Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามอะไรบ้าง

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรดูแลตัวเองอย่างไร มีข้อควรระวัง-ข้อห้ามอะไรบ้าง  

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ฉีดฟิลเลอร์ 1 cc ถือเป็นหัตถการเสริมความงามที่ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มและดูชุ่มชื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปากออกมาสวยงามตามที่คาดหวังและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในบทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงข้อควรปฏิบัติ ข้อควรระวัง และข้อห้ามหลังฉีด Filler ปาก รวมถึงตอบคำถามยอดฮิตอย่าง หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ทาลิปได้ไหม และหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามกินอะไรบ้าง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าริมฝีปากสวยจะอยู่กับคุณไปอีกนาน

ข้อควรปฏิบัติและดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่และริมฝีปากฟื้นตัวได้ดี หลังฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถปฏิบัติตนและดูแลตัวเองได้ ดังนี้

  • ประคบเย็น ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด สามารถประคบเย็นบริเวณริมฝีปาก เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำได้ ควรใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งหรือแผ่นเจลเย็นประคบเบา ๆ เป็นเวลาสั้น ๆ ประมาณครั้งละ 10 นาที หลาย ๆ ครั้งต่อวัน
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ  ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูและเป็นธรรมชาติ
  • นอนหมอนสูง ในช่วง 2 – 3 คืนแรกหลังฉีด ควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการนวด บีบหรือคลึงบริเวณริมฝีปาก ระมัดระวังไม่ให้ริมฝีปากถูกกระแทกหรือเสียดสีรุนแรง
  • หมั่นสังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติ ปวดมากหรือมีหนอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แพทย์ผู้ทำการรักษาจะให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล ควรรับฟังและปฏิบัติตามอย่างละเอียด 

5 ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก  

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นที่น่าพอใจและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน มีข้อห้ามสำคัญที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ดังนี้ 

1. ไม่สัมผัส นวดหรือคลึงบริเวณริมฝีปาก 

ในช่วงแรกหลังการฉีด ฟิลเลอร์ยังต้องการเวลาในการเซตตัว การสัมผัส นวด กดหรือคลึงบริเวณริมฝีปากแรง ๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง รูปทรงปากที่ปั้นไว้อาจไม่สวยงามตามที่ต้องการหรืออาจทำให้เกิดการอักเสบและบวมช้ำมากขึ้นได้ ไม่ควรสัมผัสแรง ๆ บริเวณปากอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ 

2. ไม่ดื่มน้ำด้วยหลอด 

ดื่มน้ำจากแก้ว

การใช้หลอดดูดน้ำจะทำให้เกิดแรงดึงและแรงเม้มที่ริมฝีปาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์ ทำให้รูปทรงปากผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ แนะนำให้ดื่มน้ำจากแก้วโดยตรงจะดีกว่าในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์  

3. ไม่ดื่มน้ำร้อน 

ความร้อนจากเครื่องดื่มร้อน ๆ เช่น ชา กาแฟหรือซุป อาจกระตุ้นให้หลอดเลือดบริเวณริมฝีปากขยายตัว ส่งผลให้เกิดอาการบวมหรือรอยช้ำได้ง่ายขึ้น และอาจมีผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์ได้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกหรือรอให้อุณหภูมิลดลงก่อนค่อยดื่ม 

4. ไม่ลอกหรือดึกหลังที่ริมฝีปาก 

ใช้ลิปบาล์มเติมความชุ่มชื้นให้ปาก

หลังฉีดฟิลเลอร์ ริมฝีปากอาจมีอาการแห้งหรือเป็นขุยได้บ้าง ห้ามแกะ ลอกหรือดึงหนังที่ริมฝีปากโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดแผล ติดเชื้อหรือรบกวนการฟื้นตัวของผิวได้ ควรปล่อยให้หนังที่แห้งหลุดลอกออกไปเอง หรือใช้ลิปบาล์มที่อ่อนโยนทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น  

5. ไม่ทำหัตถการอื่น ๆ ที่ใช้ความร้อนบริเวณริมฝีปาก 

ในช่วงอย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดเว้นการทำหัตถการอื่น ๆ บริเวณใบหน้าหรือริมฝีปากที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์ การทำทรีตเมนต์ที่ต้องใช้ความร้อนหรือการอบซาวน่า เนื่องจากความร้อนอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น หรือเกิดการอักเสบได้ 

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามอะไรบ้าง 

นอกเหนือจาก 5 ข้อห้ามหลักที่กล่าวไปแล้ว ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อห้ามอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สามารถปฏิบัติตนได้ ดังนี้ 

  • งดออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก ควรงดการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เพราะอาจกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มอาการบวมได้
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน รวมถึงสถานที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ห้องซาวน่าหรือการอาบแดด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวได้เร็วขึ้น
  • งดการแต่งหน้าจัดบริเวณริมฝีปาก ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรงดการแต่งหน้าบริเวณริมฝีปาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อจากน้ำลายหรือขนของสัตว์เลี้ยงบริเวณที่ฉีด
  • งดการว่ายน้ำในสระสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ  

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ทาลิปได้ไหม 

เชื่อว่า หลายคนคงสงสัยว่า หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ทาลิปได้ไหม โดยทั่วไปแล้ว ควรงดทาลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ บนริมฝีปากในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้ผิวบริเวณที่ฉีดได้พักฟื้น หลังจาก 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากหรือมีแผลเปิด สามารถเริ่มทาลิปบาล์มที่อ่อนโยนและไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับการทาลิปสติกสี ควรรออย่างน้อย 3 – 7 วัน หรือจนกว่าอาการบวมและรอยช้ำจะหายสนิท และควรเลือกใช้ลิปสติกที่สะอาด เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือผลิตภัณฑ์ส่วนตัวที่ไม่เคยให้ผู้อื่นใช้ร่วม เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ในช่วงแรกควรทาอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง ๆ บริเวณริมฝีปาก 

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามกินอะไรบ้าง 

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะแอลกอฮอล์มีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการบวมและรอยช้ำได้
  • งดอาหารหมักดองและอาหารรสจัด อาหารกลุ่มนี้อาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้บวมนานขึ้นได้ ควรงดอย่างน้อย 3 – 7 วัน
  • งดอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • งดอาหารที่ร้อนจัด ดังที่กล่าวไปข้างต้น ความร้อนจากอาหารอาจส่งผลต่ออาการบวมและฟิลเลอร์ได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องเคี้ยวหนักหรืออ้าปากกว้าง ๆ ในช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกและส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้
  • งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลาหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ยาแอสไพริน, NSAIDs) ก่อนและหลังฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำได้ 
  • เน้นรับประทานอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย รวมทั้งผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว 

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ปกติไหม?

อาการบวมแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ถือเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 3 – 7 วัน บางรายอาจนานถึง 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ยี่ห้อและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้*

ในช่วงแรก ริมฝีปากอาจดูบวมกว่าผลลัพธ์ที่แท้จริง เมื่ออาการบวมลดลง รูปทรงของริมฝีปากจะค่อย ๆ เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น หากอาการบวมไม่ลดลงหรือมีอาการปวด บวมแดงร้อนผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที  

*หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วไม่ถูกใจ สามารถฉีดสลายได้ไหม?

ในกรณีที่ผลลัพธ์ หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่เป็นที่น่าพอใจ ฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือต้องการปรับแก้ไขรูปทรง ฟิลเลอร์ในกลุ่มกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นชนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ที่มีชื่อว่า “ไฮยาลูโรนิเดส” (Hyaluronidase) ซึ่งสารชิดนี้จะเข้าไปทำลายพันธะของกรดไฮยาลูรอนิก ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวและถูกดูดซึมออกจากร่างกายไปตามธรรมชาติ 

อย่างไรก็ตาม การฉีดสลายฟิลเลอร์ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หลังฉีดสลาย อาจมีอาการบวมเล็กน้อย และจะเห็นผลลัพธ์การสลายตัวของฟิลเลอร์ภายใน 24 –  48 ชั่วโมง และจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสัปดาห์ถัดมา   

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

สรุปบทความ 

ทั้งนี้ การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ที่สวยงามและความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามอะไรบ้าง รวมถึงการใส่ใจเรื่องอาหารการกิน จะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปทรงสวยงามตามที่ต้องการและคงผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน อย่าลืมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากมีข้อสงสัยหรือพบอาการผิดปกติใด ๆ เพื่อให้การเสริมความงามของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด  

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ