Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Radiesse ตัวช่วยสร้างผิวให้เปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอก

- By Dr. Ritz

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

อายุที่มากขึ้น มลพิษในอากาศ และความเครียด ทำให้ผิวของเราสูญเสียความสมดุล โดยเฉพาะสัญญาณแห่งวัยที่ทำให้เรารู้ว่า ผิวของเราไม่เปล่งปลั่งเหมือนเดิม เพราะเมื่ออายุมากขึ้นองค์ประกอบสำคัญของผิวก็จะลดน้อยลง ทั้งคอลลาเจน อีลาสติน น้ำหล่อเลี้ยงผิว และอาหารผิว ด้วยเหตุนี้ Radiesse จึงกลายเป็นตัวช่วยฟื้นบำรุงผิวยอดนิยม ที่จะสร้างผิวให้กลับมาสวยเปล่งปลั่งจากภายในสู่ผิวสุขภาพดีภายนอกอีกครั้ง

ทำความรู้จัก Radiesse ความพิเศษที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว

เรเดียสซ์ (Radiesse) จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มเช่นเดียวกับฟิลเลอร์ ที่ต้องใช้การรักษาแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนัง แต่สิ่งที่ทำให้ Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป คือ ไม่มีไฮยาลูรอนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่จะมีแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) แทน จึงทำให้ Radiesse มีพิเศษมากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ด้วยจุดเด่นที่เน้นการฟื้นบำรุงผิวแบบองค์รวม จากชั้นที่ลึกที่สุด กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ พร้อมกระตุ้นสารที่มีความสำคัญต่อผิวถึง 5 ชนิดด้วยกัน คือ

  • กระตุ้นคอลลาเจน Type I ได้มากถึง 150% ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย และมีความเรียบเนียน
  • กระตุ้นคอลลาเจน Type III ได้มากถึง 130% เสริมสร้างโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ผิวแน่น และเต่งตึง
  • เพิ่มอีลาสตินได้มากถึง 260% ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น สุขภาพดี
  • เพิ่ม Proteoglycan สารน้ำหล่อเลี้ยงผิว ช่วยให้ผิวอุ้มน้ำได้ดี มีความชุ่มชื้น และป้องกันการเกิดริ้วรอย
  • เพิ่ม Angiogenesis ช่วยเสริมสร้างให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยให้สารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงผิวได้เต็มที่ ผิวกลับมาสุขภาพดีอมชมพู

และจากคุณสมบัติที่ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึกนี้ ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาจะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังการฉีดรักษา คือ ผิวมีสุขภาพดี แน่นกระชับ ริ้วรอยต่าง ๆ ลดเลือนลง และแลดูอ่อนกว่าวัย ที่สำคัญคือผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ยาวนานถึง 2 ปี

CaHA สารจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย

ดังที่ได้กล่าวไปว่า ส่วนประกอบหลักของ Radiesse คือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) เป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ ทั้งในกระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อ แต่สำหรับ CaHA ที่อยู่ใน Radiesse จะเกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ จนได้เป็นสารคา-ฮ่า ไมโครสเฟียร์ (CaHA Microsphere) ที่มีองค์ประกอบเหมือนกับในร่างกายไม่มีผิดเพี้ยน จึงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมีทั้งงานวิจัยและการทดลองจนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ผู้เข้ารับการรักษาจึงสามารถมั่นใจได้ว่า สารชนิดนี้จะไม่กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อต้าน และที่สำคัญคือเป็นสารที่สามารถสลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ

แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite) หรือ CaHA ได้รับการยอมรับและถูกนำมาในวงการแพทย์มายาวนานกว่า 25 ปี ด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำมากกว่า 250 ฉบับ ผลงานวิจัยเหล่านี้ยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ CaHA ในฐานะสารสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งคอลลาเจนเหล่านี้จะเรียงตัวเป็นเส้นใยตาข่าย จึงช่วยตรึงผิวใหม่ให้กระจ่างใส เรียบเนียน และเต่งตึงขึ้นได้

หลักการทำงานของ Radiesse ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีระดับโครงสร้าง

ประสิทธิภาพของ Radiesse เมื่อแพทย์ทำการฉีดลงสู่ใต้ผิวหนังแล้ว จะเกิดการกระตุ้นให้ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตคอลลาเจน เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนังให้กลับมามีจำนวนมากขึ้น และอนุภาคของ CaHA จะเกิดการสร้างโครงสร้างคล้ายเส้นใยที่เชื่อมต่อกัน เพื่อให้คอลลาเจนใหม่ได้ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ อย่างแข็งแรงภายในผิวชั้นลึกที่สุด ด้วยหลักการทำงานนี้การฉีดรักษาด้วย Radiesse จึงช่วยให้ผิวอิ่มฟูขึ้นได้ทันทีหลังการฉีดรักษา อีกทั้งยังช่วยฟื้นบำรุงผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงได้ ด้วยอีลาสตินที่ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นมาใหม่ จึงช่วยชะลอวัย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว

การฉีดรักษาด้วย Radiesse เหมาะสำหรับใครบ้าง

การฉีดรักษาด้วย Radiesse จะเห็นผลลัพธ์ได้ดีเมื่อฉีดบริเวณรอยพับ และรอยลึกต่าง ๆ อย่างเช่น บริเวณใบหน้า ร่องแก้ม แก้ม หลังมือ และร่องน้ำหมากที่มุมปาก ส่วนข้อควรระวังคือ ไม่ควรฉีดรักษาบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตา ริมฝีปาก ร่องลึกระหว่างคิ้วและจมูก หากผู้เข้ารับการรักษาต้องการแก้ไขผิวหนังบริเวณดังกล่าว ควรเลือกการฉีดด้วยฟิลเลอร์แบบทั่วไป หรือกล่าวให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ คือ

ผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดรักษาด้วย Radiesse ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ผู้ที่ผิวหน้าขาดคอลลาเจน ผู้ที่มีร่องลึกบนใบหน้า ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผู้ที่มีผิวแห้ง หมองคล้ำ และผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง

ส่วนผู้ที่ไม่เหมาะสำหรับการฉีดรักษาด้วย Radiesse ได้แก่ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่ประวัติแพ้ยาชา และผู้ที่แพ้สารประกอบใน Radiesse

เตรียมตัวก่อนฉีด Radiesse คู่มือสู่ผิวสวยอย่างปลอดภัย

ก่อนเข้ารับการฉีด Radiesse สิ่งสำคัญคือ ผู้เข้ารับการรักษาต้องดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยแนวทางการดูแลตัวเองก่อนเข้ารับบริการดังนี้

  1. งดทานยาบางชนิดที่ก่อให้เกิดการแข็งตัวของเลือด เพราะการทานยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ และเลือดออกหลังการฉีด เช่น
    • – ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen
    • – ยาแอสไพริน (Aspirin)
    • – ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกกิงโกะ
  2. แจ้งประวัติการแพ้ แจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการแพ้ทั้งหมดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแพ้ยา อาหาร หรือแพ้สารอื่น ๆ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
  3. หลีกเลี่ยง และงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวระคายเคือง เช่น การขัดผิว ยาหรือครีมผลัดเซลล์ผิว การแว็กซ์ การโกนขน การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ Retinoids เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการอักเสบ และรอยแดงหลังการฉีด
  4. เตรียมตัวให้พร้อม ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพราะจะช่วยให้ร่างกายพร้อมรับการรักษา และฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
  5. ปรึกษาแพทย์ หากมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลใด ๆ เกี่ยวกับการฉีด Radiesse ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อขอรับคำอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการดูแลตัวเองหลังการรักษาอย่างถูกต้องก่อนฉีด
ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดรักษาด้วย Radiesse

การฉีดรักษาด้วย Radiesse มีขั้นตอนเหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป ผู้เข้ารับการรักษาไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หรือต้องหยุดทำกิจวัตรประจำวัน เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ ก็จะช่วยให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการรักษาได้เร็วขึ้น

  • อาการบวมที่เกิดจากการฉีดรักษา เป็นอาการปกติที่จะหายไปได้เองภายใน 72 ชั่วโมง ไม่ควรไปจับ ลูบ หรือแตะบริเวณที่ฉีดรักษา เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  • งดหรือหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หลังการฉีดรักษาประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อให้รูเข็มปิดสนิทดี
  • ห้ามทำหัตถการที่ใช้ความร้อนประมาณ 2 สัปดาห์ เช่น การอบผิว การทำเลเซอร์ และการซาวน่า เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงหลังการฉีดรักษาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • สามารถใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ บริเวณที่มีก้อนใต้ผิวหนังหลังการฉีดรักษาเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้
  • รอยช้ำที่เกิดขึ้นหลังการฉีดรักษา เป็นอาการปกติ ไม่ควรวิตกกังวล
  • หากบริเวณที่ฉีดรักษามีอาการแดง ให้ทำการประคบเย็น ทายา หรือรับประทานยาเพื่อลดอาการ แต่ถ้าเกินจาก 24 ชั่วโมงมาแล้ว อาการแดงยังคงอยู่ ให้เปลี่ยนเป็นการประคบร้อนแทน เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  • อาการสีผิวเปลี่ยน หรือสีผิวบริเวณฉีดรักษามีลักษณะซีดจาง ถือเป็นอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์โดยทันที
  • หากต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโรคอื่น ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าได้ทำการฉีดรักษาด้วย Radiesse มา
  • ความผิดปกติอื่นใดที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
Radiesse VS Sculptra แตกต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม Radiesse เป็นโปรแกรมฟื้นบำรุงผิวที่ได้รับความนิยมพอ ๆ กับโปรแกรม Sculptra ซึ่งทั้ง 2 โปรแกรมนี้เป็นการรักษาผิวด้วยการทำหัตถการเหมือนกัน แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันที่ผู้เข้ารับการรักษาสามารถศึกษา หรือปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับตัวเองได้ โดยความแตกต่างกันของทั้ง 2 โปรแกรมนี้ คือ

โปรแกรม Radiesse เพื่อผิวสวยอย่างมีมิติ

  • โปรแกรม Radiesse ช่วยการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง เน้นการเติมเต็มและสร้างมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีสารประกอบหลักจากธรรมชาติ อย่าง CaHA ซึ่งพบได้ในร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัย ไร้สารเคมี และไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 5 รูปแบบ คือ Collagen Type I, Collagen Type III, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycan จึงช่วยให้ผิวเต่งตึง ยืดหยุ่น ริ้วรอยดูตื้นขึ้น และช่วยสร้างมิติให้ใบหน้า
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีริ้วรอยแห่งวัย ใบหน้าหย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจน
  • เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว สัมผัสได้ถึงผิวที่กระชับ ริ้วรอยดูตื้นขึ้นภายใน 1 เดือน และผลลัพธ์จะสัมผัสได้อย่างชัดเจนภายใน 3-6 เดือน
  • ผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ยาวนานถึง 2 ปี

โปรแกรม Sculptra ฟื้นบำรุงโครงสร้างผิว เผยผิวอ่อนเยาว์ยาวนาน

  • โปรแกรม Sculptra ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เน้นการฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวจากภายใน ช่วยเผยผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีสารประกอบหลักปลอดภัย อย่าง PLLA (Poly-L-Lactic Acid) สารชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไร้สารเคมี และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I ซึ่งสำคัญต่อความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความเต่งตึงของผิว จึงช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่ต้องการฟื้นบำรุงโครงสร้างผิว ชะลอวัย และต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าหลังการฉีดประมาณ 2-3 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลังการฉีดประมาณ 3 เดือน
  • ผลลัพธ์ที่ได้จะคงอยู่ยาวนานถึง 2 ปี
ข้อควรรู้อื่น ๆ เกี่ยวกับการฉีดรักษาด้วย Radiesse

การฉีดรักษาด้วย Radiesse จะเห็นถึงผลลัพธ์ได้ทันทีหลังการฉีดรักษา ผู้เข้ารักษาจะรู้สึกได้ถึงความอิ่มฟูและเรียบเนียนของผิว เมื่อผ่านการรักษาไป 1 เดือนจะเห็นได้ถึงความยกกระชับของผิวพรรณ อีกทั้งร่องลึกและริ้วรอยต่าง ๆ จะดีขึ้น และเมื่อผ่านไป 3-6 เดือน คอลลาเจนใหม่ที่ได้รับการกระตุ้น จะส่งผลให้ผิวแน่น ยกกระชับ มีความยืดหยุ่น และดูอ่อนวัย ส่วนการรักษาที่จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ผู้เข้ารักษาควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งให้เว้นระยะประมาณ 1 เดือน โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำผู้เข้ารับการรักษาเองว่า ปัญหาผิวพรรณที่เกิดขึ้นควรได้รับการรักษาต่อเนื่องกี่ครั้ง ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องเลือกสถานเสริมความงาม หรือโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงเท่านั้น โดยเฉพาะสถานเสริมความงามจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และภายในสถานที่จะต้องมีใบอนุญาตประกอบการ ที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขติดเอาไว้ให้ผู้เข้ารับการรักษาได้เห็นอย่างชัดเจน รวมถึงรายชื่อแพทย์ที่ทำการรักษาด้วย

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว และต้องการฉีด Radiesse ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัว เพื่อให้แพทย์ประเมิน และตัดสินใจว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยหรือไม่

ทำไมต้องฉีด RADIESSE ที่ THE RITZ CLINIC

THE RITZ CLINIC เข้าใจถึงปัญหาผิวหน้าของแต่ละบุคคล ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจึงสามารถช่วยประเมินใบหน้าของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละคนได้ว่า เหมาะสมกับการรักษาแบบใด เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้เข้ารับการรักษาทุกคน นอกจากนี้ THE RITZ CLINIC ยังคำนึงถึงความคุ้มค่าและความสมเหตุสมผลในการรักษา โดยมีงบประมาณของลูกค้าเป็นองค์ประกอบหลักในการวางแผนการรักษา โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจะเลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวอย่างตรงประเด็น พร้อมด้วยเครื่องมืออันทันสมัย และเทคนิคการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่สร้างความกังวลใจให้กับผู้เข้ารับการรักษา อีกทั้งขั้นตอนการรักษายังช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาสามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

Radiesse สารเติมเต็มที่มีประสิทธิภาพช่วยฟื้นบำรุงผิวในระดับโครงสร้าง ด้วยการฉีดลงสู่ใต้ผิวหนัง สามารถกระตุ้นสารสำคัญในผิวหนังชั้นลึกที่สุดให้กลับมามีความแข็งแรง ทำให้ผิวหน้าแลดูอ่อนกว่าวัย ร่องรอยลึกต่าง ๆ ลดเลือนหายไป และคงสภาพอยู่ได้นานถึง 2 ปี คิดค้นและวิจัยขึ้นโดย Merz Aesthetics ที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา แต่อย่างไรก็ตามผู้เข้ารับการรักษาควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ Radiesse ให้ถ่องแท้ก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อเป็นการประเมินตัวเองเบื้องต้นว่าเหมาะสำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้หรือไม่ รวมไปถึงศึกษาการดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผิวของตัวเอง

Share

Reviews

อินทนน

Program

SCULPTRA

ก่อนหน้าแก้มย้วย กระเปาะแก้มใหญ่ หลังจากทำ ใบหน้าก็ยกกระชับขึน้ อย่างเป็นธรรมชาติผิวแน่น กรอบหน้าชัด โปรแกรม Sculptra ที่ THE RITZ คือดีคือปังจริงๆครับ

วรวรรธน์ บุญชื่น

Related Services

Sculptra

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 990.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ