Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

เหนียงเกิดจาก

เหนียงเกิดจากอะไร อยากลดเหนียงต้องทำวิธีไหนถึงจะเห็นผล

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหา “เหนียง” หรือ “คางสองชั้น” คือหนึ่งในปัญหากวนใจที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคน เพราะทำให้กรอบหน้าดูไม่คมชัด ใบหน้าดูกลมและดูมีอายุ การทำความเข้าใจว่า เหนียงเกิดจากอะไร คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่วิธีการรักษาที่ตรงจุด วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาเจาะลึกถึงทุกสาเหตุ พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่เห็นผลจริงโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

“เหนียง” คืออะไร? ทำไมถึงเป็นปัญหากวนใจที่ทำให้หน้าดูใหญ่

เหนียงเกิดจาก

“เหนียง” (Double Chin) หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Submental Fat คือภาวะที่มีการสะสมของไขมันหรือการหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเป็นชั้นผิวหนังที่ย้อยลงมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อมิติของใบหน้าโดยตรง ทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน (Undefined Jawline) ใบหน้าโดยรวมจึงดูกลม, ดูอ้วนขึ้น และดูมีอายุมากกว่าวัย ซึ่งเป็นปัญหาที่ลดได้ยากแม้จะควบคุมน้ำหนักตัวแล้วก็ตาม

เหนียงเกิดจากอะไร? 4 สาเหตุหลักที่ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด

หลายคนเชื่อว่าเหนียงเกิดจากความอ้วนเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหนียงเกิดจากหลายปัจจัยที่ซับซ้อนร่วมกัน การวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทีมแพทย์ THE RITZ CLINIC พบบ่อย มีดังนี้

1. ไขมันสะสมใต้คาง 

นี่คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการสะสมของไขมันเฉพาะจุดบริเวณใต้คาง ซึ่งอาจเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น หรือจากพันธุกรรมที่ทำให้มีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันในบริเวณนี้ได้ง่าย แม้ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างผอมก็ตาม ไขมันส่วนนี้เป็นไขมันที่ลดยากมากด้วยการออกกำลังกายทั่วไป

2. ความหย่อนคล้อยของผิว 

เหนียงเกิดจากการที่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นก็เป็นได้ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณใต้คางขาดความกระชับและหย่อนคล้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดเป็นเหนียงที่ลักษณะเป็นผิวหนังย้วยๆ แม้จะมีไขมันไม่มากก็ตาม

3. พันธุกรรมและโครงสร้างกระดูก

โครงสร้างใบหน้าก็เป็นปัจจัยสำคัญ บางคนอาจมีลักษณะคางที่สั้นหรือถอยร่น (Recessed Chin) หรือมีกระดูก Hyoid ที่อยู่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งลักษณะทางกายภาพเหล่านี้จะทำให้พื้นที่ใต้คางมีน้อย ส่งผลให้เห็นเหนียงได้ชัดเจนกว่าปกติแม้จะมีไขมันเพียงเล็กน้อย

4. พฤติกรรมและท่าทาง 

พฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เช่น การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน หรือที่เรียกว่า “Tech Neck” จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและคางอ่อนแอลงและผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อยได้ง่ายขึ้น การสูบบุหรี่และการพักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำลายคอลลาเจนและเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

วิธีเช็กปัญหาเหนียงของคุณ: เป็นไขมัน หรือ ผิวหย่อนคล้อย?

เหนียงเกิดจาก

คุณสามารถประเมินปัญหาเหนียงของตัวเองเบื้องต้นได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้

  • ทดสอบไขมัน: ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ “หยิบ” เนื้อบริเวณใต้คางขึ้นมา หากสามารถหยิบติดขึ้นมาเป็นก้อนเนื้อนิ่มๆ ได้เยอะ แสดงว่าปัญหาหลักของคุณคือ “ไขมันสะสม”
  • ทดสอบความหย่อนคล้อย: ลองก้มหน้าเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นเร็วๆ หากสังเกตเห็นผิวหนังใต้คางที่ย้วยและแกว่งไปมา หรือผิวดูไม่ตึงกระชับ แสดงว่าปัญหาหลักของคุณคือ “ผิวหย่อนคล้อย” (ในคนไข้ส่วนใหญ่ มักพบว่ามีทั้งสองปัญหาร่วมกัน)

เลือกหัตถการลดเหนียงอย่างไรให้เหมาะกับปัญหา

เหนียงเกิดจาก

เมื่อทราบแล้วว่า เหนียงเกิดจากสาเหตุใด การเลือกวิธีรักษาให้ตรงจุดคือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC เรามีเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว โดยทีมแพทย์จะประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล

กลุ่มที่ 1: สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงจากไขมันสะสมเป็นหลัก

หากปัญหาหลักของคุณคือไขมันที่หยิบติดขึ้นมาได้ การรักษาที่ตรงจุดคือการกำจัดเซลล์ไขมันเหล่านั้นออกไป ซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมและปลอดภัยคือ การฉีดลดไขมัน ซึ่งเป็นการใช้ตัวยาฉีดเข้าไปเพื่อสลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวและถูกขับออกจากร่างกายไปตามธรรมชาติ

กลุ่มที่ 2: สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงจากความหย่อนคล้อยของผิว

หากปัญหาหลักคือผิวหนังที่ย้วย ไม่กระชับ การรักษาที่เหมาะสมคือการใช้เครื่องมือยกกระชับในกลุ่ม HIFU เช่น Ulthera SPT หรือ Ultraformer MPT ซึ่งสามารถส่งพลังงานลงไปยกกระชับได้ลึกถึงชั้น SMAS ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น

กลุ่มที่ 3: สำหรับผู้ที่มีปัญหาทั้งไขมันและความหย่อนคล้อย

นี่คือปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในคนไข้ส่วนใหญ่ ซึ่งต้องการการรักษาที่ครอบคลุมทั้งสองมิติ เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งคือ Thermage ซึ่งใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ในการส่งความร้อนลงไปใต้ผิว โดยสามารถช่วย “สลายไขมัน” ส่วนเกินไปพร้อมๆ กับการ “กระชับผิว” ที่หลวมให้แน่นขึ้นได้ในคราวเดียว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ออกกำลังกายลดเหนียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?

การออกกำลังกายอาจช่วยลดไขมันโดยรวมของร่างกายได้ แต่สำหรับไขมันเฉพาะจุดอย่างเหนียงนั้นลดได้ยากมาก และไม่สามารถแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยได้ครับ

ต้องทำหัตถการกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ขึ้นอยู่กับวิธีรักษาครับ การฉีดลดไขมันอาจต้องทำต่อเนื่อง 2-4 ครั้งขึ้นไป ในขณะที่เครื่องยกกระชับอย่าง Ulthera SPT, Ultraformer MPT, หรือ Thermage ส่วนใหญ่มักจะเห็นผลชัดเจนในการทำเพียงครั้งเดียว

ถ้ามีปัญหาทั้งไขมันและความหย่อนคล้อย ควรทำอะไร?

แพทย์อาจแนะนำให้ทำ Thermage เพื่อแก้ทั้งสองปัญหาในครั้งเดียว หรือใช้เทคนิคการรักษาแบบผสมผสาน เช่น การฉีดลดไขมันก่อน แล้วตามด้วยการทำ Ulthera SPT เพื่อยกกระชับครับ

สรุปบทความ

ปัญหาเหนียง เกิดจากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ทั้งไขมันสะสม, ผิวหย่อนคล้อย, และโครงสร้างกระดูก การวิเคราะห์ปัญหาที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกวิธีการรักษาที่เห็นผลที่สุด การพยายามออกกำลังกายเพื่อลดเหนียงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและไม่สามารถแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยได้ การเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC จะช่วยให้คุณได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด เพื่อคืนกรอบหน้าที่คมชัดและความมั่นใจให้กับคุณอีกครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ