ช่วยป้องกันอาการตาบวมในตอนเช้า เพราะการปล่อยให้ตาบวมบ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังใต้ตาเกิดการยืดขยายและหย่อนคล้อย จนกลายเป็นร่องลึกถาวรได้ในที่สุด

2. การดูแลสมดุลน้ำในร่างกาย

ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางที่สุดในร่างกาย จึงแสดงอาการขาดน้ำได้ชัดเจนที่สุด การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว หรือจิบเรื่อยๆ ตลอดวัน จะช่วยให้เซลล์ผิวอุ้มน้ำและดูฟูเต็มขึ้น ผิวที่ชุ่มชื้นจะมีความยืดหยุ่นดีและเกิดรอยพับหรือร่องลึกได้ยากกว่าผิวที่แห้งกร้าน

ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลน้ำ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ รวมถึงการรับประทานอาหารรสเค็มจัด เพราะโซเดียมจะดูดน้ำเข้ามาคั่งในเซลล์ ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ ส่งผลให้ถุงใต้ตาบวมเป่งและไปเน้นให้ร่องน้ำตาที่อยู่ด้านล่างดูลึกและชัดเจนยิ่งขึ้น

3. การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา

การเลือกอายครีมควรเน้นส่วนผสมที่ตอบโจทย์ปัญหาโดยเฉพาะ หากต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูฟูทันทีควรมองหาส่วนผสมกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid), เซราไมด์ (Ceramides) หรือกลีเซอรีน (Glycerin) แต่หากต้องการลดเลือนริ้วรอยและเสริมโครงสร้างผิวในระยะยาว ควรใช้กลุ่มเรตินอล (ในปริมาณต่ำสำหรับรอบดวงตา) หรือเปปไทด์ นอกจากนี้หากมีปัญหารอยคล้ำร่วมด้วย ส่วนผสมอย่างวิตามินซี, คาเฟอีน หรือวิตามินเค จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ดี

ขั้นตอนการทาก็มีความสำคัญไม่แพ้ส่วนผสม ควรใช้นิ้วนางซึ่งมีน้ำหนักมือเบาที่สุด แตะเนื้อครีมแล้วเกลี่ยเบาๆ จากหัวตาไปหางตา ห้ามถูแรงเด็ดขาด เพราะแรงกดที่มากเกินไปจะรบกวนชั้นผิวที่บอบบาง ทำให้เกิดริ้วรอยและร่องลึกก่อนวัยอันควร

4. การปกป้องผิวจากแสงแดดขั้นสูงสุด

รังสียูวี (UVA และ UVB) คือศัตรูตัวร้ายที่เข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นลึก ทำให้ผิวใต้ตาบางลงและหย่อนคล้อยเร็วขึ้น ดังนั้นควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน โดยเลือกสูตรที่อ่อนโยนหรือผ่านการทดสอบโดยจักษุแพทย์แล้ว เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือแสบตา

นอกจากครีมกันแดดแล้ว การใช้อุปกรณ์ป้องกันทางกายภาพก็จำเป็น เมื่อต้องออกไปเผชิญแสงแดดจัดควรสวมแว่นกันแดดเลนส์ใหญ่ที่สามารถกันยูวีได้ 100% เพื่อปกป้องผิวรอบดวงตาให้ครอบคลุม และยังช่วยลดพฤติกรรมการหยีตาจากแสงจ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตีนกาและริ้วรอยร่องลึกได้อีกด้วย

5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดแรงกระทำต่อดวงตา

ผิวใต้ตามีความบอบบางเสมือนกระดาษทิชชู่ การเสียดสีเพียงเล็กน้อยแต่ทำบ่อยๆ จะทำลายโครงสร้างผิวถาวร สิ่งที่ควรเลี่ยงที่สุดคือการขยี้ตา โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือคันตา แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมหยอด หรือใช้การประคบเย็นแทนการขยี้ เพราะการขยี้จะทำให้เส้นเลือดฝอยแตก เกิดรอยคล้ำ และทำลายอีลาสตินจนผิวใต้ย้วย

สำหรับการเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา ควรทำอย่างเบามือที่สุด โดยใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางเฉพาะจุด หยดลงสำลีแล้วแปะทิ้งไว้ที่เปลือกตาประมาณ 10-15 วินาที เพื่อให้เครื่องสำอางละลายออกมาเอง แล้วค่อยๆ ลูบออกเบาๆ หลีกเลี่ยงการถูไปมาแรงๆ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเกิดริ้วรอยและร่องลึกในผู้หญิง

สรุปบทความ

ทำไงให้ร่องใต้ตาหาย

ร่องลึกใต้ตาและลักษณะตาโหล เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือมีอายุได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจุบันมีวิธีการดูแลและแก้ไขที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ เช่น โปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ การฉีดไขมัน การใช้เครื่องมือยกกระชับ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัด การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสาเหตุ ความรุนแรง และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและช่วยให้ใบหน้าที่เคยดู หน้าโทรมกลับมาสดใสอีกครั้ง

THE RITZ CLINIC เราเข้าใจถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาร่องลึกใต้ตาและผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวม ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินปัญหาผิวรอบดวงตาของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน อย.ไทย เทคโนโลยีเครื่องมือยกกระชับที่ทันสมัย หรือโปรแกรม เลเซอร์หน้าใส ที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เรามุ่งมั่นมอบการดูแลที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อคืนความสดใสและความมั่นใจให้กับดวงตาและใบหน้าของคุณ

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ