Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล ต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การมีใบหน้าที่เรียวสวย กรอบหน้าชัดเจน เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลงคือการฉีดโบท็อกซ์กราม คำถามที่พบบ่อยคือ ฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล และต้องดูแลตัวเองอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยาวนาน บทความนี้จาก THE RITZ CLINIC มีคำตอบมาให้ครบถ้วน เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามคืออะไร ใครควรทำ

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กราม คือการใช้สาร Botulinum Toxin A ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ ฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว เมื่อสารนี้ออกฤทธิ์จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวทำงานลดลงและมีขนาดเล็กลงชั่วคราว ส่งผลให้กรามดูเรียวเล็กลง ใบหน้าโดยรวมจึงได้สัดส่วน V-Shape มากขึ้น การฉีดโบท็อกซ์กรามเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากขนาดของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่จากโครงสร้างกระดูก หากไม่แน่ใจว่าปัญหากรามใหญ่ของตนเองเกิดจากสาเหตุใด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล

Alt Text : โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผล

หลังจากฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ว ผลลัพธ์จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทันที แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นตามระยะเวลา เนื่องจากโบท็อกซ์ต้องใช้เวลาในการออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะเริ่มปรากฏและชัดเจนขึ้นตามลำดับดังนี้

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม 1 วัน

หลังฉีดโบท็อกซ์กรามในวันแรก อาจมีรอยแดงเล็กน้อยจากเข็มบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง ในช่วงนี้ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของขนาดกราม เนื่องจากตัวยายังไม่ได้เริ่มออกฤทธิ์เต็มที่กับกล้ามเนื้อ อาจรู้สึกตึงๆ หรือเมื่อยๆ บริเวณกรามเล็กน้อยเมื่อเคี้ยวอาหาร

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม 2 สัปดาห์

เมื่อผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง กล้ามเนื้อกรามจะเริ่มนิ่มลงและมีขนาดเล็กลงเล็กน้อย เมื่อลองกัดฟันแล้วคลำดูกล้ามเนื้อกราม จะรู้สึกว่าขนาดของกล้ามเนื้อลดลง ไม่เด้งสู้มือเท่าช่วงก่อนฉีด ใบหน้าโดยรวมอาจเริ่มดูเรียวขึ้นบ้าง แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน

ในช่วง 4 สัปดาห์ หรือประมาณ 1 เดือนหลังฉีด จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อกรามจะคลายตัวและมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียว กรอบหน้าเริ่มคมชัดขึ้น รูปหน้าโดยรวมดู V-Shape มากขึ้น คนรอบข้างอาจเริ่มทักถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า

ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือน

ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์กรามจะเห็นได้เต็มที่และชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังฉีด กล้ามเนื้อกรามจะมีขนาดเล็กลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ในครั้งนั้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยได้รูปตามที่ต้องการ ซึ่งผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานหลายเดือน

วิธีดูแลตนเองหลังเข้ารับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กราม ช่วยฟื้นตัวไว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์กรามอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ดี ฟื้นตัวไว และช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น มีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • ขยับกล้ามเนื้อกราม : หลังฉีดทันที แนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งเบาๆ หรือขยับกล้ามเนื้อกรามเล็กน้อยประมาณ 30 นาที เพื่อให้ตัวยากระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อน : งดการสัมผัสความร้อนสูงบริเวณใบหน้า เช่น การอบซาวน่า สตรีม การทำเลเซอร์ที่ให้ความร้อนสูง หรือการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของโบท็อกซ์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดอง : ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาหารหมักดอง หรืออาหารรสจัดที่ทำให้หน้าแดง อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงของการบวมหรืออักเสบ
  • งดการนวด หรือกดแรงๆ : หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือถูแรงๆ บริเวณกรามที่ฉีดโบท็อกซ์ไป อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ต้องการ
  • ทานอาหารที่มีสังกะสี (Zinc) : มีข้อมูลว่าการรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี เช่น หอยนางรม เนื้อสัตว์ ไข่แดง อาจช่วยให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ดีและนานขึ้น
  • นอนหมอนสูง : ในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรงดการนอนราบหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการไหลของตัวยาไปยังบริเวณอื่น

โปรแกรมโบท็อกซ์กรามอยู่ได้นานแค่ไหน เมื่อไหร่ควรฉีดเพิ่ม

โปรแกรมโบท็อกซ์กรามอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์กราม รวมถึงโบท็อกซ์ริ้วรอย จะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ใช้ ปริมาณยาที่ฉีด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกรามของแต่ละบุคคล และการดูแลตัวเองหลังฉีด เมื่อโบท็อกซ์เริ่มหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อกรามจะค่อยๆ กลับมาทำงานและมีขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนเดิม

 เพื่อคงผลลัพธ์ใบหน้าเรียวสวยอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งโดยทั่วไปคือทุกๆ 4-6 เดือน หรือเมื่อสังเกตเห็นว่ากรามเริ่มกลับมามีขนาดใหญ่ขึ้น การฉีดซ้ำอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว อาจช่วยให้กล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กลงอย่างถาวรได้ในบางราย ทำให้ระยะห่างในการฉีดครั้งต่อไปนานขึ้น

สรุปบทความ

การฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง โดยคำถามที่ว่า ฉีดโบท็อกซ์กรามกี่วันเห็นผลนั้น โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ใน 1-2 เดือน การดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและคงอยู่นาน สำหรับผู้ที่สนใจปรับรูปหน้า ลดขนาดกรามด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กราม คลินิกเสริมความงาม THE RITZ CLINIC พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ของแท้ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัย สามารถติดต่อสอบถามหรือนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ เรายินดีดูแลคุณให้สวยที่สุดในแบบของคุณ

สามารถสอบถามรายละเอียดโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์เพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ