ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความชุ่มชื้น และสูญเสียความยืดหยุ่น เป็นข้อกังวลของใครหลาย ๆ คน ยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนในผิวก็เริ่มลดลงตามอายุ แล้วเราจะแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยอย่างไรดี? บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า Profhilo คืออะไร ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้อย่างไร แล้วแตกต่างจาก Biostimulator ตัวอื่น ๆ อย่างไร มาทำความรู้จักกับ Profhilo กัน!
Profhilo คืออะไร?
Profhilo คือ นวัตกรรมการฟื้นฟูผิวแบบ Bio-Remodeling ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูงสุดถึง 32 mg/ml ผ่านเทคโนโลยี NAHYCO ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นการรวม HA โมเลกุลเล็กและใหญ่เข้าด้วยกัน โดยไม่ใช้สารเคมีในการเชื่อมโยง ทำให้เกิดเป็นสาร HCC (Hybrid Cooperative Complex) ที่สามารถกระจายตัวในผิวได้ดี และกระตุ้นการฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Profhilo มีหลักทำงานอย่างไร?
หลังจากฉีดโปรฟิโลเข้าไปในผิว สาร HCC จะกระจายตัวไปยังทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) และชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle Layer) ด้วยความสามารถในการกระจายตัวที่ดีเยี่ยม ยาสามารถกระจายไปได้ไกลถึงรัศมี 2 เซนติเมตรจากจุดที่ฉีด จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องฉีดจำนวนจุดมาก เพียง 5 จุดต่อข้างสำหรับใบหน้าก็เพียงพอแล้ว
Profhilo ออกฤทธิ์อย่างไร?

การออกฤทธิ์ของ Profhilo ไม่เพียงแต่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ยังทำงานในระดับลึกเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเซลล์สำคัญต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนี้
1. กระตุ้น Keratinocyte
Keratinocyte เป็นเซลล์ในชั้นหนังกำพร้าที่มีหน้าที่สร้าง Keratin ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในการปกป้องผิว โปรฟิโลช่วยกระตุ้นเซลล์ Keratinocyte ให้เพิ่มการผลิตโปรตีน Keratin ทำให้ผิวชั้นนอกแข็งแรงขึ้น ลดปัญหาผิวแห้งและหมองคล้ำ พร้อมทั้งเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวดูสดใสเรียบเนียนขึ้น
2. กระตุ้น Adipocyte
Adipocyte หรือเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังมีบทบาทสำคัญต่อความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว Profhilo ช่วยฟื้นฟูเซลล์ไขมันที่เสื่อมสภาพ คืนความแน่นของชั้นไขมันใต้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู และช่วยปรับสมดุลไขมันใต้ผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น
3. กระตุ้น Fibroblast
Fibroblast เป็นเซลล์ในชั้นหนังแท้ที่รับผิดชอบการผลิต Collagen และ Elastin โปรฟิโลกระตุ้น Fibroblast ให้เพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว พร้อมทั้งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมรอบเซลล์ (ECM) ให้โครงสร้างผิวสมบูรณ์มากขึ้น
Profhilo แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไปอย่างไร?
แม้ว่า Profhilo จะมีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid เหมือนกับฟิลเลอร์ แต่มีความแตกต่างในเรื่องของโครงสร้างและการทำงาน โดย HA ในท้องตลาดจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1. Cross-linked HA
Cross-linked HA เป็น HA ที่มีการเชื่อมพันธะโมเลกุลด้วยสารเคมี เช่น BDDE หรือ PEG เพื่อให้เกิดการคงรูปเป็นเนื้อเจลและไม่สลายโดยร่างกายได้ง่าย HA กลุ่มนี้ได้แก่ฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดเพื่อเติมเต็มใบหน้าทั่วไป เช่น Restylane และ Juvederm แต่ฟิลเลอร์กลุ่มนี้ไม่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวได้ดี
2. Non-Crosslinked HA
Non-Crosslinked HA คือ HA ที่ไม่มีการเชื่อมพันธะโมเลกุลจาก Crosslinker จึงถูกร่างกายสลายได้ง่าย HA กลุ่มนี้จะเน้นความอิ่มฟูชั่วคราว ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว แต่ Profhilo เป็นกรณีพิเศษที่ใช้เทคโนโลยี NAHYCO ทำให้อยู่ในร่างกายได้นานและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี
Profhilo แตกต่างกับ Sculptra อย่างไร
Profhilo กับ Sculptra มีความแตกต่างกันคือ โปรฟิโลสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ในทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นตื้นจนถึงชั้นลึก ในขณะที่ Sculptra เน้นกระตุ้นคอลลาเจนที่หนังแท้ชั้นลึกเป็นหลัก โปรฟิโลให้ผลด้านความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นของผิวชั้นบน ส่วน Sculptra เน้นเรื่องความแน่นเฟิร์มของโครงสร้างผิวและเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่ตอบสนองได้
Profhilo แตกต่างกับ Radiesse อย่างไร
Radiesse เหมาะกับผิวที่ต้องการเติมเต็มในระยะสั้นและกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน โดยมีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA (Calcium Hydroxyapatite) ส่วน Profhilo เน้นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมและสามารถฉีดได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกของผิว ให้ผลลัพธ์ที่เน้นความชุ่มชื้นและเรียบเนียนมากกว่า
Profhilo ฉีดตรงไหนได้บ้าง?

- ใบหน้า – ใช้เทคนิค 5 จุดต่อข้าง เพื่อยกกระชับและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า
- ลำคอ – ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและเหี่ยวย่นบริเวณคอ
- รอยแผลเป็นและหลุมสิว – ช่วยฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น
- มือและแขน – ปรับปรุงคุณภาพผิวและลดความหย่อนคล้อย
- ร่างกายส่วนอื่น ๆ – บริเวณที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย
Profhilo เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่ยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ และหมองคล้ำ
- ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และหลุมสิว
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่ต้องการเริ่มดูแลผิวเพื่อชะลอวัย
- ผู้ที่ต้องการการฉีดที่ง่าย เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
Profhilo ฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
การรักษาด้วย Profhilo แนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนภายใน 1-2 เดือน และสามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
ฉีด Profhilo ที่ THE RITZ CLINIC

THE RITZ CLINIC ถือเป็นหนึ่งในคลินิกชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการฉีด Profhilo ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานในการใช้เทคโนโลยี Bio-Remodeling ขั้นสูง เรามีความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องของการฟื้นฟูผิวและสามารถประยุกต์เทคนิคการฉีด Profhilo ให้เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะของผู้รับบริการแต่ละท่าน
เราใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ Profhilo ของแท้ที่ผ่านการนำเข้าอย่างถูกต้อง ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดและให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง วิธีการรักษา และแผนการติดตามผลหลังการรักษา และหลังการรักษาไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันที นอกจากนี้ THE RITZ CLINIC ติดตามผลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับบริการได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขา ใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic หรือ https://lin.ee/7G0Lul3
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


