เคยไหมที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าดูเปลี่ยนไป กรอบหน้าที่เคยชัดเริ่มเบลอ แก้มที่เคยยกกระชับกลับดูคล้อยต่ำลงมาจนทำให้หน้าดูบานขึ้น หรือดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ปัญหา “แก้มห้อย แก้มย้อย” เป็นสัญญาณแห่งวัยที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน เพราะแก้ยากกว่าริ้วรอยทั่วไปและทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปเจาะลึกถึงโครงสร้างผิวชั้นลึกเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาอย่างตรงจุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกู้คืนกรอบหน้าให้กลับมาคมชัดและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
แก้มห้อย แก้มย้อย (Sagging Cheeks) คืออะไร?
แก้มห้อย แก้มย้อย (Sagging Cheeks) คือภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่างเกิดการเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก เนื่องจากโครงสร้างที่ทำหน้าที่พยุงผิวเกิดความเสื่อมสภาพ ทำให้ไขมันบริเวณหน้าแก้ม (Cheek Fat Pads) ที่เคยเกาะกลุ่มแน่นหนา ไหลลงมากองรวมกันที่บริเวณกรอบหน้าและมุมปาก ส่งผลให้รูปหน้าเสียสมดุล จากที่เคยเป็นรูปตัว V เชิดขึ้น กลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือตัว U ที่ดูหนักช่วงล่าง ทำให้เกิดปัญหาร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก และทำให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน
เช็กให้ชัวร์! สาเหตุที่ทำให้ “แก้มห้อย แก้มย้อย” เกิดจากอะไรกันแน่

หลายคนเข้าใจว่าปัญหาแก้มห้อยเกิดจากความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ในทางการแพทย์ ปัญหานี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างชั้นผิวหลายระดับ (Multilayer Aging) ซึ่งต้องวิเคราะห์ให้ลึกถึงต้นตอ
การทรุดตัวของกระดูก (Bone Resorption)
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กระดูกใบหน้าซึ่งเปรียบเสมือน “เสาเข็ม” ของบ้านจะเกิดการกร่อนและทรุดตัวลง โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม (Zygoma) และขากรรไกร (Mandible) เมื่อโครงสร้างแข็งที่คอยค้ำยันเนื้อเยื่อหายไป ผิวหนังและชั้นไขมันด้านบนจึงไม่มีที่ยึดเกาะ ทำให้เกิดการยุบตัวและไหลลงมาเป็นแก้มห้อย ๆ ด้านล่าง
การเคลื่อนตัวของไขมัน (Fat Pads Displacement)
ไขมันบนใบหน้าแบ่งเป็นชั้นตื้นและชั้นลึก เมื่ออายุยังน้อยไขมันเหล่านี้จะเกาะตัวกันแน่นในตำแหน่งที่เหมาะสมทำให้หน้าดูอิ่มเอิบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นเอ็นที่ยึดไขมัน (Ligaments) จะเกิดความหย่อนยาน ทำให้ก้อนไขมันเคลื่อนตัวตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง จากหน้าแก้มที่เคยนูนสวยจึงแฟบลง แล้วไปกองรวมกันเป็นกระเปาะแก้มข้างมุมปาก (Jowls) ทำให้เกิดปัญหาแก้มย้อยอย่างชัดเจน
ความหย่อนคล้อยของผิวและกล้ามเนื้อ (Skin & Muscle Laxity)
คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ที่ลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและคืนตัวได้ยาก ประกอบกับชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อเกิดความหย่อนยาน เปรียบเสมือนตาข่ายที่เคยขึงตึงเริ่มย้วย ทำให้ไม่สามารถพยุงผิวหน้าไว้ได้ จึงเกิดเป็นความหย่อนคล้อยที่เห็นได้ชัดจากภายนอก
พฤติกรรมและปัจจัยภายนอก
นอกจากการเปลี่ยนแปลงภายในแล้ว ปัจจัยภายนอกก็เป็นตัวเร่งให้แก้มห้อยเร็วขึ้น เช่น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนทำให้ผิวหดตัวไม่ทัน แสงแดดที่ทำลายคอลลาเจน การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงพฤติกรรมการก้มหน้าเล่นมือถือนาน ๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อคอดึงรั้งใบหน้าลงมาตลอดเวลา
ผลกระทบเมื่อปล่อยให้แก้มห้อย แก้มย้อย ทิ้งไว้นานหน้าเปลี่ยนอย่างไร?
หากปล่อยให้ปัญหาความหย่อนคล้อยดำเนินต่อไปโดยไม่แก้ไข โครงสร้างใบหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร
- กรอบหน้าไม่ชัด : ความคมชัดของแนวกราม (Jawline) จะหายไป ใบหน้าดูบวมหรือดูกลมขึ้น ทำให้ดูเหมือนคนมีน้ำหนักตัวเยอะทั้งที่ไม่อ้วน
- เกิดร่องลึกถาวร : การตกลงของไขมันจะทำให้เกิดร่องลึกที่ชัดเจนขึ้น ทั้งร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่ลากยาวจากมุมปากลงมาที่คาง
- ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูแก่กว่าวัย : สัดส่วนของใบหน้าที่กองลงมาด้านล่าง จะทำให้มุมปากตก ดูหน้าบึ้งตึง ไม่สดใส และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง
จัดการปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย ให้ตรงจุด ด้วยโปรแกรมปรับรูปหน้า ที่ THE RITZ CLINIC
การรักษาปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย ไม่สามารถใช้วิธีเดียวแก้ได้ทุกจุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC จะทำการประเมินโครงสร้างหน้าคนไข้แบบรายบุคคล (Personalized Assessment) เพื่อเลือกหัตถการหรือผสมผสานการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
โปรแกรม Ulthera ดึงหน้าและชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด
สำหรับผู้ที่มีปัญหาจากความหย่อนคล้อยของชั้น SMAS และผิวหนัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำโปรแกรม Ulthera ซึ่งใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Focused Ultrasound) ยิงพลังงานลงลึกเพื่อกระตุ้นให้ชั้น SMAS หดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ในแนวดิ่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวหน้ายกกระชับขึ้น แก้มที่ห้อยดูยกขึ้น และกรอบหน้ากลับมาคมชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เติมเต็มโครงสร้างกระดูกที่ทรุดตัว
หากปัญหาเกิดจากการทรุดตัวของกระดูกและการสูญเสียปริมาตร การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid) คือทางออกที่ตรงจุด แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อหนุนโครงสร้างกระดูกและเสริมความแข็งแรงให้เส้นเอ็นยึดผิว (Ligament Lift) เปรียบเสมือนการเสริมเสาเข็มบ้านใหม่ ช่วยพยุงหน้าแก้มให้ยกขึ้นและลดความหย่อนคล้อยของแก้มด้านล่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ลิฟต์กรอบหน้าและคลายกล้ามเนื้อ
ในกรณีที่แก้มห้อยเกิดจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อคอ (Platysma) แพทย์จะใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ด้วยเทคนิค Nefertiti Lift หรือ Dermolift เพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงหน้าลง ทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงหน้าขึ้นทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นและแก้มที่ย้อยดูยกกระชับขึ้นทันที
วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้แก้มห้อยก่อนวัย

นอกจากการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อชะลอความเสื่อมของโครงสร้างผิวและช่วยยืดอายุผลลัพธ์หลังการรักษาให้อยู่กับเราได้นานยิ่งขึ้น นี่คือวิธีดูแลตัวเองง่าย ๆ ที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันที
- รักษาน้ำหนักให้คงที่ : หลีกเลี่ยงการเพิ่มหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผิวหนังปรับตัวได้ทัน
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ : ปกป้องคอลลาเจนและอีลาสตินจากการถูกทำลายด้วยรังสียูวี
- รับประทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ : เน้นผักผลไม้ วิตามินซี และลดการทานน้ำตาลที่ทำลายโครงสร้างผิว
- บริหารใบหน้า (Face Yoga) : การบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าเบื้องต้นอาจช่วยกระชับกล้ามเนื้อได้บ้างในระดับหนึ่ง
สรุป แก้ปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย ต้องวิเคราะห์ที่โครงสร้างผิว
ปัญหาแก้มห้อย แก้มย้อย เกิดจากความเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวหลายระดับ ทั้งกระดูก ไขมัน และผิวหนัง การแก้ไขจึงต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่แม่นยำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกใช้วิธีการรักษาที่แก้ปัญหาได้ที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรม Ulthera ยกกระชับ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม หรือ โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า ที่ THE RITZ CLINIC เราพร้อมดูแลด้วยมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจกับกรอบหน้าที่ชัดเจนและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองคิวปรึกษาแพทย์ได้ที่ :
- Line OA : @theritzclinic
- Facebook Inbox : THE RITZ
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรศัพท์ : 088-892-2666
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแก้มห้อย แก้มย้อย
คนผอมแต่มีแก้มห้อย เกิดจากอะไร?
เกิดจากโครงสร้างกระดูกหน้าแก้มที่แบนราบแต่กำเนิด หรือมีความหย่อนคล้อยของผิวหนังและชั้น SMAS มากกว่าคนทั่วไป ทำให้แม้จะไม่มีไขมันเยอะ แต่ผิวก็ตกลงมาเป็นแก้มห้อยได้
ทาครีมยกกระชับ ช่วยแก้แก้มห้อยได้จริงไหม?
ช่วยได้เพียงระดับผิวชั้นบน (Epidermis) ให้ดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างกระดูกทรุดหรือชั้น SMAS หย่อนคล้อยที่เป็นสาเหตุหลักของแก้มห้อยได้
ควรทำโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ก่อนกัน เพื่อแก้แก้มย้อย?
ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ โดยปกติมักแนะนำให้ทำโปรแกรม Ulthera เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวก่อน แล้วจึงเก็บรายละเอียดร่องลึกหรือจุดที่กระดูกทรุดด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แต่ในบางกรณีสามารถทำร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มดูแลเรื่องความหย่อนคล้อย?
สามารถเริ่มดูแลได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มลดลง เพื่อเป็นการป้องกัน (Pre-juvenation) ไม่ให้เกิดปัญหาแก้มห้อยหรือร่องลึกในอนาคต

