ปัจจุบันการฉีดโบลดริ้วรอยกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ไว้โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการฉีดโบท็อกซ์ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากเป็นวิธีที่รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก และให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โบท็อกซ์ (Botox) คือสารพิษโบทูลินั่ม ที่ได้ผ่านการทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ เมื่อฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่ถาวร แต่ด้วยความสะดวกและประสิทธิภาพที่ชัดเจน ทำให้การฉีดลดริ้วรอยเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย คืออะไร และทำงานอย่างไร?
โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin Type A) เป็นสารพิษที่ผลิตจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งได้รับการทำให้บริสุทธิ์และใช้ในปริมาณที่ปลอดภัยเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และความงาม หลักการทำงานของโบริ้วรอยคือการยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาท acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่กล้ามเนื้อเป้าหมาย จะทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ริ้วรอยบนผิวหนังที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจางลง
เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่ร่างกาย สารนี้จะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 24-72 ชั่วโมง และจะมีประสิทธิภาพเต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นผลของโบท็อกซ์จะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด และลักษณะเฉพาะบุคคล
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจุดไหนได้บ้าง

การฉีดโบลดริ้วรอยสามารถทำได้ในหลายจุดบนใบหน้าและลำคอ ซึ่งแต่ละจุดก็มีเทคนิคการฉีดและปริมาณโบท็อกซ์ที่แตกต่างกันไป ดังนี้
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
หน้าผากเป็นบริเวณที่นิยมฉีดโบท็อกซ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นจุดที่มักเกิดริ้วรอยตอนแสดงสีหน้า เช่น ตกใจ หรือยกคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากจะใช้ประมาณ 10-20 ยูนิต โดยแพทย์จะฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของหน้าผาก
ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าผากจะดูเรียบเนียน ริ้วรอยจางลง และยังช่วยให้คิ้วอยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม การฉีดในบริเวณนี้ต้องคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าด้วย เพราะหากฉีดมากเกินไปอาจทำให้คิ้วตก และใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้
ฉีดโบท็อกซ์หางตา
ริ้วรอยบริเวณหางตาหรือที่เรียกว่ารอยตีนกา เกิดจากการยิ้ม หัวเราะ หรือหรี่ตา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เราทำบ่อยในชีวิตประจำวัน การฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้จะช่วยลดความลึกของริ้วรอย ทำให้ดวงตาดูสดใสมากขึ้น โดยทั่วไปจะใช้โบท็อกซ์ประมาณ 8-15 ยูนิตต่อข้าง ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อรอบดวงตา
การฉีดบริเวณนี้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากฉีดผิดตำแหน่งอาจทำให้เกิดอาการหนังตาตก หรือกล้ามเนื้อรอบตาอ่อนแรงเกินไป ส่งผลให้การกะพริบตาผิดปกติได้
ฉีดโบท็อกซ์ร่องคิ้ว
ร่องคิ้ว หรือที่เรียกว่าร่อง 11 เป็นริ้วรอยระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการขมวดคิ้ว หรือแสดงสีหน้าไม่พอใจ ริ้วรอยบริเวณนี้มักทำให้ใบหน้าดูโกรธหรือเครียดแม้ในยามปกติ การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยลดความลึกของริ้วรอย และทำให้ใบหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้น
สำหรับร่องคิ้ว จะใช้โบท็อกซ์ประมาณ 15-25 ยูนิต โดยฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อที่ใช้ในการขมวดคิ้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือริ้วรอยจะจางลง และใบหน้าจะดูอ่อนโยนขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์ปาก
ริ้วรอยรอบปากมักเกิดจากการพูด การเม้มปาก หรือการดูดหลอด ซึ่งบริเวณนี้มีเทคนิคการฉีดที่ซับซ้อนมากกว่าบริเวณอื่น เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบปากมีความสำคัญต่อการพูดและการแสดงออกทางสีหน้า
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณรอบปากจะใช้ประมาณ 4-8 ยูนิต โดยฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของปาก ทำให้รอบปากหรือริมฝีปากดูเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์ปากควรฉีดอย่างระมัดระวัง เพราะหากใช้ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ปากดูแข็ง ตึง หรือส่งผลต่อการออกเสียงและการยิ้มได้
ฉีดโบท็อกซ์ลำคอ
ลำคอเป็นอีกบริเวณหนึ่งที่มักถูกมองข้าม แต่ริ้วรอยบริเวณคอสามารถเผยอายุจริงได้อย่างชัดเจน การฉีดโบท็อกซ์บริเวณคอจะช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวคอดูเรียบเนียนขึ้นได้
สำหรับบริเวณคอ จะใช้โบท็อกซ์ประมาณ 25-50 ยูนิต โดยฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อที่ครอบคลุมบริเวณคอและลำคอ ผลลัพธ์ที่ได้คือริ้วรอยบริเวณคอจะจางลง และคอจะดูกระชับขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย กี่วันเห็นผล?

หลังฉีดโบลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 24-72 ชั่วโมง โดยกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะค่อย ๆ เคลื่อนไหวน้อยลง และริ้วรอยจะเริ่มจางลงเล็กน้อย
ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนขึ้นภายใน 7-14 วัน ในช่วงนี้ริ้วรอยจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณโบท็อกซ์ ตำแหน่งที่ฉีด อายุ ลักษณะผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
สำหรับผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก อาจใช้เวลานานกว่าผู้ที่ฉีดเป็นประจำ เนื่องจากกล้ามเนื้อยังแข็งแรง ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่
ราคาของโบท็อกซ์ลดริ้วรอย จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ใช้ และปริมาณที่ฉีดเข้าไป ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC จะมีราคาดังนี้
- BOTOX (100 U) เริ่มต้น 19,900 บาท
- DYSPORT (300 DU) เริ่มต้น 19,900 บาท
- NABOTA (100 U) เริ่มต้น 12,900 บาท
- XEOMIN (100 U) เริ่มต้น 19,900 บาท
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์
หลังจากการฉีดโบลดริ้วรอย การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยจะแนะนำให้ดูแลตัวเองตามนี้
- หลีกเลี่ยงการนอนราบ เป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังการฉีด เพื่อป้องกันโบท็อกซ์ไหลไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการกระจายตัวของโบท็อกซ์
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพราะการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตอาจทำให้โบท็อกซ์กระจายตัวไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการได้
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการอาบน้ำร้อนจัด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันริ้วรอยใหม่ที่อาจเกิดจากรังสี UV
สรุปบทความ

การฉีดโบลดริ้วรอยเป็นวิธีการชะลอวัยที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยสามารถฉีดได้หลายจุดบนใบหน้า เช่น หน้าผาก ร่องคิ้ว หางตา รอบปาก และลำคอ ซึ่งผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์ควรดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และควรดูแลตัวเองหลังการฉีดอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะฉีดโบท็อกซ์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อประเมินความเหมาะสม และวางแผนการทำหัตถการที่เหมาะกับความต้องการและลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


