Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

หน้าเป็นหลุมสิวหายเองได้ไหม

หน้าเป็นหลุมสิวหายเองได้ไหม รักษาอย่างไรให้หน้าเนียนเรียบ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

หน้าเป็นหลุมสิวหายเองได้ไหม

หลุมสิว (Atrophic Scars) คือ รอยแผลเป็นที่มีลักษณะบุ๋มลึกลงไปจากผิวหนังปกติ เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อในระหว่างกระบวนการรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเหมือนผิวเปลือกส้ม ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน และขึ้นชื่อว่าเป็นปัญหาที่ “รักษายากที่สุด”

แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะในปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก แม้จะไม่สามารถทำให้หายได้ 100% ในชั่วข้ามคืน แต่เรามีวิธีที่จะทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้นจนแทบสังเกตไม่เห็นได้ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับหลุมสิวว่าเกิดจากอะไร หลุมสิวมีกี่แบบ หลุมสิวหายเองได้ไหม พร้อมแนะนำ 10 วิธีรักษาหลุมสิวที่ได้ผลจริง ทั้งแบบทำเองและพึ่งหมอครับ

หลุมสิวเกิดจากอะไร

หลุมสิวเกิดจากอะไร

เมื่อเราเป็นสิวอักเสบ หลังจากที่รักษาสิวจนหายดีแล้ว จะเกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังโดยไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น โดยผิวหนังจะทำการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและคอลลาเจนเข้ามาล้อมล้อมรอบบริเวณที่มีการอักเสบ ถ้าสามารถสร้างได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะไม่เกิดเป็นรอยแผลเป็นจากสิว

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่รักษาสิวผิดวิธีจนทำให้การอักเสบรุนแรงมากขึ้น เช่น กดสิว หรือบีบสิวที่อักเสบอยู่ ทำให้ผิวหนังต้องสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะสร้างได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เวลาที่แผลหายดีแล้ว บริเวณดังกล่าวไม่สามารถกลับมาเรียบเนียนได้ และกลายเป็นหลุมสิวนั่นเอง

สิวแบบไหนที่มักทำให้เกิดหลุมสิว?

ไม่ใช่สิวทุกประเภทจะทิ้งรอยหลุมไว้ แต่สิวที่มีความเสี่ยงสูงคือสิวที่มีการอักเสบกินลึกถึงชั้นหนังแท้ ได้แก่:

  1. สิวอักเสบเม็ดใหญ่ (Nodulocystic Acne): สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนไตแข็งๆ เจ็บ และมีหนองอยู่ลึก
  2. สิวหัวช้าง (Cystic Acne): สิวอักเสบขนาดใหญ่ที่มีถุงน้ำหรือหนองปนเลือดภายใน มักเกิดการทำลายเนื้อเยื่อวงกว้าง
  3. สิวที่ติดเชื้อรุนแรง: การติดเชื้อแบคทีเรีย C.acne ที่ควบคุมไม่ได้ จะยิ่งทำลายโครงสร้างผิวให้เสียหายหนักขึ้น

หลุมสิวมีกี่แบบ

เราสามารถแบ่งประเภทของหลุมสิวบนใบหน้าได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

หลุมสิวประเภท Rolling Scar (ความรุนแรงระดับทั่วไป)

มีลักษณะรอยแผลกว้างลาดลึกชั้นใต้ผิว โค้งคล้ายก้นกระทะ และมีขนาดกว้างประมาณ 4-5 มิลลิเมตร เป็นหลุมสิวตื้น ๆ ที่เกิดจากเนื้อเยื่อพังผิดดึงรั้งชั้นตั้งแต่หนังแท้ถึงเนื้อใต้ผิวหนังลงไป มีความรุนแรงน้อยสุด และรักษาได้ง่ายกว่าหลุมสิวอื่น ๆ

หลุมสิวประเภท Box Scar (ความรุนแรงระดับปานกลาง)

มีลักษณะเหมือนกล่อง ปากหลุมและก้นหลุมมีความกว้างเท่ากัน ขนาดประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เห็นขอบหลุมชัดเจน และมักพบพังผืดเกาะติดในชั้นหนังแท้ มีทั้งแผลลึกและแผลตื้น จัดเป็นหลุมสิวในระดับรุนแรงปานกลาง

หลุมสิวประเภท Ice Pick Scar (ความรุนแรงสูงที่สุด)

เป็นหลุมสิวที่รุนแรงและรักษาได้ยากที่สุด มีลักษณะเป็นรอยแผลลึก ปากแผลแคบ ขอบแผลไม่เรียบ ก้นของแผลมีลักษณะคล้ายกรวย และมีความลึกถึงหนังกำพร้า หรือเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง

หลุมสิวหายเองได้ไหม

เป็นหลุมสิวรักษาเองได้ไหม? เมื่อเป็นหลุมสิวแล้ว จะไม่สามารถหายเองได้ แต่ยาก และต้องใช้เวลา นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิวที่เป็นอีกด้วย

  • กรณี Rolling Scar ตื้นๆ: หากคุณอายุน้อย ร่างกายยังสร้างคอลลาเจนได้ดี หลุมตื้นๆ อาจค่อยๆ ตื้นขึ้นเองได้บ้างตามกาลเวลา แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี และต้องดูแลผิวอย่างเคร่งครัด
  • กรณี Boxcar และ Ice Pick Scar: ไม่สามารถหายเองได้ครับ เพราะพังผืดที่ยึดเกาะนั้นเหนียวแน่นเกินกว่าที่ร่างกายจะสลายเองได้ และสกินแคร์ทั่วไปไม่สามารถซึมลงไปแก้ปัญหาที่โครงสร้างชั้นลึกนี้ได้ จำเป็นต้องใช้หัตถการทางการแพทย์เข้ามาช่วยครับ

10 วิธีดูแลผิวหน้าที่เป็นหลุมสิวให้เนียนเรียบ

สำหรับใครที่มีปัญหาหลุมสิวอยู่ ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะ THE RITZ CLINIC ได้รวม 10 วิธีดูแลผิวหน้าที่เป็นหลุมสิวให้ดีขึ้นอย่างเห็นผลมาให้แล้ว

วิธีดูแลผิวหน้าที่เป็นหลุมสิวให้เนียนเรียบ

1. รักษาหลุมสิวด้วย Pico Laser

เลเซอร์ Pico หรือที่เรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า “ Picosecond Laser” เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเลเซอร์ที่สามารถใช้รักษาปัญหาหลุมสิวและผิวไม่เรียบเนียนได้อย่างเห็นผล โดยสามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ และทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นและดีขึ้นได้

ที่ THE RITZ CLINIC เรามีโปรแกรม PICO-SCAR สำหรับรักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากการทำ Pico Laser ที่อื่นตรงที่เราใช้เทคนิค Double Layer and Laser Combination หรือ “DLLC technique” ซึ่งเป็นเทคนิคสำหรับการรักษาหลุมสิวโดยเฉพาะ ร่วมคิดค้นและพัฒนาอ้างอิงการรักษาจากงานวิจัยโดยทีมแพทย์ของเรา และใช้แค่ที่ THE RITZ CLINIC เท่านั้น

โดยเทคนิคนี้ จะยิงเลเซอร์ไปที่ผิวหนังทั้ง 2 ชั้น โดยจะปล่อยพลังงานในค่าที่ต่างกันลงไปที่ชั้นตื้น (ชั้นหนังกำพร้า) และชั้นลึก (ชั้นหนังแท้) ทำให้เกิดโพรงอากาศใต้ชั้นผิวหนัง และกระตุ้นคอลลาเจนในเวลาต่อมา ส่งผลทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น มีความแข็งแรง และหลุมสิวต่าง ๆ ตื้นขึ้น ทำให้ผิวมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ และกระจ่างใส

การทำ Pico Laser ด้วยเทคนิค DLLC technique จึงทำให้ผลลัพธ์การรักษาหลุมสิวด้วยเทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ THE RITZ CLINIC ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างและดีกว่า โดยคุณสามารถกดดูรีวิว Pico Laser รักษาหลุมสิว ก่อนทำและหลังทำ เพื่อความมั่นใจได้เลย

2. รักษาหลุมสิวด้วยฟิลเลอร์

การฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฟิลเลอร์ (Filler)” ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้รักษาหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดีขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวอิ่มน้ำและชุ่มชื้นขึ้น พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังในระยะยาวได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์เพื่อรักษาหลุมสิว จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการ และเลือกใช้เนื้อของฟิลเลอร์ให้ถูกประเภทด้วย

3. รักษาหลุมสิวด้วย Sculptra (Skin Sculpting Solution)

การฉีด Sculptra (Skin Sculpting Solution) ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยดูแลหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ ริ้วรอยบนใบหน้า และผิวไม่แข็งแรงให้ดีขึ้นด้วย โดย Sculptra (Skin Sculpting Solution)  จะเป็นสารสังเคราะห์อนุภาคขนาดเล็กในรูปแบบฉีดที่ประกอบด้วย Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เมื่อฉีดเข้าไปที่ผิวหน้าแล้ว จะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 และอิลาสตินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การเซาะพังผืด (Subcision) 

แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวเพื่อ “ตัด” พังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวอยู่ออก ทำให้ผิวด้านบนดีดตัวฟูขึ้นมา วิธีนี้มักทำควบคู่กับ Pico Laser หรือ Filler เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

5. แต้มกรด TCA CROSS 

เทคนิคการใช้กรดเข้มข้นแต้มลงไปที่ก้นหลุมสิว (โดยเฉพาะ Ice Pick Scar) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาปิดรูหลุม เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากสำหรับหลุมลึกที่เลเซอร์เข้าไม่ถึง

6. ใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม “วิตามินเอ” (Retinoids/Retinol) 

พระเอกของการผลัดเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดความหนาของชั้นผิวชั้นบน ทำให้หลุมสิวตื้นๆ ดูเรียบเนียนขึ้นได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป 

7. ผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA (Glycolic Acid / Lactic Acid) 

กรดผลัดเซลล์ผิวจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ เหมาะกับหลุมสิว Rolling Scar และช่วยลดรอยดำจากสิวไปในตัว 

8. ใช้เซรั่มวิตามินซี (Vitamin C) 

ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระ ทำให้แผลสิวสมานตัวเร็วขึ้น และผิวโดยรวมดูสว่างกระจ่างใส 

9. ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ 

รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและทำให้การซ่อมแซมผิวแย่ลง การทากันแดดคือการปกป้อง “วัตถุดิบ” ที่ร่างกายต้องใช้ในการซ่อมหลุมสิวครับ 

10. ทานอาหารเสริมเสริมสร้างคอลลาเจน 

เช่น วิตามินซี, Zinc, และโปรตีน ให้เพียงพอ เพื่อเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายนำไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ

ดูแลผิวหน้าอย่างไรไม่ให้เกิดหลุมสิว

นอกจากวิธีดูแลรักษาหลุมสิวให้ดีขึ้นแล้ว เรายังได้รวมวิธีดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวใหม่ ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสและมีสุขภาพดีในระยะยาว ดังนี้

  • เมื่อเป็นสิวแล้ว ห้ามบีบ หรือแกะสิวเองเด็ดขาด ควรไปพบคุณหมอเพื่อรักษาสิวอย่างเหมาะสม
  • ทำความสะอาดผิวหน้าแบบ Double Cleansing โดยให้ใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้าก่อน แล้วล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน และเหมาะกับผิว
  • บำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ และทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • ทาครีมลดสิวเป็นประจำ โดยแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนช่วยในการลดสิว เช่น สารผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA, BHA หรือ PHA ที่ช่วยลดสิวอักเสบ หรือ Panthenol ที่ช่วยปลอบประโลมผิว เสริมเกาะป้องกันผิวให้แข็งแรง เป็นต้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลุมสิว

หลุมสิวหายเองได้ 100% ไหม?

ในทางการแพทย์ “ไม่มีวิธีใดที่รักษาหลุมสิวให้กลับมาเป็นผิวปกติได้ 100%” เหมือนไม่เคยเป็นมาก่อนครับ แต่การรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่องสามารถทำให้ดีขึ้นได้ถึง 70-90% จนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และแต่งหน้ากลบได้เนียนสนิทครับ

บีบสิวเอง มีโอกาสเป็นหลุมสิวไหม?

มีโอกาสสูงมากครับ การบีบสิวด้วยแรงที่ไม่เหมาะสม หรือบีบตอนที่สิวยังไม่อักเสบเต็มที่ จะทำให้ถุงหนองแตกกระจายลงสู่ผิวชั้นลึก เพิ่มการทำลายเนื้อเยื่อ และกระตุ้นให้เกิดพังผืดตามมา ดังนั้น “ห้ามบีบสิวเอง” คือกฎเหล็กของการป้องกันหลุมสิวครับ

หลุมสิวนานแค่ไหนถึงจะรักษาไม่หาย?

หลุมสิวที่เป็นมานาน พังผืดจะเหนียวและแข็งมาก ทำให้รักษายากกว่าหลุมสิวใหม่ๆ แต่ยังรักษาได้ครับ เพียงแต่อาจต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่มากกว่า และต้องใช้การผสมผสานเทคนิค เช่น เลเซอร์คู่กับการเซาะพังผืด ถึงจะเห็นผลดีครับ

โปรแกรม PICO-SCAR รักษาหลุมสิว ที่ THE RITZ CLINIC

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่า สาเหตุของการเกิดหลุมสิวมาจากการรักษาสิวที่ผิดวิธี เมื่อเป็นสิวอักเสบแล้วก็อย่าไปบีบ กด หรือแกะสิวเองเด็ดขาด แนะนำให้มารักษาสิวกับแพทย์ที่มีความชำนาญการจะดีที่สุด แต่สำหรับใครที่มีปัญหาหลุมสิวเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะในปัจจุบัน มีหลายหัตถการมากที่สามารถรักษาหลุมสิวได้อย่างเห็นผล 

และสำหรับท่านใดที่สนใจทำ Pico Laser รักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC ที่ THE RITZ CLINIC สามารถจองคิวมารับบริการได้เลย ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ