Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

หน้าผากย่น

หน้าผากย่น มีริ้วรอยบนหน้าผากทั้งที่อายุยังน้อย แก้ยังไงได้บ้าง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

หน้าผากย่น

อายุก็ยังไม่เยอะ แต่ทำไมถึงหน้าผากย่น และเริ่มมีริ้วรอยบนหน้าผาก ทำให้ใบหน้าดูแก่เร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลยใช่ไหม เพราะทุกคนก็ล้วนอยากมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า สาเหตุที่ทำให้หน้าผากมีรอยย่นนั้นเกิดจากอะไรบ้าง และมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไร? เพื่อเสริมความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่ง THE RITZ CLINIC เราก็ได้รวมข้อมูลดี ๆ มาบอกกันดังนี้

ประเภทของรอยย่น

หน้าผากย่น

ก่อนจะหาวิธีแก้ไข เราต้องเข้าใจก่อนว่ารอยย่นบนหน้าผากนั้นไม่ได้มีแค่แบบเดียว ซึ่งแต่ละประเภทก็มีสาเหตุและวิธีรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถแบ่งประเภทของรอยย่นได้ดังนี้

  • Dynamic Wrinkles (ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์): คือรอยย่นที่จะปรากฏขึ้นเมื่อเราขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าเท่านั้น เช่น เวลาเลิกคิ้ว, ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม รอยย่นชนิดนี้เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อซ้ำๆ และจะหายไปเมื่อใบหน้ากลับมาอยู่ในภาวะปกติ
  • Static Wrinkles (ริ้วรอยถาวร): คือรอยย่นที่มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในขณะที่ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ รอยย่นชนิดนี้มักพัฒนามาจาก Dynamic Wrinkles ที่ไม่ได้รับการดูแล เมื่อเวลาผ่านไปประกอบกับการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว จึงทำให้รอยย่นนั้นฝังลึกลงจนกลายเป็นรอยถาวร

หน้าผากย่น ริ้วรอยบนหน้าผาก เกิดจากสาเหตุอะไร

การที่หน้าผากย่น หรือมีริ้วรอย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งการรู้สาเหตุที่แท้จริงจะทำให้คุณสามารถป้องกันได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น และแก้ไขได้ตรงจุดอีกด้วย ดังนั้นมาดูสิว่าปัญหาหน้าย่น ริ้วรอยบนหน้าผากนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?

การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า

การแสดงสีหน้ามีผลต่อการเกิดรอยย่นได้ โดยเฉพาะหากแสดงสีหน้าแบบเดิมซ้ำ ๆ อย่างการหัวเราะ ยิ้ม หรือทำคิ้วขมวดตลอดเวลา เพราะขณะที่แสดงสีหน้าแบบนี้ ผิวบริเวณหน้าผากจะเกิดการย่น ซึ่งปกติแล้วผิวจะกลับมาเต่งตึงได้ตามปกติ แต่ถ้าทำบ่อย ๆ ก็อาจเกิดรอยย่นถาวรได้

แสงแดด และมลภาวะ

แสงแดดไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวคล้ำเสียเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุของการเกิดรอยย่นและริ้วรอยบนหน้าผากได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรปกป้องผิวหน้าของคุณจากแสงแดดและมลภาวะอยู่เสมอ ด้วยการทาครีมกันแดด หรือใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดดนั่นเอง

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

รู้ไหมว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง ก็ทำให้หน้าผากของคุณเกิดการย่นได้ง่าย อย่างเช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าบ่อย ๆ เพราะมีสารเคมีที่จะทำลายเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพได้ง่าย และมีรอยย่นเกิดขึ้นมาบนหน้าผากนั่นเอง รวมถึงการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำร้ายผิวเช่นเดียวกัน

หน้าผากย่น มีริ้วรอยบนหน้าผาก แก้ยังไงได้บ้าง

หน้าผากย่น แก้ยังไง? จริง ๆ แล้วเราสามารถรักษารอยย่นที่ปรากฏบนหน้าผากได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้

รักษาหน้าผากย่นด้วยวิธีธรรมชาติ

การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ จะเป็นการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้พอกลงบนใบหน้า ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ได้ผลดีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพง และปลอดภัยต่อผิวที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การนำแตงกวามาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เน้นตรงหน้าผากที่มีรอยย่นมากเป็นพิเศษ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้อีกด้วย

รักษาหน้าผากย่นด้วยเลเซอร์

การใช้เลเซอร์จะช่วยรักษาริ้วรอยได้อย่างรวดเร็วทันใจ เหมาะกับคนที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก หรือเป็นริ้วรอยมานานจนรักษาด้วยวิธีธรรมชาติแล้วไม่เห็นผล โดยการทำเลเซอร์จะไปกระตุ้นให้ใต้ชั้นผิวมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ริ้วรอยบนหน้าผากจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้นและดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดเลือนจุดด่างดำต่าง ๆ บนใบหน้า และทำให้ผิวมีความกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย 

รักษาหน้าผากย่นด้วยการฉีดฟิลเลอร์

หน้าผากย่น

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นวิธีการรักษาที่จะไปเติมเต็มร่องลึกบนหน้าผากให้ตื้นขึ้น จึงรักษาริ้วรอยได้อย่างรวดเร็วทันใจ พร้อมปรับรูปทรงของหน้าผากให้ดูดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปหากเป็นฟิลเลอร์แท้จะย่อยสลายได้เองโดยไม่มีสารตกค้างในผิว และให้ผลลัพธ์ที่ดีคงอยู่ได้นาน 12-18 เดือนเลยทีเดียว

รักษาหน้าผากย่นด้วยการฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษารอยย่นบนหน้าผากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะทำแล้วรอยย่นดูจางลงเร็วขึ้น หลังจากฉีดโบท็อก 7-14 วันก็จะเริ่มเห็นผลแล้ว อีกทั้งยังช่วยแก้ไขรอยย่นบริเวณอื่น ๆ ได้ดี อย่างเช่น บริเวณร่องจมูก หรือระหว่างคิ้ว แถมยังสลายได้เองตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง หลายคนจึงเลือกรักษาริ้วรอยด้วยการฉีดโบท็อกหน้าผากนั่นเอง

วิธีป้องกันไม่ให้หน้าผากย่น หรือมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนหน้าผากและคงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ได้นานขึ้น

ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

หน้าผากย่น

รังสียูวีจากแสงแดดคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของผิว เพราะเป็นตัวการหลักในการทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ร่มหรือกลางแจ้ง คือเกราะป้องกันผิวที่ดีที่สุดที่คุณไม่ควรมองข้าม

หลีกเลี่ยงการแสดงสีหน้าซ้ำๆ

การเลิกคิ้ว หรือขมวดคิ้วบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด Dynamic Wrinkles และพัฒนาไปเป็นรอยย่นถาวรในที่สุด การฝึกสังเกตและพยายามลดการแสดงสีหน้าเหล่านี้ลง จะช่วยลดการเกิดรอยย่นใหม่ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมช่วยลดริ้วรอย

มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมซึ่งได้รับการยอมรับว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้จริง เช่น เรตินอยด์ (Retinoids) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน, เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างผิว หรือสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) อย่างวิตามินซี ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ

ควบคุมความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งสามารถทำลายคอลลาเจนในผิวได้ ในขณะที่การนอนหลับคือช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง จึงเป็นการช่วยให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ

หน้าผากย่น

อาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักและผลไม้หลากสี จะช่วยปกป้องผิวจากความเสื่อมของเซลล์ ในขณะเดียวกัน การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันจะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและดูอิ่มฟู ซึ่งช่วยลดการปรากฏของริ้วรอยเล็กๆ ได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมอายุน้อยแต่รอยย่นชัด

อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พันธุกรรม, การแสดงสีหน้าบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว, และไลฟ์สไตล์อย่างการตากแดดเป็นประจำโดยไม่ทาครีมกันแดด

ทำไมสูบบุหรี่ถึงทำให้หน้าผากย่น

สารพิษในบุหรี่จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว อีกทั้งยังทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงผิวได้น้อยลง ทำให้ผิวเหี่ยวย่นและแก่ก่อนวัย

หน้าผากย่นแก้ยังไง

สำหรับรอยย่นที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ การฉีดโบท็อกซ์เป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจนที่สุด ส่วนรอยย่นถาวรอาจต้องใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น การฉีดฟิลเลอร์ หรือทำเลเซอร์

สรุปบทความ

ใครที่มีปัญหาหน้าผากย่น ก็ลองรักษาด้วยวิธีธรรมชาติที่เราแนะนำในข้างต้นดูได้ แต่ถ้าเป็นริ้วรอยร่องลึกที่รักษาได้ยาก หรือต้องการให้รอยย่นจางลงอย่างรวดเร็ว การรักษาด้วยเลเซอร์ โบท็อก หรือการฉีดฟิลเลอร์ ก็เป็นวิธีที่ดูจะให้ผลลัพธ์โดนใจที่สุด สามารถเข้ามารับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ THE RITZ CLINIC ได้ทุกสาขา เรามีบริการครบครันในเรื่องการรักษาริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบนหน้าผาก หรือบริเวณไหนก็ตาม อีกทั้งเรายังมีบริการ Pico Smooth เทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้ผิวเต่งตึงกระชับ รูขุมขนเล็กลง ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

ซึ่งทางคลินิกเรามีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมช่วยดูแลรักษาตลอดจนการให้คำปรึกษากับทุกเคส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัย มั่นใจได้จริงเมื่อใช้บริการที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

THE RITZ CLINIC มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ และทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ทุกท่านได้ผลลัพธ์ที่โดนใจดั่งต้องการ

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ