ปัญหาหลุมสิว ร่องรอยที่ทิ้งไว้บนใบหน้าหลังการเกิดสิว ถือเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนเลยทีเดียว ซึ่งการเข้าใจถึงต้นตอที่แท้จริงว่าหลุมสิวเกิดจากอะไรนั้น คือก้าวแรกที่สำคัญในการรับมือและค้นหาวิธี รักษาหลุมสิวได้อย่างถูกจุด บทความนี้ THE RITZ CLINIC จึงอยากพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของหลุมสิว เพื่อจะได้เข้าใจ และป้องกัน รวมถึงรักษาได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
หลุมสิว (Acne Scar) คืออะไร
หลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คือ ลักษณะของรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนผิวหนังภายหลังจากการอักเสบของสิวที่รุนแรงและลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) เมื่อกระบวนการอักเสบสิ้นสุดลง ผิวหนังบริเวณนั้นไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองและสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียหายไปได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ผิวหนังยุบตัวลง เกิดเป็นรอยบุ๋มหรือแอ่งลึกที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไป ทำให้ผิวหน้าโดยรวมขาดความเรียบเนียนสม่ำเสมอ
หลุมสิวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ภายนอก แต่ยังอาจกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้เลย ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าหลุมสิวเกิดจากอะไรจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่จะเลือกแนวทางการ รักษาหลุมสิวได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
หลุมสิวเกิดจากอะไร
หลุมสิวเกิดจากกระบวนการอักเสบของสิวที่รุนแรงและกินระยะเวลานาน จนทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึง เมื่อคอลลาเจนถูกทำลายไปในปริมาณมาก ร่างกายจะไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิวอักเสบที่อยู่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ การซ่อมแซมตัวเองของผิวหนังบริเวณนั้นจึงไม่สามารถฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเต็มและเรียบเนียนเหมือนเดิมได้
นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การบีบ แคะ หรือแกะสิวอย่างรุนแรง ก็เป็นการกระตุ้นให้การอักเสบยิ่งลุกลามและสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อผิวหนังมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการเกิดหลุมสิว หรือแม้กระทั่งรอยสิวที่เข้มขึ้นได้อีกด้วย รวมถึง การตอบสนองต่อการอักเสบของแต่ละบุคคลและปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน บางคนอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ง่ายกว่า แม้การอักเสบจะไม่รุนแรงเท่าคนอื่นก็ตาม
สิวแบบไหนที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้
ไม่ใช่สิวทุกประเภทที่จะทิ้งร่องรอยและเป็นหลุมสิวเสมอไป แต่สิวที่มีลักษณะดังต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นหลุมสิวได้
- สิวหัวช้าง (Nodulocystic Acne / Acne Conglobata) เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่ แข็งเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง หรือเป็นถุงหนองขนาดใหญ่ที่มีการอักเสบลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง
- สิวอักเสบรุนแรง (Severe Inflammatory Acne) รวมถึงสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแข็ง (Nodules) ที่แม้จะไม่มีหนองชัดเจน แต่ก็มีการอักเสบลึกและทำลายโครงสร้างผิวหนังได้มาก หรือสิวหนอง (Pustules) ที่มีการอักเสบขยายวงกว้างและมีความรุนแรง
- สิวติดเชื้อแบคทีเรีย (Severe Bacterial Infected Acne) เมื่อการอักเสบของสิวมีการติดเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ในปริมาณมากและลุกลาม จะทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรง นำไปสู่การทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนอย่างมาก จนกลายเป็นหลุมสิวในที่สุด รวมถึงปัญหาสิวเรื้อรังบางประเภทที่เกิดจากการติดเชื้อซ้ำ ๆ ก็อาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้
ประเภทของหลุมสิว

หลุมสิว สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ตามลักษณะรูปร่างและความลึก ซึ่งแต่ละประเภทก็อาจต้องใช้วิธีการรักษาหลุมสิวที่แตกต่างกันไป
Ice Pick Scar (หลุมสิวแบบจิก หรือ หลุมน้ำแข็ง)
มีลักษณะเป็นหลุมแคบ ๆ ปากหลุมมักมีขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร แต่มีความลึกมาก จิกลงไปในชั้นผิวหนังคล้ายโดนของแหลมทิ่มหรือน้ำแข็งเจาะ เป็นประเภทที่ถือว่ารักษาหลุมสิวได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความลึกของตัวหลุมที่อาจลงไปถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึก
Boxcar Scar (หลุมสิวแบบกล่อง หรือ หลุมบ่อ)
มีลักษณะเป็นหลุมที่มีขอบเขตชัดเจน ขอบหลุมค่อนข้างตั้งตรงหรือเป็นเหลี่ยมคล้ายกล่องหรือบ่อ มีความกว้างของปากหลุมประมาณ 1.5 ถึง 4 มิลลิเมตร ก้นหลุมค่อนข้างแบนและตื้นกว่า Ice Pick Scar สามารถเกิดได้ทั้งแบบตื้นและแบบลึก มักพบได้บ่อยบริเวณแก้มและขมับ
Rolling Scar (หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ หรือ หลุมคลื่น)
มีลักษณะเป็นหลุมสิวที่ขอบไม่ชัดเจน ดูเป็นแอ่งตื้น ๆ กว้าง ๆ (อาจกว้างกว่า 4-5 มิลลิเมตร) ทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้นดูเป็นลูกคลื่น ไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ก้นหลุมมีลักษณะโค้งมน สาเหตุหลักมักเกิดจากพังผืด (Fibrous bands) ที่อยู่ใต้ผิวหนังดึงรั้งผิวชั้นบนให้ยุบตัวลง
วิธีรักษาหลุมสิวมีแบบไหนบ้าง
หากกำลังสงสัยว่า รักษาหลุมสิวรักษายังไง ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีและวิธีการรักษาหลุมสิวที่หลากหลาย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกความงามจะเลือกใช้ตามประเภทความรุนแรงของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล วิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพ ได้แก่
Picosecond Laser
Picosecond Laser เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ตอบโจทย์เรื่องการรักษาหลุมสิวอย่างมาก โดยอาศัยพลังงานแสงความเร็วสูงเข้าไปกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่จากภายใน พลังงานนี้จะช่วยทำลายพังผืดที่ยึดเกาะใต้หลุมสิว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวบุ๋มลงไป พร้อมกันนั้นยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างเข้มข้น ทำให้ผิวที่เคยเป็นหลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะช่วยเรื่องหลุมสิวแล้ว ยังมีผลพลอยได้ในการช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดงจากสิวไปพร้อม ๆ กันด้วย ทำให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดีขึ้นอย่างครบวงจร
Sculptra
Sculptra คือ สารฉีดในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อฉีด Sculptra เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาหลุมสิว PLLA จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฟิลเลอร์ที่เข้าไปเติมเต็มโดยตรงในทันที แต่จะออกฤทธิ์โดยการค่อย ๆ กระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ ในปริมาณที่มากขึ้นและแข็งแรงขึ้น
กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่นี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ เมื่อผิวเริ่มมีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างผิวบริเวณที่เป็นหลุมสิวจะค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมและฟื้นฟูจากภายใน ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวบริเวณนั้นจะดูเต็มอิ่มและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่การเติมเต็มชั่วคราว แต่เป็นการปรับปรุงคุณภาพผิวในระยะยาว ทำให้ผิวโดยรวมแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้น
Fractional Laser (เลเซอร์แบบแบ่งส่วน)
เช่น Fractional CO2 หรือ Fractional Erbium เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการยิงพลังงานเลเซอร์ออกเป็นลำแสงขนาดเล็กมาก ๆ จำนวนหลายพันจุดลงไปบนผิวหนัง เมื่อพลังงานเลเซอร์สัมผัสผิว จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียหายบริเวณนั้นออกไป พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้ผิวที่สร้างขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น หลุมสิวจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้นและดูดีขึ้น
Fractional RF Microneedling (คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก)
วิธีนี้เป็นการผสมผสานสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือการใช้เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedles) จำนวนหลายๆ เล่ม สอดลงไปในชั้นผิวหนังแท้ พร้อมกับการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF) ออกมาจากปลายเข็ม ความร้อนจากพลังงาน RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการจัดเรียงโครงสร้างผิวใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวมีความกระชับและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับการรักษาหลุมสิวหลากหลายประเภท
ฟิลเลอร์หลุมสิว (Dermal Fillers)
คือการฉีดสารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความปลอดภัยสูง เข้าไปบริเวณใต้ฐานของหลุมสิวโดยตรง สาร HA จะเข้าไปช่วยเสริมปริมาตรผิวบริเวณนั้น ทำให้ผิวที่ยุบตัวเป็นหลุมถูกยกขึ้นมาให้ดูตื้นขึ้นทันทีหลังทำ ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ชั่วคราว เนื่องจากสาร HA จะค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ จึงอาจต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) สำหรับหลุมสิว
แม้ว่าเมโสหน้าใสจะเน้นการบำรุงผิวโดยรวม แต่ในบริบทของการรักษาหลุมสิว การฉีดสารบำรุงผิวต่างๆ เช่น Growth Factors, Peptides หรือ Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็ก เข้าไปในชั้นผิวหนังตื้นๆ สามารถช่วยเสริมกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวได้ สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และคอลลาเจน ทำให้ผิวโดยรวมมีสุขภาพดีขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และอาจช่วยให้หลุมสิวชนิดตื้น ๆ หรือรอยสิวดูจางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้บ้าง
การตัดพังผืด (Subcision)
วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling Scar หรือหลุมสิวแอ่งกว้าง ก้นหลุมมีลักษณะเป็นคลื่น ซึ่งมักเกิดจากพังผืดดึงรั้งผิวหนังจากด้านล่าง แพทย์จะใช้เข็มชนิดพิเศษที่มีขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลุมสิว แล้วทำการเซาะหรือตัดทำลายพังผืดที่ยึดเกาะเหล่านั้น เมื่อพังผืดคลายตัว ผิวหนังที่เคยถูกดึงรั้งไว้จะยกตัวสูงขึ้น ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การแต้มกรด (TCA CROSS)
วิธีนี้เป็นการรักษาที่ตรงจุดสำหรับหลุมสิวชนิด Ice Pick Scar หรือหลุมจิกลึก ปากแคบ ก้นแหลม โดยแพทย์จะใช้กรด Trichloroacetic Acid (TCA) ที่มีความเข้มข้นสูง แต้มลงไปบริเวณก้นหลุมอย่างแม่นยำ กรด TCA จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่จากส่วนล่างของหลุมสิว เมื่อเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน หลุมสิวจะค่อย ๆ ตื้นขึ้นและมีขนาดเล็กลง
รักษาหลุมสิวกับ THE RITZ CLINIC

THE RITZ CLINIC คลินิกความงาม เราเข้าใจดีว่าปัญหาหลุมสิว รอยสิว รวมถึงปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น สิวที่หลัง หรือ สิวแพ้แมสก์ สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจได้อย่างไร เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับการรักษาหลุมสิว เรามีโปรแกรม PICO-SCAR ที่ใช้เทคโนโลยี Picosecond Laser มาตรฐานระดับสากล ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่สามารถจัดการปัญหาหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างล้ำลึก พร้อมทั้งช่วยทำลายพังผืดใต้หลุมสิว ทำให้ผิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ Picosecond Laser ยังช่วยเป็นเลเซอร์ลดรอยสิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และกระชับรูขุมขนไปพร้อมกัน ทีมแพทย์ของ THE RITZ CLINIC เรามีประสบการณ์และความชำนาญในการออกแบบแผนการรักษาหลุมสิวให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalized Treatment Plan) โดยอาจมีการผสมผสานเทคนิคการรักษาหลุมสิว DLLC เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด เพื่อคืนความมั่นใจและผิวสวยใสให้กับคุณ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขา ใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic หรือ https://lin.ee/7G0Lul3
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

