Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ฟิลเลอร์แก้มตอบคืออะไร

รู้จักกับฟิลเลอร์แก้มตอบ ต้องฉีดกี่ CC มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนฉีด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาแก้มตอบ แก้มดูซูบผอมลงไปจนเห็นโหนกแก้มชัด ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรม อิดโรย ไม่สดใส และดูมีอายุเกินจริง เป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคน โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบจึงเป็นหนึ่งในทางออกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะสามารถช่วยเติมเต็มให้ใบหน้ากลับมาดูอิ่มเอิบ สดใสขึ้นได้ แล้วต้องฉีดกี่ CC ถึงจะเห็นผล? มีข้อควรรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจฉีด? วันนี้ THE RITZ CLINIC จะพามาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

ทำความเข้าใจปัญหาแก้มตอบ เกิดจากอะไร?

ภาวะแก้มตอบ (Sunken Cheeks) ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงามของใบหน้า แต่ยังทำให้ดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัยอีกด้วย ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย มาดูกันว่าสาเหตุหลัก ๆ มีอะไรบ้าง

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวหนังจะลดลงตามธรรมชาติ รวมถึงการยุบตัวของกระดูกบริเวณใบหน้า ทำให้ไขมันบริเวณแก้มเกิดการฝ่อตัวและหย่อนคล้อยลง แก้มจึงดูตอบลงได้
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หรือมีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อาจส่งผลให้ไขมันทั่วร่างกายรวมถึงไขมันบริเวณแก้มลดลงไปด้วย ทำให้แก้มดูซูบตอบลงอย่างเห็นได้ชัด
  • พันธุกรรม โครงสร้างใบหน้าเป็นสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดทางพันธุกรรม บางคนอาจมีลักษณะแก้มตอบมาตั้งแต่เกิด หรือมีแนวโน้มที่จะแก้มตอบได้ง่ายกว่าคนอื่นเมื่อปัจจัยอื่น ๆ มากระตุ้น
  • การจัดฟัน ในบางกรณี การจัดฟันโดยเฉพาะการถอนฟันหลายซี่ อาจส่งผลต่อโครงสร้างและการเรียงตัวของฟัน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณแก้มมีการเปลี่ยนแปลงและดูตอบลงได้ หรือในบางรายอาจเกิดจากการที่เคี้ยวอาหารได้ไม่ถนัดในช่วงจัดฟัน

ฟิลเลอร์แก้มตอบ คืออะไร?

ฟิลเลอร์แก้มตอบ คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) หรือกรดไฮยาลูรอนิกเข้าไปบริเวณแก้มส่วนที่ตอบหรือยุบตัวลงไป เพื่อช่วยเติมเต็มให้แก้มดูอิ่มฟูขึ้น ใบหน้าได้สัดส่วนที่สวยงามมากยิ่งขึ้น กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายของเรา ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง การฉีดฟิลเลอร์จึงมีความปลอดภัยสูงและสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

ฟิลเลอร์แก้มตอบทำงานอย่างไร

เมื่อฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเข้าไปในชั้นผิวหนังบริเวณแก้มที่มีปัญหาการยุบตัวหรือซูบตอบ สาร Hyaluronic Acid จะเข้าไปทำหน้าที่ในการเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ทำให้ผิวบริเวณแก้มดูเต็มขึ้น อิ่มฟูขึ้นทันทีหลังทำ นอกจากนี้ Hyaluronic Acid ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวในระยะยาวอีกด้วย

  • เติมเต็ม HA เข้าไปแทนที่ปริมาตรเนื้อเยื่อที่หายไป
  • ยกกระชับ ช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ดีขึ้นเล็กน้อย
  • เพิ่มความชุ่มชื้น คุณสมบัติอุ้มน้ำของ HA ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น

ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบได้อย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเป็นวิธีที่ตรงจุดในการแก้ปัญหาแก้มซูบผอม เพราะเป็นการเติมสาร Hyaluronic Acid เข้าไปทดแทนไขมันหรือคอลลาเจนที่หายไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ดังนี้

  • เพิ่มปริมาตรแก้ม เติมเต็มส่วนที่ยุบหรือตอบให้กลับมาอิ่มฟู ใบหน้าดูเต็มตื้นขึ้นทันทีหลังฉีด ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น
  • ปรับโครงสร้างใบหน้า ช่วยปรับให้รูปหน้าดูสมส่วน มีมิติมากขึ้น ลดความเด่นของโหนกแก้ม ทำให้ใบหน้าดูหวานละมุนและได้สัดส่วนที่สวยงาม
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณแก้ม การเติมเต็มช่วยให้ผิวตึงขึ้น ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากแก้มตอบดูจางลง ผิวพรรณจึงดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น
  • คืนความสดใสให้ใบหน้า เมื่อแก้มที่เคยตอบดูเต็มขึ้น จะช่วยลดความรู้สึกอิดโรย เหนื่อยล้า ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดชื่น มีชีวิตชีวามากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบดีไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เพราะเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

เติมเต็มแก้มให้ดูอิ่มฟูอย่างดูเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์แก้มตอบช่วยเติมเต็มบริเวณแก้มที่ซูบตอบให้กลับมาดูอิ่มเอิบขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินและเลือกชนิดของฟิลเลอร์รวมถึงปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และกลืนไปกับผิวเดิม

ปรับมิติหน้าให้สมส่วน ดูมีมิติ

นอกจากการเติมเต็มแล้วฟิลเลอร์แก้มตอบยังช่วยปรับมิติหน้าโดยรวมให้ดูสมดุลและมีมิติมากขึ้น เมื่อแก้มดูเต็มขึ้น จะช่วยลดความเด่นของโหนกแก้ม ทำให้กรอบหน้าดูละมุนขึ้น ใบหน้าดูเรียวสวยเข้ารูปอย่างดูเป็นธรรมชาติ

เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ข้อดีที่สำคัญของการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบคือ สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่ออาการบวมยุบลง ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาไม่นาน เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีแผลเป็น และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

เสริมความมั่นใจ ใบหน้าดูสดใสอ่อนกว่าวัย

เมื่อปัญหาแก้มตอบที่เคยกังวลได้รับการแก้ไข ใบหน้าดูอิ่มฟู สดใส และอ่อนเยาว์ลง ย่อมส่งผลดีต่อความมั่นใจในตัวเอง ทำให้กล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น และมีความสุขกับรูปลักษณ์ของตนเองมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการลงทุนเพื่อเสริมบุคลิกภาพที่ดี

ฟิลเลอร์แก้มตอบ ต้องฉีดกี่ CC

ฟิลเลอร์แก้มตอบ ต้องฉีดกี่ CC

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดแก้มตอบจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจเริ่มต้นที่ข้างละ 1-3 CC (CC ย่อมาจาก Cubic Centimeter หรือลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นหน่วยวัดปริมาตร) หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความลึกของแก้มที่ตอบ ระดับปัญหา และผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ 

ทำไมต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินปริมาณ CC 

เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ประเมินปัญหา และออกแบบการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยที่สุด การฉีดในปริมาณที่น้อยเกินไปอาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ส่วนการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจทำให้ใบหน้าดูบวมหรือผิดรูปได้ ดังนั้น 

ปัจจัยสำคัญในการกำหนดปริมาณ CC มีดังนี้

  • ระดับความรุนแรงของปัญหาแก้มตอบ หากแก้มตอบมาก อาจต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากกว่าผู้ที่มีปัญหาเล็กน้อย หรือต้องการฉีดฟิลเลอร์ 1 cc เพื่อการปรับปรุงเล็กน้อย
  • โครงสร้างใบหน้าเดิมของคนไข้ แพทย์จะพิจารณาจากสัดส่วนโดยรวมของใบหน้า เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูสมดุลและดูเป็นธรรมชาติ
  • ความต้องการและผลลัพธ์ที่คาดหวัง คนไข้สามารถแจ้งความต้องการกับแพทย์ได้ เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาและกำหนดปริมาณฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม
  • ชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น อาจมีความหนืดและความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อปริมาณที่ต้องใช้

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ THE RITZ CLINIC ให้ความสำคัญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้

  1. ปรึกษาแพทย์ แพทย์จะประเมินปัญหาแก้มตอบ โครงสร้างใบหน้า และสอบถามความต้องการของคนไข้ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์และปริมาณที่เหมาะสม
  2. ทำความสะอาดผิว เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าบริเวณที่จะทำการฉีดอย่างละเอียด
  3. ทายาชา ทายาชาบริเวณแก้มทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด หรือในบางกรณีอาจมีการฉีดยาชาเฉพาะที่
  4. ทำการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในตำแหน่งที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคนิคที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
  5. ปั้นและจัดทรง หลังฉีด แพทย์อาจมีการนวดเบา ๆ เพื่อปั้นและจัดทรงฟิลเลอร์ให้เข้าที่และกลืนไปกับผิว
  6. แนะนำการดูแลตัวเอง แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้:

  • แจ้งประวัติสุขภาพ แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือสารต่าง ๆ
  • งดยาและวิตามินบางชนิด ควรงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen) รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบวมช้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการทำหัตถการ
  • งดการสครับผิวหรือเลเซอร์ บริเวณที่จะทำการฉีด ควรงดการทำเลเซอร์ หรือสครับผิวก่อนมาฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 3-5 วัน

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี นี่คือข้อห้ามหลังฉีด Filler และข้อควรปฏิบัติ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ นวด ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก งดการจับ สัมผัส กด หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่
  • ประคบเย็น หากมีอาการบวมหรือแดง สามารถประคบเย็นเบา ๆ บริเวณที่ฉีดได้ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น เพื่อลดอาการบวมและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อน ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าสัมผัสความร้อนสูง เช่น การอบซาวน่า สตรีม การทำเลเซอร์ หรือการตากแดดจัดเป็นเวลานาน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
  • งดการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ที่ทำให้เลือดสูบฉีดมาก
  • นอนหมอนสูง ในช่วง 2-3 คืนแรก การนอนหนุนหมอนสูงจะช่วยลดอาการบวมได้
  • พบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลการรักษา และหากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ฟิลเลอร์แก้มตอบ อันตรายไหม มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบด้วยสาร Hyaluronic Acid ที่ได้มาตรฐาน และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่น่าเชื่อถือ ถือว่ามีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เอง:

  • อาการบวม แดง หรือช้ำ เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดหลังการฉีด โดยปกติจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 3-7 วัน บางรายอาจมีอาการนานกว่านั้นเล็กน้อย
  • อาการคันหรือเจ็บเล็กน้อย บริเวณที่ฉีดอาจมีอาการคันหรือรู้สึกเจ็บตึง ๆ เล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ ทุเลาลงเอง
  • ฟิลเลอร์เป็นก้อน ในบางกรณี อาจรู้สึกว่าฟิลเลอร์เป็นก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดจากการที่ฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ดี หรือปริมาณที่ฉีดค่อนข้างมาก หากก้อนไม่ยุบลงหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ซึ่งอาจรวมถึงการฉีดสลายฟิลเลอร์หากจำเป็น
  • การติดเชื้อ แม้จะพบได้น้อยมาก แต่ก็มีความเสี่ยงหากกระบวนการฉีดไม่สะอาดเพียงพอ ดังนั้นการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงสำคัญมาก
  • อาการแพ้ พบได้น้อยมากสำหรับฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid เนื่องจากเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย แต่หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นลมพิษ หายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที

หลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบกี่วันเห็นผล กี่วันเข้าที่?

โดยทั่วไปแล้ว หลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีว่าแก้มดูเต็มขึ้น แต่ในช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ทำให้ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนเต็มที่ อาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 2-3 วัน และฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วย

หลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบสามารถแต่งหน้า และออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

หลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ แนะนำให้งดการแต่งหน้าบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้ผิวได้พักผ่อน ส่วนการออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ หลังจากนั้นสามารถค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกายเบา ๆ ได้ และกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1 สัปดาห์

เลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบกับ THE RITZ CLINIC

ฟิลเลอร์แก้มตอบ ที่ไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการช่วยเติมเต็มใบหน้าที่ซูบตอบให้กลับมาดูอิ่มเอิบ สดใส และอ่อนเยาว์อย่างดูเป็นธรรมชาติ ช่วยปรับมิติหน้าให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม เสริมสร้างความมั่นใจโดยไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย ผลลัพธ์ที่ได้สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนถึงเป็นปี ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

ที่ THE RITZ CLINIC เราให้ความสำคัญกับทุกหัตถการเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ ดำเนินการโดยแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับมิติหน้าโดยเฉพาะ มีประสบการณ์สูงในการวิเคราะห์และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เราเลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์ ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น พร้อมด้วยเทคนิคการฉีดที่แม่นยำและนุ่มนวล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติและพึงพอใจที่สุด คุณสามารถสอบถามเกี่ยวกับ “ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี” ที่เหมาะสมกับคุณได้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราโดยตรง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ