ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่พบได้บ่อย ๆ และสร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคน ซึ่งการดูแลด้วยครีมบำรุงผิว หรือทำทรีตเมนต์หน้าอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การทำหัตถการที่ช่วยยกกระชับใบหน้าอย่างการทำ Ulthera จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนนิยม เพราะสามารถช่วยยกกระชับหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น และลดเลือนริ้วรอยด้วย
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจเกี่ยวกับการทำ Ulthera
ทำ Ulthera คืออะไร
การทำ Ulthera คือ การยกกระชับผิวหน้าและลำคอด้วยเครื่องยกกระชับที่มีชื่อเรียกว่า “อัลเทอราปี (Ultherapy)” หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “อัลเทอร่า (Ulthera)” โดยใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ซึ่งเป็นคลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจงในระดับความถี่สูง ส่งผ่านคลื่นแสงไปยังชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
คลื่นอัลตราซาวด์จะถูกกระตุ้นให้ภายในชั้นผิวเกิดความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดการหดตัวและเกิดการจัดเรียงตัวกันใหม่ของอีลาสตินใต้ชั้นผิว พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวด้วย
การทำ Ulthera จึงสามารถช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย เห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น พร้อมกับทำให้ผิวเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียน ริ้วรอยบนใบหน้าลดน้อยลง ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้ในคราวเดียว
ทำ Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร
การทำ Ulthera นั้น จะมีหัวยิงให้เลือกอยู่ 3 แบบ แต่ละแบบจะมีระดับส่งพลังงานที่ลงลึกในชั้นผิวที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก เนื่องจากผิวหย่อนคล้อยในแต่ละบริเวณจะมีสาเหตุมาจากชั้นผิวที่แตกต่างกันออกไป การที่อัลเทอร่ามีหัวยิงให้เลือกใช้ได้หลายระดับ จึงช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้ครอบคลุมมากขึ้น
โดยหัวยิงของอัลเทอร่าแต่ละแบบ มีส่วนช่วยให้การยกกระชับผิวหน้าดังนี้
- หัวยิงลึก 1.5 mm : จะเหมาะสำหรับลดริ้วรอยบนใบหน้าชั้นบน และลดความหย่อนคล้อยในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ มักใช้ยิงที่บริเวณรอบดวงตา ใต้ตา และขมับ
- หัวยิงลึก 3.0 mm : จะเหมาะสำหรับยกกระชับชั้นไขมันบริเวณผิวหน้า แก้ม เหนียง และลำคอ ซึ่งจะช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในคราวเดียว
- หัวยิงลึก 4.5 mm : จะใช้สำหรับยกกระชับผิวชั้น SMAS โดยเฉพาะ โดยจะส่งคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูง มีลักษณะเป็นจุดพลังงานขนาดเล็กประมาณ 1 mm เรียงกันเป็นเส้นตรงเหมือนกับจุดไข่ปลา ลงไปที่ชั้นผิว SMAS เพื่อให้ภายในชั้นผิวเกิดความร้อนขึ้น แล้วเกิดการหดตัวและยกกระชับทันที
Ulthera ทำบริเวณไหนได้บ้าง
ด้วยความแม่นยำของเทคโนโลยี MFU-V ทำให้ Ulthera สามารถยกกระชับผิวได้หลายบริเวณทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกันไป โดยจำนวน Lines ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย บริเวณที่ได้รับความนิยมมีดังนี้
- ทั่วใบหน้า เป็นการดูแลที่ครอบคลุมที่สุด ช่วยยกกระชับผิวทั่วทั้งใบหน้าตั้งแต่หน้าผากจนถึงกรอบหน้า ทำให้โครงสร้างผิวโดยรวมแข็งแรงขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และได้สัดส่วนที่ดีขึ้น โดยแพทย์มักจะประเมินการใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 700-1,000 Lines
- กรอบหน้าและเหนียง เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมทำมากที่สุด เพื่อเก็บกรอบหน้าให้คมชัด ลดปัญหาแก้มห้อยบริเวณมุมปาก และช่วยยกกระชับผิวใต้คาง ทำให้เหนียงดูลดลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้พลังงานประมาณ 300-500 Lines
- ยกคิ้วและรอบดวงตา ช่วยยกคิ้วที่ตกให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ชั้นตาดูชัดขึ้น ดวงตาดูโต สดใส และลดริ้วรอยเล็กๆ บริเวณหางตาได้ สำหรับบริเวณนี้จะใช้พลังงานประมาณ 100-200 Lines
- ร่องแก้มและแก้มส่วนกลาง ช่วยยกกระชับแก้มส่วนกลางที่หย่อนคล้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่องแก้มดูชัดขึ้น เมื่อแก้มถูกยกขึ้นจะทำให้ร่องแก้มดูตื้นลง โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้พลังงานประมาณ 200-300 Lines
- ลำคอ ช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณลำคอ ทำให้ลำคอดูตึงกระชับขึ้น และลดเส้นริ้วรอยแนวนอนที่คอได้ ซึ่งการรักษาบริเวณนี้มักจะใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 200-300 Lines
“Ulthera SPT” นวัตกรรมยกกระชับผิวใหม่ล่าสุดจากอัลเทอร่า
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการยกกระชับผิวด้วยอัลเทอร่า จึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการยกกระชับผิวด้วยเครื่องไฮฟู่ (HIFU) ทั่วไป หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี ในขณะที่การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง HIFU จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้งถึงจะมีผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
Ulthera เหมาะกับใคร
Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยโดยเฉพาะ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มเห็นสัญญาณแห่งวัยและต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากชั้นลึก โดยผู้ที่เหมาะกับการรักษาวิธีนี้และจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป: เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับเหมือนเดิม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย: สังเกตได้จากแก้มที่เริ่มห้อย, มีร่องแก้มลึกขึ้น, กรอบหน้าไม่คมชัด, หรือมีเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางตาตก: Ulthera สามารถช่วยยกบริเวณคิ้วและหางตา ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: เนื่องจาก Ulthera เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์จึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องการผ่าตัด: สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการผ่าตัดดึงหน้า, กลัวเจ็บ, หรือไม่มีเวลาพักฟื้น Ulthera คือทางเลือกที่ดีที่สุด
- ผู้ที่ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต: ในผู้ที่มีอายุน้อย (ช่วงปลาย 20) แต่ต้องการดูแลโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและกระชับไปนานๆ ก็สามารถทำ Ulthera เพื่อเป็นการป้องกันได้เช่นกัน
(HIFU) ทั่วไป หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี ในขณะที่การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง HIFU จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้งถึงจะมีผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
สาเหตุที่ทำให้อัลเทอร่ามีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวเหนือกว่าเครื่อง HIFU ในท้องตลาด นั่นก็เพราะว่าอัลเทอร่ามีเทคโนโลยี Ulthera SPT ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนยกกระชับให้เข้ากับปัญหาผิวแต่ละคนมากที่สุด เมื่อทำงานร่วมกับ MFU-V จึงสามารถช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
โดยเทคโนโลยี Ulthera SPT มีรายละเอียดดังนี้
- มองเห็น S (See) : เครื่องอัลเทอร่าจะมีจอมอนิเตอร์ที่สามารถมองเห็นชั้นผิวภายในได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของอัลเทอร่าเท่านั้น ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างแม่นยำและละเอียดในทุกชั้นผิว
- วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล P (Plan) : การที่แพทย์มองเห็นชั้นผิวที่อยู่ลึกเข้าไปได้แบบเรียลไทม์ จะทำให้แพทย์สามารถวางแผนและเลือกเทคนิครักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนได้
- ให้การรักษาอย่างตรงจุด T (Treat) : ในระหว่างที่แพทย์ทำหัตถการ จะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวภายในได้แบบเรียลไทม์ ทำให้มั่นใจได้ว่า แพทย์จะสามารถยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากที่สุด ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่มีประสิทธิภาพแน่นอน
Ulthera เหมาะกับใคร
ผู้ที่เหมาะกับการทำ Ulthera มีดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย และเห็นกรอบหน้าชัดขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา มีถุงใต้ตา
- ผู้ที่มีเหนียง ลำคอย่น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กระชับเรียบเนียน
Ulthera ราคาเท่าไหร่
ราคาทำ Ulthera จะขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ (Lines) ที่ทำ โดยที่ The Ritz Clinic จะมีโปรโมชันทำ Ulthera ราคาเริ่มต้นที่ 100 Lines 9,900 บาท จากปกติ 15,000 บาท* สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ที่ The Ritz Clinic ทุกสาขาเลย ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จองคิวออนไลน์ได้เลยที่ Line OA: @theritzclinic หรือ Facebook Page: THE RITZ หรือโทรศัพท์ 088-892-2666
*ราคาทำ Ulthera อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ทางคลินิกก่อนสั่งซื้อแพ็กเกจ
ทำ Ulthera ทั่วหน้ากี่ Lines
การทำ Ulthera ในแต่ละคน จะใช้จำนวน Lines ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน บริเวณที่ต้องการทำ เป้าหมายในการรักษา และการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา ยกตัวอย่างเช่น
- ในคนที่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา มีถุงใต้ตา ต้องการยกหางตา ยกคิ้วให้ดูสูงขึ้น การทำอัลเทอร่า 100 – 200 Lines ก็เพียงพอ
- ในคนที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย มีริ้วรอยร่องแก้ม มีเหนียงใต้คาง การทำอัลเทอร่า จะเริ่มต้นที่ 300 – 600 lines
- ในคนที่ต้องการทำอัลเทอร่าทั่วหน้า ทั้งในบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใต้ตา ผิวหน้า กรอบหน้า เหนียง และลำคอ อาจต้องใช้ประมาณ 700 Lines
ทั้งนี้จำนวน Lines ในการทำอัลเทอร่าอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามาให้แพทย์ที่ The Ritz Clinic ประเมินก่อนก็จะดีที่สุด
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ulthera
การทำ Ulthera มีข้อดี-ข้อเสีย ดังนี้
ข้อดีของการทำ Ulthera
- ช่วยลดความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวกระชับขึ้น เห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และริ้วรอยบนใบหน้าดูตื้นขึ้น
- ให้ผลการรักษาที่แม่นยำ มีหน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพใต้ชั้นผิวหนังขณะที่แพทย์รักษาได้แบบเรียลไทม์
- มีประสิทธิภาพในการยกกระชับได้ดีกว่า HIFU ทั่วไป โดยหลังทำเสร็จ 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 ปี
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังจากทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อเสียของการทำ Ulthera
- ราคาค่าบริการค่อนข้างสูง โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 9,900 – 80,000 บาท
- มีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำการรักษา โดยจะมีความรู้สึกอุ่นถึงร้อน อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดๆ บริเวณชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว แต่จะมีแปะยาชาก่อนเริ่มทำ เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บลงได้
- หลังทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว อาจทำให้มีอาการบวม แดง ชา ช้ำ หรือเสียวแปลบบริเวณที่ทำได้ ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
การทำอัลเทอร่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ใช้ระยะเวลาการทำไม่นาน หลังทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ แค่เพียงแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับหัตถการอื่น ๆ ที่เคยทำมาก่อน รวมถึงปัญหาผิวบาง หรือโรคประจำตัวที่เป็น และงดการรับประทานยากลุ่มแอสไพริน วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้นเอง
ขั้นตอนการทำ Ulthera
การทำอัลเทอร่ามีขั้นตอน ดังนี้
- แพทย์จะประเมินปัญหาและลักษณะใบหน้าของคนไข้ก่อนว่า เหมาะสมกับการทำ Ulthera หรือไม่
- หลังจากนั้นจะวางแผนการยกกระชับปรับรูปหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน โดยแพทย์จะแจ้งจำนวน Lines ที่เหมาะสมในการยิงขณะทำการรักษา เพื่อให้คนไข้เกิดความมั่นใจ
- เจ้าหน้าที่จะเข้ามาเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับทำหัตถการ โดยจะทำความสะอาดผิวหน้า แปะยาชา และรอประมาณ 45 – 60 นาทีให้ยาชาออกฤทธิ์
- แพทย์จะทำการยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง Ulthera ยิงกระตุ้นเข้าไปบริเวณที่มีปัญหา โดยแพทย์จะเลือกใช้หัวยิง และปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับชั้นผิวต่าง ๆ ใช้ระยะเวลาการทำประมาณ 45 – 60 นาที
- ในระหว่างที่ทำหัตถการ คนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหลังทำคนไข้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ทันที
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera
หลังจากทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ควรดูแลตนเองด้วยวิธีการต่อไปนี้
- ในช่วง 4-5 วันแรกภายหลังทำ Ulthera ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด และงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวหน้าต้องสัมผัสกับความร้อน เช่น การสตรีม ซาวน่า หรือออกกำลังกายหนัก
- ก่อนออกแดด หรือกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หากมีอาการบวมแดง สามารถประคบเย็นได้
- หากมีอาการบวมมาก สามารถนอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวมได้
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ผลลัพธ์ของการทำ Ulthera
หลังจากที่ทำ Ulthera เสร็จแล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ โดยผิวหน้าจะดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20-30% และหลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ ยกกระชับมากขึ้น ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดภายใน 1-3 เดือน และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลผิวพรรณ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน
ความแตกต่างระหว่าง Ulthera , New Thermage FLX และ Ultraformer MPT
เครื่องยกกระชับผิวหน้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 เครื่องด้วยกัน ได้แก่ Ulthera, New Thermage FLX และ Ultraformer MPT โดยแต่ละเครื่องก็จะใช้เทคโนโลยีและมีจุดเด่นในการยกกระชับที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละแบบจะมีรายละเอียดดังนี้
Ulthera
Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง MFU-V จะมีจุดเด่นในเรื่องของการลดความหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้กรอบหน้าชัด ลดริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับผิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น คนที่คิ้วตก หางตาตก หรือผิวแก้มหย่อนคล้อย โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
New Thermage FLX
New Thermage FLX เป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นความถี่สูง (Monopolar RF) มีจุดเด่นในเรื่องการสลายไขมันบริเวณใบหน้า พร้อมกับปรับผิวหน้าให้เรียวกระชับ ผิวแน่นขึ้น และลดริ้วรอยบนใบหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันที่แก้มและใต้คาง รวมถึงมีถุงไขมันใต้ตา โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 1 ปี
Ultraformer MPT
Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) มีจุดเด่นตรงที่มีหัวให้เลือกยิงหลายแบบ สามารถช่วยยกกระชับใบหน้า สลายไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และบำรุงผิวให้กระจ่างใสได้ในตัวด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และมีไขมันบริเวณแก้มและคาง โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-8 เดือน
Ulthera Prime vs Ulthera SPT แตกต่างกันอย่างไร
Ulthera Prime และ Ulthera SPT คือเทคนิคการรักษาคนละรูปแบบ ที่ทำงานอยู่บนเครื่อง Ulthera เดียวกัน โดย Ulthera Prime คือเทคนิคเวอร์ชันล่าสุดที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ulthera SPT เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและความสมบูรณ์แบบสูงขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 เครื่อง มีดังนี้
Ulthera SPT เทคนิคการรักษาที่แม่นยำเฉพาะบุคคล
Ulthera SPT คือ ขั้นตอนการรักษาที่ทำให้ Ulthera โดดเด่นและแตกต่างจากการทำ HIFU ทั่วไป โดยหัวใจหลักคือกระบวนการ S-See, P-Plan, T-Treat
- See (มองเห็น): แพทย์จะใช้หน้าจอของเครื่องเพื่อมองเห็นภาพชั้นผิวของคนไข้แต่ละราย ทำให้รู้ว่าเป้าหมายในการยิงพลังงานอยู่ตรงไหน
- Plan (วางแผน): จากภาพที่เห็น แพทย์จะสามารถวางแผนการยิงพลังงานในแต่ละบริเวณได้อย่างแม่นยำ ว่าควรใช้หัวยิงลึกแค่ไหนและพลังงานเท่าไหร่ให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
- Treat (ทำการรักษา): แพทย์จะทำการยิงพลังงานตามแผนที่ออกแบบไว้สำหรับคุณ
ดังนั้น Ulthera SPT จึงเป็นวิธีการที่ทำให้การรักษามีความแม่นยำและออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
Ulthera Prime: เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Ulthera Prime คือการนำขั้นตอน SPT ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มาอัปเกรดด้วยเทคโนโลยี “Prime Indicator” หรือระบบตรวจสอบคุณภาพแบบ Real Time ที่จะคอยเช็กว่าหัวยิงแนบสนิทกับผิวดีพอหรือไม่ ก่อนที่จะปล่อยพลังงานออกไป หากการสัมผัสไม่ดี ระบบจะแจ้งเตือนแพทย์ทันที ทำให้แพทย์สามารถปรับการวางหัวยิงเพื่อให้ทุกพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพสูงสุดและเท่ากันทุกลายเส้น โดยข้อดีที่เด่นชัดของ Ulthera Prime มีดังนี้
- ผลลัพธ์ดีและสม่ำเสมอ: มั่นใจได้ว่าพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับดีขึ้นและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- ปลอดภัยยิ่งขึ้น: ลดความเสี่ยงที่พลังงานจะถูกส่งลงไปอย่างไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
คุ้มค่าทุกช็อต: ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกพลังงานที่ยิงลงไปนั้นไม่สูญเปล่า และจะกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
วิธีเช็กเครื่อง Ulthera ของแท้
การทำ Ulthera เป็นการลงทุนเพื่อความงามที่คุ้มค่า แต่จะคุ้มค่าได้ก็ต่อเมื่อทำด้วยเครื่องแท้ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง THE RITZ CLINIC ขอแนะนำ 5 จุดสังเกตสำคัญที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบเครื่อง Ulthera แท้ได้ด้วยตัวเอง
1. ต้องมีหน้าจออัลตราซาวนด์แบบ Real-time
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดและเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องแท้เท่านั้น ขณะทำการรักษา แพทย์จะต้องสามารถมองเห็นชั้นผิวจริงๆ ของเราบนหน้าจอได้ ไม่ใช่แค่ภาพกราฟิก ถ้าเครื่องที่ใช้ไม่มีหน้าจอลักษณะนี้ แสดงว่าไม่ใช่เครื่อง Ulthera แท้แน่นอน
2. มองหาป้ายและโล่รางวัลจากบริษัท Merz
คลินิกที่ใช้เครื่องแท้จะต้องมีใบประกาศนียบัตรและโล่รางวัลคริสตัลที่ระบุชื่อคลินิกอย่างชัดเจน จากบริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ
3. ตรวจสอบรายชื่อบนเว็บไซต์ Merz Aesthetics
วิธีที่แน่นอนที่สุด คือการนำชื่อคลินิกไปตรวจสอบในเว็บไซต์ของ Merz Aesthetics ประเทศไทยโดยตรง ถ้ามีรายชื่อปรากฏอยู่ ก็สามารถมั่นใจได้ 100% ว่าเป็นของแท้และได้มาตรฐาน
ทำ Ulthera ที่ไหนดี
แม้ว่าอัลเทอร่า (Ulthera) จะเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก U.S. FDA และ อย.ไทย สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างเห็นผล ปลอดภัย และเจ็บน้อย แต่ก็ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการ
ถ้าหากทำกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ แล้วแพทย์เลือกใช้หัวยิง หรือปรับค่าพลังงานไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ทำการรักษา ก็อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้
โดยการเลือกคลินิก หรือโรงพยาบาลสำหรับทำ Ulthera ควรดูจากปัจจัยเหล่านี้
- ใช้เครื่อง Ulthera ของแท้ นำเข้าจากบริษัท Merz Aesthetics เท่านั้น (สามารถตรวจสอบได้ ที่นี่ เลย)
- ห้องทำหัตถการสะอาด ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล คลินิกมีความเชื่อถือ
- แพทย์มีความชำนาญการในการยกกระชับหน้าด้วย Ulthera โดยเฉพาะ
- มีรีวิวการยกกระชับหน้าด้วย Ulthera จากผู้ใช้บริการจริงมากมาย
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera
นอกจากข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำอัลเทอร่าแล้ว เรายังได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำอัลเทอร่ามาให้ด้วย สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำหัตถการนี้อยู่ สามารถดูคำถามและคำตอบได้ที่ด้านล่างนี้เลย
ทำ Ulthera พักฟื้นกี่วัน
หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ แต่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
Ulthera อันตรายไหม
อัลเทอร่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวจากอเมริกาที่มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรอง FDA ทั้งในอเมริกา ไทย เอเชีย และยุโรป และมีงานวิจัยรองรับมากมาย ถ้าใช้เครื่องอัลเทอร่าของแท้ และทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแน่นอน
ทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม
การทำอัลเทอร่าสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ แต่จำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงหัตถการที่ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิว เช่น เลเซอร์ หรือคลื่นวิทยุ เพราะอาจทำให้ผิวบริเวณที่ทำอัลเทอร่าเกิดการสะสมความร้อนมากเกินไปจนทำให้ผิวหน้าไหม้ได้
ทำ Ulthera แล้วหน้าบวม ควรทำอย่างไร
อาการหน้าบวมเป็นผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้จากการทำอัลเทอร่า สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็น และนอนหมอนสูง ก็จะช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
รีวิวทำ Ulthera ที่ The Ritz Clinic
ทำ Ulthera คืออะไร
การทำ Ulthera คือ การยกกระชับผิวหน้าและลำคอด้วยเครื่องยกกระชับที่มีชื่อเรียกว่า “อัลเทอราปี (Ultherapy)” หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “อัลเทอร่า (Ulthera)” โดยใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ซึ่งเป็นคลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจงในระดับความถี่สูง ส่งผ่านคลื่นแสงไปยังชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า
คลื่นอัลตราซาวด์จะถูกกระตุ้นให้ภายในชั้นผิวเกิดความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดการหดตัวและเกิดการจัดเรียงตัวกันใหม่ของอีลาสตินใต้ชั้นผิว พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวด้วย
การทำ Ulthera จึงสามารถช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย เห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น พร้อมกับทำให้ผิวเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียน ริ้วรอยบนใบหน้าลดน้อยลง ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้ในคราวเดียว
ทำ Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร
การทำ Ulthera นั้น จะมีหัวยิงให้เลือกอยู่ 3 แบบ แต่ละแบบจะมีระดับส่งพลังงานที่ลงลึกในชั้นผิวที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก เนื่องจากผิวหย่อนคล้อยในแต่ละบริเวณจะมีสาเหตุมาจากชั้นผิวที่แตกต่างกันออกไป การที่อัลเทอร่ามีหัวยิงให้เลือกใช้ได้หลายระดับ จึงช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้ครอบคลุมมากขึ้น
โดยหัวยิงของอัลเทอร่าแต่ละแบบ มีส่วนช่วยให้การยกกระชับผิวหน้าดังนี้
- หัวยิงลึก 1.5 mm : จะเหมาะสำหรับลดริ้วรอยบนใบหน้าชั้นบน และลดความหย่อนคล้อยในชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ มักใช้ยิงที่บริเวณรอบดวงตา ใต้ตา และขมับ
- หัวยิงลึก 3.0 mm : จะเหมาะสำหรับยกกระชับชั้นไขมันบริเวณผิวหน้า แก้ม เหนียง และลำคอ ซึ่งจะช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในคราวเดียว
- หัวยิงลึก 4.5 mm : จะใช้สำหรับยกกระชับผิวชั้น SMAS โดยเฉพาะ โดยจะส่งคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูง มีลักษณะเป็นจุดพลังงานขนาดเล็กประมาณ 1 mm เรียงกันเป็นเส้นตรงเหมือนกับจุดไข่ปลา ลงไปที่ชั้นผิว SMAS เพื่อให้ภายในชั้นผิวเกิดความร้อนขึ้น แล้วเกิดการหดตัวและยกกระชับทันที
Ulthera ทำบริเวณไหนได้บ้าง
ด้วยความแม่นยำของเทคโนโลยี MFU-V ทำให้ Ulthera สามารถยกกระชับผิวได้หลายบริเวณทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่แตกต่างกันไป โดยจำนวน Lines ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย บริเวณที่ได้รับความนิยมมีดังนี้
- ทั่วใบหน้า เป็นการดูแลที่ครอบคลุมที่สุด ช่วยยกกระชับผิวทั่วทั้งใบหน้าตั้งแต่หน้าผากจนถึงกรอบหน้า ทำให้โครงสร้างผิวโดยรวมแข็งแรงขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และได้สัดส่วนที่ดีขึ้น โดยแพทย์มักจะประเมินการใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 700-1,000 Lines
- กรอบหน้าและเหนียง เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมทำมากที่สุด เพื่อเก็บกรอบหน้าให้คมชัด ลดปัญหาแก้มห้อยบริเวณมุมปาก และช่วยยกกระชับผิวใต้คาง ทำให้เหนียงดูลดลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้พลังงานประมาณ 300-500 Lines
- ยกคิ้วและรอบดวงตา ช่วยยกคิ้วที่ตกให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ชั้นตาดูชัดขึ้น ดวงตาดูโต สดใส และลดริ้วรอยเล็กๆ บริเวณหางตาได้ สำหรับบริเวณนี้จะใช้พลังงานประมาณ 100-200 Lines
- ร่องแก้มและแก้มส่วนกลาง ช่วยยกกระชับแก้มส่วนกลางที่หย่อนคล้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่องแก้มดูชัดขึ้น เมื่อแก้มถูกยกขึ้นจะทำให้ร่องแก้มดูตื้นลง โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้พลังงานประมาณ 200-300 Lines
- ลำคอ ช่วยลดความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณลำคอ ทำให้ลำคอดูตึงกระชับขึ้น และลดเส้นริ้วรอยแนวนอนที่คอได้ ซึ่งการรักษาบริเวณนี้มักจะใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 200-300 Lines
“Ulthera SPT” นวัตกรรมยกกระชับผิวใหม่ล่าสุดจากอัลเทอร่า
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการยกกระชับผิวด้วยอัลเทอร่า จึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการยกกระชับผิวด้วยเครื่องไฮฟู่ (HIFU) ทั่วไป หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี ในขณะที่การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง HIFU จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้งถึงจะมีผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
Ulthera เหมาะกับใคร
Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยโดยเฉพาะ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มเห็นสัญญาณแห่งวัยและต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากชั้นลึก โดยผู้ที่เหมาะกับการรักษาวิธีนี้และจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป: เป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับเหมือนเดิม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย: สังเกตได้จากแก้มที่เริ่มห้อย, มีร่องแก้มลึกขึ้น, กรอบหน้าไม่คมชัด, หรือมีเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางตาตก: Ulthera สามารถช่วยยกบริเวณคิ้วและหางตา ทำให้ดวงตาดูเปิด สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: เนื่องจาก Ulthera เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์จึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องการผ่าตัด: สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการผ่าตัดดึงหน้า, กลัวเจ็บ, หรือไม่มีเวลาพักฟื้น Ulthera คือทางเลือกที่ดีที่สุด
- ผู้ที่ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต: ในผู้ที่มีอายุน้อย (ช่วงปลาย 20) แต่ต้องการดูแลโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและกระชับไปนานๆ ก็สามารถทำ Ulthera เพื่อเป็นการป้องกันได้เช่นกัน
(HIFU) ทั่วไป หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี ในขณะที่การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง HIFU จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง 2 – 3 ครั้งถึงจะมีผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
สาเหตุที่ทำให้อัลเทอร่ามีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวเหนือกว่าเครื่อง HIFU ในท้องตลาด นั่นก็เพราะว่าอัลเทอร่ามีเทคโนโลยี Ulthera SPT ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนยกกระชับให้เข้ากับปัญหาผิวแต่ละคนมากที่สุด เมื่อทำงานร่วมกับ MFU-V จึงสามารถช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
โดยเทคโนโลยี Ulthera SPT มีรายละเอียดดังนี้
- มองเห็น S (See) : เครื่องอัลเทอร่าจะมีจอมอนิเตอร์ที่สามารถมองเห็นชั้นผิวภายในได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของอัลเทอร่าเท่านั้น ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างแม่นยำและละเอียดในทุกชั้นผิว
- วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล P (Plan) : การที่แพทย์มองเห็นชั้นผิวที่อยู่ลึกเข้าไปได้แบบเรียลไทม์ จะทำให้แพทย์สามารถวางแผนและเลือกเทคนิครักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนได้
- ให้การรักษาอย่างตรงจุด T (Treat) : ในระหว่างที่แพทย์ทำหัตถการ จะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวภายในได้แบบเรียลไทม์ ทำให้มั่นใจได้ว่า แพทย์จะสามารถยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากที่สุด ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่มีประสิทธิภาพแน่นอน
Ulthera เหมาะกับใคร
ผู้ที่เหมาะกับการทำ Ulthera มีดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
- ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย และเห็นกรอบหน้าชัดขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา มีถุงใต้ตา
- ผู้ที่มีเหนียง ลำคอย่น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กระชับเรียบเนียน
Ulthera ราคาเท่าไหร่
ราคาทำ Ulthera จะขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ (Lines) ที่ทำ โดยที่ The Ritz Clinic จะมีโปรโมชันทำ Ulthera ราคาเริ่มต้นที่ 100 Lines 9,900 บาท จากปกติ 15,000 บาท* สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ที่ The Ritz Clinic ทุกสาขาเลย ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จองคิวออนไลน์ได้เลยที่ Line OA: @theritzclinic หรือ Facebook Page: THE RITZ หรือโทรศัพท์ 088-892-2666
*ราคาทำ Ulthera อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ทางคลินิกก่อนสั่งซื้อแพ็กเกจ
ทำ Ulthera ทั่วหน้ากี่ Lines
การทำ Ulthera ในแต่ละคน จะใช้จำนวน Lines ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน บริเวณที่ต้องการทำ เป้าหมายในการรักษา และการประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา ยกตัวอย่างเช่น
- ในคนที่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา มีถุงใต้ตา ต้องการยกหางตา ยกคิ้วให้ดูสูงขึ้น การทำอัลเทอร่า 100 – 200 Lines ก็เพียงพอ
- ในคนที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย มีริ้วรอยร่องแก้ม มีเหนียงใต้คาง การทำอัลเทอร่า จะเริ่มต้นที่ 300 – 600 lines
- ในคนที่ต้องการทำอัลเทอร่าทั่วหน้า ทั้งในบริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใต้ตา ผิวหน้า กรอบหน้า เหนียง และลำคอ อาจต้องใช้ประมาณ 700 Lines
ทั้งนี้จำนวน Lines ในการทำอัลเทอร่าอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แนะนำให้เข้ามาให้แพทย์ที่ The Ritz Clinic ประเมินก่อนก็จะดีที่สุด
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ulthera
การทำ Ulthera มีข้อดี-ข้อเสีย ดังนี้
ข้อดีของการทำ Ulthera
- ช่วยลดความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวกระชับขึ้น เห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง และริ้วรอยบนใบหน้าดูตื้นขึ้น
- ให้ผลการรักษาที่แม่นยำ มีหน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพใต้ชั้นผิวหนังขณะที่แพทย์รักษาได้แบบเรียลไทม์
- มีประสิทธิภาพในการยกกระชับได้ดีกว่า HIFU ทั่วไป โดยหลังทำเสร็จ 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 1 ปี
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังจากทำเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ข้อเสียของการทำ Ulthera
- ราคาค่าบริการค่อนข้างสูง โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 9,900 – 80,000 บาท
- มีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำการรักษา โดยจะมีความรู้สึกอุ่นถึงร้อน อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดๆ บริเวณชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิว แต่จะมีแปะยาชาก่อนเริ่มทำ เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บลงได้
- หลังทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว อาจทำให้มีอาการบวม แดง ชา ช้ำ หรือเสียวแปลบบริเวณที่ทำได้ ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
การทำอัลเทอร่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ใช้ระยะเวลาการทำไม่นาน หลังทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น และไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ แค่เพียงแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับหัตถการอื่น ๆ ที่เคยทำมาก่อน รวมถึงปัญหาผิวบาง หรือโรคประจำตัวที่เป็น และงดการรับประทานยากลุ่มแอสไพริน วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้นเอง
ขั้นตอนการทำ Ulthera
การทำอัลเทอร่ามีขั้นตอน ดังนี้
- แพทย์จะประเมินปัญหาและลักษณะใบหน้าของคนไข้ก่อนว่า เหมาะสมกับการทำ Ulthera หรือไม่
- หลังจากนั้นจะวางแผนการยกกระชับปรับรูปหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน โดยแพทย์จะแจ้งจำนวน Lines ที่เหมาะสมในการยิงขณะทำการรักษา เพื่อให้คนไข้เกิดความมั่นใจ
- เจ้าหน้าที่จะเข้ามาเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับทำหัตถการ โดยจะทำความสะอาดผิวหน้า แปะยาชา และรอประมาณ 45 – 60 นาทีให้ยาชาออกฤทธิ์
- แพทย์จะทำการยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง Ulthera ยิงกระตุ้นเข้าไปบริเวณที่มีปัญหา โดยแพทย์จะเลือกใช้หัวยิง และปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับชั้นผิวต่าง ๆ ใช้ระยะเวลาการทำประมาณ 45 – 60 นาที
- ในระหว่างที่ทำหัตถการ คนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และหลังทำคนไข้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ทันที
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera
หลังจากทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว ควรดูแลตนเองด้วยวิธีการต่อไปนี้
- ในช่วง 4-5 วันแรกภายหลังทำ Ulthera ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด และงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวหน้าต้องสัมผัสกับความร้อน เช่น การสตรีม ซาวน่า หรือออกกำลังกายหนัก
- ก่อนออกแดด หรือกลางแจ้งควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หากมีอาการบวมแดง สามารถประคบเย็นได้
- หากมีอาการบวมมาก สามารถนอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวมได้
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ผลลัพธ์ของการทำ Ulthera
หลังจากที่ทำ Ulthera เสร็จแล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ โดยผิวหน้าจะดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20-30% และหลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ ยกกระชับมากขึ้น ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดภายใน 1-3 เดือน และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิว การดูแลผิวพรรณ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน
ความแตกต่างระหว่าง Ulthera , New Thermage FLX และ Ultraformer MPT
เครื่องยกกระชับผิวหน้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันจะมีอยู่ 3 เครื่องด้วยกัน ได้แก่ Ulthera, New Thermage FLX และ Ultraformer MPT โดยแต่ละเครื่องก็จะใช้เทคโนโลยีและมีจุดเด่นในการยกกระชับที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละแบบจะมีรายละเอียดดังนี้
Ulthera
Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง MFU-V จะมีจุดเด่นในเรื่องของการลดความหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้กรอบหน้าชัด ลดริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ตอบโจทย์คนที่ต้องการยกกระชับผิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น คนที่คิ้วตก หางตาตก หรือผิวแก้มหย่อนคล้อย โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
New Thermage FLX
New Thermage FLX เป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงานคลื่นความถี่สูง (Monopolar RF) มีจุดเด่นในเรื่องการสลายไขมันบริเวณใบหน้า พร้อมกับปรับผิวหน้าให้เรียวกระชับ ผิวแน่นขึ้น และลดริ้วรอยบนใบหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันที่แก้มและใต้คาง รวมถึงมีถุงไขมันใต้ตา โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 1 ปี
Ultraformer MPT
Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) มีจุดเด่นตรงที่มีหัวให้เลือกยิงหลายแบบ สามารถช่วยยกกระชับใบหน้า สลายไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และบำรุงผิวให้กระจ่างใสได้ในตัวด้วย เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และมีไขมันบริเวณแก้มและคาง โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-8 เดือน
Ulthera Prime vs Ulthera SPT แตกต่างกันอย่างไร
Ulthera Prime และ Ulthera SPT คือเทคนิคการรักษาคนละรูปแบบ ที่ทำงานอยู่บนเครื่อง Ulthera เดียวกัน โดย Ulthera Prime คือเทคนิคเวอร์ชันล่าสุดที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ulthera SPT เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและความสมบูรณ์แบบสูงขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 เครื่อง มีดังนี้
Ulthera SPT เทคนิคการรักษาที่แม่นยำเฉพาะบุคคล
Ulthera SPT คือ ขั้นตอนการรักษาที่ทำให้ Ulthera โดดเด่นและแตกต่างจากการทำ HIFU ทั่วไป โดยหัวใจหลักคือกระบวนการ S-See, P-Plan, T-Treat
- See (มองเห็น): แพทย์จะใช้หน้าจอของเครื่องเพื่อมองเห็นภาพชั้นผิวของคนไข้แต่ละราย ทำให้รู้ว่าเป้าหมายในการยิงพลังงานอยู่ตรงไหน
- Plan (วางแผน): จากภาพที่เห็น แพทย์จะสามารถวางแผนการยิงพลังงานในแต่ละบริเวณได้อย่างแม่นยำ ว่าควรใช้หัวยิงลึกแค่ไหนและพลังงานเท่าไหร่ให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
- Treat (ทำการรักษา): แพทย์จะทำการยิงพลังงานตามแผนที่ออกแบบไว้สำหรับคุณ
ดังนั้น Ulthera SPT จึงเป็นวิธีการที่ทำให้การรักษามีความแม่นยำและออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
Ulthera Prime: เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Ulthera Prime คือการนำขั้นตอน SPT ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มาอัปเกรดด้วยเทคโนโลยี “Prime Indicator” หรือระบบตรวจสอบคุณภาพแบบ Real Time ที่จะคอยเช็กว่าหัวยิงแนบสนิทกับผิวดีพอหรือไม่ ก่อนที่จะปล่อยพลังงานออกไป หากการสัมผัสไม่ดี ระบบจะแจ้งเตือนแพทย์ทันที ทำให้แพทย์สามารถปรับการวางหัวยิงเพื่อให้ทุกพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพสูงสุดและเท่ากันทุกลายเส้น โดยข้อดีที่เด่นชัดของ Ulthera Prime มีดังนี้
- ผลลัพธ์ดีและสม่ำเสมอ: มั่นใจได้ว่าพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับดีขึ้นและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- ปลอดภัยยิ่งขึ้น: ลดความเสี่ยงที่พลังงานจะถูกส่งลงไปอย่างไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
คุ้มค่าทุกช็อต: ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกพลังงานที่ยิงลงไปนั้นไม่สูญเปล่า และจะกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Ulthera Prime คือการนำขั้นตอน SPT ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว มาอัปเกรดด้วยเทคโนโลยี “Prime Indicator” หรือระบบตรวจสอบคุณภาพแบบ Real Time ที่จะคอยเช็กว่าหัวยิงแนบสนิทกับผิวดีพอหรือไม่ ก่อนที่จะปล่อยพลังงานออกไป หากการสัมผัสไม่ดี ระบบจะแจ้งเตือนแพทย์ทันที ทำให้แพทย์สามารถปรับการวางหัวยิงเพื่อให้ทุกพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพสูงสุดและเท่ากันทุกลายเส้น โดยข้อดีที่เด่นชัดของ Ulthera Prime มีดังนี้
- ผลลัพธ์ดีและสม่ำเสมอ: มั่นใจได้ว่าพลังงานที่ส่งลงไปมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับดีขึ้นและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- ปลอดภัยยิ่งขึ้น: ลดความเสี่ยงที่พลังงานจะถูกส่งลงไปอย่างไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
คุ้มค่าทุกช็อต: ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกพลังงานที่ยิงลงไปนั้นไม่สูญเปล่า และจะกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทำ Ulthera ที่ไหนดี
แม้ว่าอัลเทอร่า (Ulthera) จะเป็นเครื่องมือยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจาก U.S. FDA และ อย.ไทย สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างเห็นผล ปลอดภัย และเจ็บน้อย แต่ก็ควรเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการ
ถ้าหากทำกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ แล้วแพทย์เลือกใช้หัวยิง หรือปรับค่าพลังงานไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ทำการรักษา ก็อาจทำให้ไม่เห็นผล หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้
โดยการเลือกคลินิก หรือโรงพยาบาลสำหรับทำ Ulthera ควรดูจากปัจจัยเหล่านี้
- ใช้เครื่อง Ulthera ของแท้ นำเข้าจากบริษัท Merz Aesthetics เท่านั้น (สามารถตรวจสอบได้ ที่นี่ เลย)
- ห้องทำหัตถการสะอาด ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล คลินิกมีความเชื่อถือ
- แพทย์มีความชำนาญการในการยกกระชับหน้าด้วย Ulthera โดยเฉพาะ
- มีรีวิวการยกกระชับหน้าด้วย Ulthera จากผู้ใช้บริการจริงมากมาย
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ulthera
นอกจากข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำอัลเทอร่าแล้ว เรายังได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำอัลเทอร่ามาให้ด้วย สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำหัตถการนี้อยู่ สามารถดูคำถามและคำตอบได้ที่ด้านล่างนี้เลย
ทำ Ulthera พักฟื้นกี่วัน
หลังจากที่ทำอัลเทอร่าเสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ แต่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
Ulthera อันตรายไหม
อัลเทอร่าเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวจากอเมริกาที่มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรอง FDA ทั้งในอเมริกา ไทย เอเชีย และยุโรป และมีงานวิจัยรองรับมากมาย ถ้าใช้เครื่องอัลเทอร่าของแท้ และทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญการก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแน่นอน
ทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม
การทำอัลเทอร่าสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ แต่จำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงหัตถการที่ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิว เช่น เลเซอร์ หรือคลื่นวิทยุ เพราะอาจทำให้ผิวบริเวณที่ทำอัลเทอร่าเกิดการสะสมความร้อนมากเกินไปจนทำให้ผิวหน้าไหม้ได้
ทำ Ulthera แล้วหน้าบวม ควรทำอย่างไร
อาการหน้าบวมเป็นผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้จากการทำอัลเทอร่า สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็น และนอนหมอนสูง ก็จะช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
รีวิวทำ Ulthera ที่ The Ritz Clinic
สรุปเรื่องการทำ Ulthera
การทำอัลเทอร่า (Ulthera) เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปสร้างความร้อนที่ผิวหนังชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวยกกระชับขึ้นทันทีหลังทำ ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยบนใบหน้าแลดูจางลง หากคุณกำลังมองหาหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน หลังทำเสร็จแล้วไม่ต้องพักฟื้นด้วย การทำ Ulthera นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก The Ritz Clinic ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- โทรเข้า Call Center ของ The Ritz Clinic : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างดี ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก: Ultherapy, Healthline


