“รอยตีนกา“ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ซึ่งรอยตีนกาจะเห็นได้ชัดสุด ๆ ในตอนที่พูดหรือแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทางสีหน้าออกไป ทำให้ดูแก่กว่าวัย และลดทอนความมั่นใจลงได้ เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานขึ้น ริ้วรอยเหล่านี้ก็จะยิ่งลึกและมองเห็นได้ชัดกว่าเดิม จึงนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ทำให้ทั้งหนุ่ม ๆ สาว ๆ กังวลใจ และต่างไม่อยากต้องเผชิญกับปัญหานี้กัน
จากปัญหาตีนกาที่เกิดขึ้น ทำให้หลาย ๆ คนตั้งคำถามกันว่าแล้วรอยตีนกาคืออะไร? จะมีวิธีการป้องกันและรักษาอย่างไรได้บ้าง? ในบทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาทุกท่านมาไขข้อสงสัยไปพร้อมกัน
รอยตีนกาคืออะไร? เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
รอยตีนกา คือ ริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นขีดเล็ก ๆ บริเวณหางตา จะเห็นรอยชัดเจนขึ้นก็ต่อเมื่อแสดงอารมณ์ทางสีหน้าออกมา ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะ ตึงเครียด และการหรี่ตา เป็นต้น เมื่อแสดงสีหน้าเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ก็จะก่อให้เกิดริ้วรอยลึกชัดเจนขึ้นได้ ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้น ผิวก็เสื่อมสภาพลง จึงทำให้มีรอยตีนกาเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง ซึ่งรอยตีนกาจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้
- รอยตีนกาชนิดตื้น : ชนิดนี้เกิดจากผิวชั้นบนบริเวณหนังกำพร้า มักเกิดจากการสัมผัสแสงแดดบ่อย ๆ ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะเห็นริ้วรอยไม่ชัด สามารถรักษาได้ง่าย ๆ ด้วยการทาครีมบำรุง หรือทำทรีตเมนต์
- รอยตีนกาชนิดลึก : ชนิดนี้เป็นผลของตีนกาจากชนิดแรก ที่ไม่ได้ทำการรักษา หรือรักษาไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดริ้วรอยที่ชัดและลึกขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องทำการรักษาโดยการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อก หรือการทำ Ulthera SPT ตลอดจนการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า เป็นต้น
หลังจากทราบกันแล้วว่าตีนกาคืออะไร? ทีนี้มาดูสาเหตุกันว่ามีปัจจัยใดบ้าง? ที่ก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ซึ่งจะมีอยู่ 3 สาเหตุหลักด้วยกัน ดังต่อไปนี้
อายุที่เพิ่มมากขึ้น
อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดรอยตีนกา เนื่องจากร่างกายมีการผลิตอีลาสตินและคอลลาเจนในผิวได้น้อยกว่าเดิม แน่นอนว่าผลที่ตามมาก็คือ ผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดรอยเหี่ยวย่น รอยพับ และตีนกาได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง
การแสดงอารมณ์บนใบหน้า
การแสดงอารมณ์บนใบหน้าในทุกอารมณ์ ก่อให้เกิดตีนกาขึ้นได้หากทำอยู่เป็นประจำ เช่น การยิ้ม ร้องไห้ หัวเราะ หรือโกรธ ส่งผลทำให้เกิดรอยพับ รอยย่น และริ้วรอยขึ้นได้
แสงแดด และมลภาวะ
แสงแดดและมลภาวะที่เราพบเจอในแต่ละวัน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งมักจะเป็นตัวการที่ทำให้ผิวอ่อนแอ ผิวโทรม และผิวเสื่อมสภาพลง รวมไปถึงยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยขึ้นได้ ยิ่งโดยเฉพาะแสงแดดยูวี ถ้าไม่ป้องกันอย่างถูกวิธีล่ะก็ ปัญหากระ ฝ้า จุดด่างดำ และรอยตีนกา มาทักคุณอย่างแน่นอน
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยตีนกา
ปัญหารอยตีนกา กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ! สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดรอยตีนกา หรือชะลอการเกิดตีนกาขึ้นก่อนวัยอันควร เป็นข้อควรรู้ของสาว ๆ หนุ่ม ๆ เพื่อให้ห่างไกลจากตีนกามากที่สุด ซึ่ง THE RITZ CLINIC ขอนำเสนอวิธีป้องกันรอยตีนกา ดังนี้
- ควรทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย โดยควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง
- บำรุงผิวรอบดวงตา ด้วยครีมใต้ตาที่มีส่วนผสมของเรตินอล ไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือวิตามินซี ครีมเหล่านี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และลดเลือนริ้วรอยตีนกาได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและยืดหยุ่นดี ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ผิวดูหมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยง่าย ดังนั้นจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารในสูบบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้
- ลดความเครียด ความเครียดทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งทำลายผิว ดังนั้นจึงควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การฟังเพลง หรือการฝึกโยคะ จะช่วยชะลอการเกิดรอยตีนกาได้ดี
หากเริ่มมีรอยตีนกาที่ชัดเจน ควรพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วยกับวิธีดังข้างต้น เช่น การฉีดโบท็อก ฟิลเลอร์ หรือการทำ Ulthera SPT เป็นต้น

3 วิธีรักษารอยตีนกาที่หมอแนะนำ
หลังจากทราบกันแล้วว่าตีนกามีวิธีการป้องกันอย่างไรบ้าง ในหัวข้อนี้ THE RITZ CLINIC จะพาทุกคนไปดูวิธีรักษารอยตีนกายอดนิยมที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำกัน จะมีหัตถการอะไรบ้างนั้น? มาดูกันเลย
1. ฉีดโบท็อก
การฉีดโบท็อก (Botox) เพื่อลดรอยตีนกาเป็นอีกวิธีที่นิยมกัน ไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม ที่สำคัญเหมาะมากสำหรับทั้งผู้ที่ยังไม่มีริ้วรอยบนใบหน้ามากนัก รวมไปถึงผู้ที่มีริ้วรอยเยอะก็สามารถใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ ได้ เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ๆ และใช้ได้สำหรับทุกริ้วรอยบนใบหน้าเลย โดยจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ประมาณ 3-4 วันหลังฉีด และมอบผลลัพธ์ยาวนานถึง 6 เดือน
2. ฉีดฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เพื่อลดรอยตีนกา วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีร่องริ้วรอยลึกมาก ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ กระดูก หรือไขมัน หากฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วจะช่วยทำให้ผิวกลับมาเต่งตึง พร้อมเติมเต็มในส่วนที่มีริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน จึงทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น เอิบอิ่ม และเด้งฟูมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมอบผลลัพธ์ผิวสวยได้ยาวนานประมาณ 1 ปี
3. Ulthera SPT
การทำ Ulthera SPT เป็นวิธีที่หลาย ๆ คนสนใจกันอยู่แล้ว เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความน่าสนใจด้วยประสิทธิภาพการรักษาอันดีงาม ซึ่งเครื่องมือยกกระชับนี้จะใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ เช่นเดียวกับการทำ Hifu แต่ต่างกันตรงที่มีขนาดจุดโฟกัสพลังงานที่ใหญ่กว่า และสามารถช่วยลดรอยตีนกาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปบทความ
ปัญหารอยตีนกาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เพียงแต่ผู้ที่มีอายุมากเท่านั้น เพราะในชีวิตประจำนั้นมีหลายสาเหตุมาก ๆ ที่ทำร้ายผิวและก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้น เช่น ผิวเสื่อมสภาพจากมลภาวะหรือแดด รวมไปถึงการแสดงอารมณ์บนใบหน้า เช่น การยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้ ก็ล้วนแล้วเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยตีนกาขึ้นมา
หากคุณเริ่มมีรอยตีนกาขึ้นมาบดบังความสดใสของคุณ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป The Ritz Clinic เข้าใจปัญหานี้ดี เราพร้อมช่วยคุณจัดการกับปัญหารอยตีนกาด้วยนวัตกรรมความงามที่ทันสมัย ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์จริง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางการติดต่อดังต่อไปนี้
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทร : 088-892-2666


