Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Ulthera vs HIFU

Ulthera vs HIFU ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มค่าและตอบโจทย์

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การย้อนวัยให้ใบหน้าดูเด็กและยกกระชับโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ปัญหาที่หลายคนมักเจอคือความสับสนระหว่างเครื่องมือที่มีชื่อคล้ายกัน หรือมีหลักการทำงานใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Ulthera (อัลเทอร่า) และ HIFU (ไฮฟู)

หลายคนมีคำถามในใจว่า “ทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้?” “เจ็บกว่าแล้วดีกว่าจริงไหม?” หรือ “เครื่องรุ่นใหม่อย่าง Prime และ MPT คืออะไร?” บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Ulthera vs HIFU แบบหมัดต่อหมัด พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ “ใช่” ที่สุดสำหรับใบหน้าของคุณครับ

ก่อนทำต้องรู้! พื้นฐานของ Ulthera และ HIFU คืออะไร?

Ulthera vs HIFU

ก่อนจะไปดูความแตกต่าง เราต้องเข้าใจจุดร่วมของทั้งสองเทคโนโลยีก่อนครับ ทั้ง Ulthera และ HIFU จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือยกกระชับที่ใช้พลังงาน คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง เหมือนกัน โดยมีเป้าหมายหลักคือการส่งพลังงานความร้อนลงลึกไปถึง ชั้น SMAS

  • ชั้น SMAS คืออะไร? คือชั้นพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อชั้นนี้ได้รับความร้อนที่เหมาะสม จะเกิดการหดตัวและดึงผิวหน้าให้ยกขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับ

แม้จะมีหลักการพื้นฐานเหมือนกัน แต่คุณภาพของคลื่นเสียง, ความแม่นยำ และผลลัพธ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญครับ

Ulthera คืออะไร?

Ulthera คือต้นกำเนิดของเทคโนโลยีนี้และเป็นแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองจาก US FDA (อย. สหรัฐฯ) ในเรื่องการยกกระชับผิว จุดเด่นที่เป็นไม้ตายของ Ulthera คือเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวของคนไข้ได้จริงในขณะทำ ทำให้สามารถยิงพลังงานได้แม่นยำ ตรงจุด และปลอดภัยที่สุด

HIFU คืออะไร?

HIFU เป็นชื่อเรียกกว้างๆ ของเทคโนโลยีคลื่นเสียง (Macro & Micro Focused Ultrasound) ซึ่งมีหลายเกรดหลายยี่ห้อ ตั้งแต่เกรดทั่วไปจนถึงเกรดการแพทย์ ปัจจุบันเครื่อง HIFU ที่ได้มาตรฐานและนิยมใช้กันมากที่สุดคือตระกูล Ultraformer ซึ่งพัฒนามาจนถึงรุ่น MPT จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่ายกว่า เจ็บน้อยกว่า และทำได้บ่อยกว่า

เปรียบเทียบความแตกต่าง 5 ข้อหลักระหว่าง Ulthera vs HIFU

Ulthera vs HIFU

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมอขอสรุปความแตกต่างออกมาเป็น 5 หัวข้อหลัก ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

1. ความแม่นยำ

  • Ulthera: แม่นยำระดับ “จับวาง” เพราะมีหน้าจอแสดงผลแบบ Real-time แพทย์สามารถมองเห็นความลึกของชั้น SMAS ซึ่งแต่ละคนลึกไม่เท่ากัน และสามารถวางแผนการยิงหลบเลี่ยงกระดูกหรือเส้นเลือดได้ ทำให้ทุกช็อตที่ยิงลงไปเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • HIFU: ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าจอแสดงผล แพทย์ต้องอาศัยประสบการณ์และการคลำเพื่อคาดคะเนระดับความลึกของชั้นผิว (Blind Treatment) ซึ่งในเครื่องเกรดพรีเมียมอย่าง Ultraformer พลังงานจะมีความเสถียรสูง แต่ก็ยังขาดความแม่นยำในเรื่องการมองเห็นชั้นผิวจริง

2. ลักษณะของจุดพลังงาน 

  • Ulthera: จุดโฟกัสของพลังงานจะมีขนาดใหญ่กว่า (Focus Dot) ประมาณ 1 mm เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เกิดความร้อนที่สูงและเสถียร (60-70 องศาเซลเซียส) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • HIFU: จุดพลังงานมักจะมีขนาดเล็กกว่า (Micro Dot) ประมาณ 0.3-0.5 mm หรือในบางรุ่นอาจเป็นเส้น (Linear) การสะสมความร้อนอาจน้อยกว่า Ulthera เล็กน้อย ทำให้แรงในการดึงยกผิวมีความต่างกัน

3. ความรู้สึกขณะทำ

  • Ulthera: ขึ้นชื่อเรื่องความเจ็บ (แต่ทนได้) จะรู้สึกปวดหน่วงๆ ลึกๆ ที่ชั้นกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกร้อนจี๊ดๆ เพราะพลังงานลงลึกและจุดโฟกัสใหญ่ แต่รุ่นใหม่ๆ มีการปรับปรุง software ให้สบายผิวมากขึ้น
  • HIFU: รู้สึกสบายกว่ามาก อาจรู้สึกอุ่นๆ หรือจี๊ดๆ เพียงเล็กน้อยบริเวณที่มีกระดูก โดยเฉพาะรุ่น MPT ที่พัฒนาให้แทบไม่รู้สึกเจ็บเลย จึงเหมาะกับคนที่กลัวความเจ็บเป็นพิเศษ

4. ระยะเวลาเห็นผลและการคงสภาพ

  • Ulthera: ทำเพียง ปีละ 1 ครั้ง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นใน 1-3 เดือน และอยู่ได้นาน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง
  • HIFU: มักต้องทำปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อสะสมพลังงาน ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน เหมาะสำหรับคนชอบเข้าคลินิกดูแลตัวเองเรื่อยๆ

5. ราคาและความคุ้มค่า 

  • Ulthera: ราคาสูงกว่า เนื่องจากต้นทุนเครื่องและหัวยิงที่สูงกว่า รวมถึงลิขสิทธิ์เทคโนโลยีหน้าจอ
  • HIFU: ราคาย่อมเยากว่า สามารถจัดสรรงบประมาณมาทำบ่อยๆ ได้

อัปเดตเทคโนโลยีเครื่องรุ่นล่าสุด Ulthera SPT/Prime vs Ultraformer III/MPT

Ulthera vs HIFU

ในปี 2025 นี้ ทั้งสองค่ายต่างก็งัดไม้เด็ดออกมาพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่ เพื่อปิดจุดอ่อนเดิมๆ เรามาดูกันครับว่าแต่ละรุ่นมีดียังไง

ฝั่ง Ulthera: จาก SPT สู่รุ่นใหม่ล่าสุด “Ulthera Prime”

  • Ulthera SPTเป็นมาตรฐานปัจจุบันที่เน้นเทคนิค S-P-T (See-Plan-Treat) คือ มองเห็น-วางแผน-รักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเจ็บน้อยลงกว่ารุ่นดั้งเดิม
  • Ulthera Primeนี่คือเวอร์ชันอัปเกรดล่าสุด! (New Generation) ที่มาพร้อม Software และ Hardware ใหม่ ประมวลผลภาพผิวได้คมชัดและเร็วกว่าเดิม จุดเด่นคือ “การยิงที่นุ่มนวลขึ้น” ลดความเจ็บปวดได้ดีขึ้นกว่ารุ่น SPT โดยที่พลังงานยังคงประสิทธิภาพเท่าเดิม ทำให้ประสบการณ์การทำ Ulthera เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากครับ

ฝั่ง HIFU: จาก Ultraformer III สู่ “Ultraformer MPT”

  • Ultraformer III: เครื่องยอดฮิตที่เชื่อถือได้ในเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ เป็นเครื่องสามัญประจำคลินิกที่แก้ปัญหาได้ครอบคลุม
  • Ultraformer MPTรุ่นใหม่ล่าสุดที่ปฏิวัติวงการ HIFU ด้วยเทคโนโลยี Micro Pulsed Technology (MPT) ปล่อยพลังงานได้เร็วกว่าเดิม 2.5 เท่า! และมีหัว Ultra Booster แบบปากกา ที่สามารถไถวนไปตามซอกมุมต่างๆ บนใบหน้าได้ ช่วยเรื่อง “งานผิว” (Skin Quality) ให้หน้าใส ฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ ไปพร้อมๆ กับการยกหน้า ซึ่งรุ่นเก่าทำไม่ได้

Ulthera vs HIFU เหมาะกับใคร? เลือกแบบไหนดี?

การตัดสินใจว่าจะเลือก Ulthera vs HIFU ไม่ได้อยู่ที่ว่าเครื่องไหนแพงกว่า แต่ขึ้นอยู่กับ “ปัญหาผิว” และ “ความต้องการ” ของคุณครับ

คุณเหมาะกับ Ulthera ถ้า…

  • ผิวหย่อนคล้อยเยอะ: มีปัญหาแก้มห้อย หางตาตก คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการแรงยกที่สูง
  • ไขมันหน้าน้อย: คนหน้าตอบหรือชั้นไขมันบาง การทำ Ulthera จะปลอดภัยกว่าเพราะแพทย์มองเห็นชั้นผิว ไม่ยิงไปโดนชั้นไขมันจนหน้าตอบลงไปอีก
  • ไม่ชอบมาคลินิกบ่อย: อยากเจ็บทีเดียวจบ สวยยาวๆ เป็นปี ไม่มีเวลามาทำซ้ำบ่อยๆ
  • มีงบประมาณ: พร้อมลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำและได้มาตรฐาน Gold Standard

คุณเหมาะกับ HIFU (Ultraformer) ถ้า…

  • เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม: อายุยังน้อย (20 ปลายๆ – 30 ต้นๆ) ความหย่อนคล้อยยังไม่มาก ทำเพื่อป้องกัน (Pre-juvenation)
  • กลัวเจ็บมาก: ไม่สู้กับความปวดหน่วงๆ ของ Ulthera ต้องการทำสวยแบบชิลๆ สบายๆ
  • มีแก้มเยอะ: Ultraformer มีหัวที่ช่วยสลายไขมันได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะกับคนที่มีเนื้อแก้มหรือเหนียง
  • เน้นงานผิว: ถ้าเลือกทำ Ultraformer MPT จะได้เรื่องผิวใส รูขุมขนกระชับ เป็นของแถมที่คุ้มค่า
  • งบจำกัด: ต้องการบริหารงบ หรือชอบจ่ายทีละน้อยๆ แต่มาทำบ่อยๆ ได้

Ulthera vs HIFU ราคาเท่าไหร่? คิดราคายังไง?

เรื่องราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ปกติแล้วคลินิกจะคิดราคาตาม จำนวนไลน์ (Line) หรือ จำนวนช็อต (Shot) ครับ

  • Ulthera: จะนับเป็น “Line” ราคาเฉลี่ยในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 100 – 150 บาทต่อไลน์ (ราคาเหมาทั่วหน้า 300-400 lines อาจอยู่ที่ 30,000 – 60,000 บาท)
  • HIFU (Ultraformer): จะนับเป็น “Line” หรือ “Shot” ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น ราคาเฉลี่ยจะถูกกว่ามาก (ราคาเหมาทั่วหน้า อาจอยู่ที่ 9,900 – 25,000 บาท)

ข้อควรระวัง: อย่าดูแค่ราคาถูกที่สุด เพราะปัจจุบันมีเครื่องปลอมระบาดเยอะมาก ทั้งเครื่อง Ulthera ปลอม และ HIFU จีนที่ไม่ได้มาตรฐาน การใช้เครื่องปลอมอาจทำให้หน้าไหม้ หน้าเบี้ยว หรือไม่ได้ผลเลย ดังนั้นควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบเครื่องแท้ได้ครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera และ HIFU

คนที่มีเนื้อแก้มเยอะควรเลือกทำตัวไหนดี?

สำหรับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียงเยอะ หมอแนะนำให้มองไปทาง HIFU (Ultraformer III หรือ MPT) จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ เพราะเครื่อง Ultraformer มีหัวยิงระดับความลึกที่ช่วยสลายไขมันได้ดีกว่า Ulthera ในขณะที่ Ulthera จะเน้นเรื่องการกระชับผิวที่หย่อนให้ตึง หากมีไขมันบังอยู่เยอะ แรงดึงอาจจะส่งผลได้ไม่เต็มที่ครับ

สามารถทำ Ulthera สลับกับ HIFU ได้ไหม?

ทำได้ครับ นี่เป็นสูตรลับที่หลายคลินิกนิยมใช้ คือการทำ Ulthera ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นฐานโครงสร้างหลักในการยกกระชับ แล้วระหว่างปี (เช่น เดือนที่ 6) ก็มาทำ Ultraformer MPT เพื่อบูสต์ผิว กระตุ้นคอลลาเจน และเก็บรายละเอียดความหย่อนคล้อยเล็กๆ น้อยๆ วิธีนี้จะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ของ Ulthera ให้อยู่ได้นานขึ้น และทำให้ผิวดูสดใสตลอดปีครับ

หลังทำหน้าบวมหรือช้ำไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ทั้ง Ulthera และ HIFU เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึง ไม่ต้องพักฟื้น ครับ สามารถแต่งหน้าและไปทำงานต่อได้ทันที

  • Ulthera: อาจมีอาการบวมเล็กน้อย (Edema) ประมาณ 3-7 วัน หรือรู้สึกกดเจ็บใต้ผิวเหมือนช้ำในได้บ้าง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคอลลาเจนกำลังซ่อมแซมตัวเอง
  • HIFU: อาการบวมน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย โดยเฉพาะรุ่น MPT แทบจะปกติทันทีหลังทำครับ

กลัวเจอเครื่องปลอม มีวิธีเช็กเบื้องต้นอย่างไร?

เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะเครื่องปลอมระบาดหนักและอันตรายถึงขั้นหน้าไหม้หรือหน้าเบี้ยวได้

  • Ulthera แท้: ต้องมีใบประกาศนียบัตรรับรอง (Certificate) จากบริษัท Merz Aesthetics, มีสติกเกอร์รูปเพชร (Ultherapy Diamond) ติดหน้าคลินิก และที่สำคัญ “ต้องสแกน QR Code ที่ตัวเครื่อง” เพื่อเช็กชื่อคลินิกได้ครับ
  • Ultraformer แท้: ต้องมีโล่รางวัลหรือใบรับรองจากบริษัท Quantum Healthcare และสามารถสแกน QR Code เช็กได้เช่นกันครับ อย่าเสี่ยงกับราคาที่ถูกเกินจริงเด็ดขาดครับ

ทำแล้วหน้าจะตอบลงไหม?

ปัญหานี้มักเกิดจากการ “ยิงผิดชั้น” หรือแพทย์ประเมินรูปหน้าไม่ขาดครับ

  • หากยิงพลังงานลงไปในชั้นไขมันมากเกินไปในคนที่หน้าตอบอยู่แล้ว แก้มอาจจะตอบลงได้
  • Ulthera จะได้เปรียบตรงที่มีหน้าจอให้แพทย์เห็นชั้นไขมันและชั้นกล้ามเนื้อชัดเจน ทำให้สามารถวางแผนยิงหลบชั้นไขมันในจุดที่ไม่ต้องการลดได้ แม่นยำกว่าการทำ HIFU ที่ไม่มีหน้าจอครับ ดังนั้นถ้าหน้าตอบแต่อยากยกกระชับ Ulthera คือทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าครับ

สรุปบทความ

สรุปสุดท้ายนะครับ Ulthera คือ “ราชาแห่งการยกกระชับ” ที่เน้นความแม่นยำ การมองเห็นชั้นผิว และผลลัพธ์ที่ยาวนาน เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจนและต้องการความเป๊ะ ส่วน HIFU (โดยเฉพาะ Ultraformer MPT) คือ “ผู้ช่วยมือหนึ่ง” ที่เก่งรอบด้าน ทั้งยกกระชับ สลายไขมัน และปรับสภาพผิว ในราคาที่จับต้องได้และเจ็บน้อยกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อให้ประเมินโครงหน้าและชั้นผิวจริง เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีความเฉพาะตัว การเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC จะช่วยให้คุณได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด ได้ผลลัพธ์ที่สวยสมใจ ปลอดภัย และคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ครับ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ