Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

อาการดื้อโบท็อก

รู้จักอาการดื้อโบท็อกคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย การฉีดโบท็อก (Botulinum Toxin) ถือเป็นหัตถการยอดนิยมอันดับหนึ่ง แต่ฝันร้ายที่หลายคนไม่อยากเจอที่สุดคืออาการดื้อโบท็อก (Botox Resistance) เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะจ่ายเงินแพงแค่ไหน หรือฉีดเยอะเท่าไหร่ ก็อาจไม่เห็นผลลัพธ์อีกต่อไป

อาการดื้อโบท็อกเกิดจากอะไร? มีสัญญาณเตือนแบบไหน? และถ้าเป็นแล้วจะแก้ไขได้ไหม? THE RITZ CLINIC รวบรวมคำตอบและวิธีป้องกันที่ถูกต้องมาฝากครับ

ภาวะดื้อโบท็อกคืออะไร

ภาวะดื้อโบท็อก คือ ปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันของร่างกายที่สร้างแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมาต่อต้านสารโบทูลินัม ท็อกซิน เพราะระบบภูมิคุ้มกันมองว่าตัวยาเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องกำจัด

ผลที่ตามมาคือ ตัวยาจะถูกทำลายฤทธิ์ก่อนที่จะเข้าไปจับกับกล้ามเนื้อ ทำให้การฉีดโบท็อกไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ หรือเห็นผลได้น้อยมาก และระยะเวลาการออกฤทธิ์จะสั้นลงอย่างน่าตกใจ จากเดิมที่เคยอยู่ได้นาน 4-6 เดือน อาจลดเหลือเพียง 1-2 เดือน หรือไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

ภาวะดื้อโบท็อกเกิดจากสาเหตุใด

อาการดื้อโบท็อกจะเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

  • ฉีดโบท็อกปริมาณมาก หรือถี่เกินไป : โดยปกติแล้ว ควรเว้นระยะห่างการฉีดโบท็อกแต่ละครั้งประมาณ 3 – 4 เดือนขึ้นไป เพื่อรอให้โบท็อกที่ฉีดไปล่าสุดเสื่อมฤทธิ์ลงก่อน แต่ในคนที่ฉีดโบท็อกถี่กว่านั้น ก็อาจทำให้เกิดอาการดื้อโบท็อกได้
  • ฉีดโบท็อกปลอม หรือโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน : นอกจากจะฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือเห็นผลน้อยแล้ว การฉีดโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิตัวยา จนทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้โบท็อกได้มากด้วย
  • เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้เข้ารับบริการเอง : ผู้เข้ารับบริการฉีดโบท็อกบางราย ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันออกมาต่อต้านโบท็อกมากกว่าปกติ ทำให้การฉีดโบท็อกครั้งต่อ ๆ ไปไม่ได้ผล หรือเห็นผลน้อยกว่าคนทั่วไป

ภาวะดื้อโบท็อก มีลักษณะอาการอย่างไร

จะรู้ได้ยังไงว่าดื้อโบท็อก

อาการดื้อโบท็อกไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับในทันที แต่ร่างกายจะค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นลำดับขั้น หากคุณเป็นคนที่ฉีดโบท็อกเป็นประจำ สามารถสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้ 3 ระยะ ดังนี้ครับ

1. ระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้นลงผิดปกติ

สัญญาณเตือนแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุด คือความคงทนของผลลัพธ์ที่ลดน้อยถอยลง จากปกติที่การฉีดโบท็อกหนึ่งครั้งควรจะล็อกหน้าตึง หรือกรามยุบได้นาน 4-6 เดือน แต่คุณกลับรู้สึกว่าเพิ่งฉีดไปได้เพียง 1-2 เดือน หรือน้อยกว่า 8 สัปดาห์ ริ้วรอยก็เริ่มกลับมาขยับได้ หรือกรามเริ่มปูดคืนกลับมาแล้ว ทั้งที่ดูแลตัวเองหลังฉีดดีเหมือนเดิมทุกอย่าง นี่คือสัญญาณเริ่มต้นที่บ่งบอกว่าร่างกายเริ่มกำจัดยาได้ไวผิดปกติครับ

2. ผลลัพธ์ลดลง หรือต้องเพิ่มปริมาณยามากขึ้นเรื่อยๆ

ในระยะต่อมา คุณจะเริ่มรู้สึกว่าการใช้ปริมาณยา (Unit) เท่าเดิมที่เคยฉีด ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจได้อีกต่อไป เช่น เคยฉีด 50 Units แล้วหน้าตึงเป๊ะ แต่ปัจจุบันฉีดเท่าเดิมกลับยังเห็นริ้วรอยหลงเหลืออยู่ หรือกล้ามเนื้อกรามยุบลงไม่สุด ทำให้ต้องคอยกลับไปให้คุณหมอเติมยาบ่อยขึ้น หรือต้องเพิ่มโดสยาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะดื้อยาบางส่วน

3. ฉีดแล้วไม่เห็นผลเลย

นี่คือสัญญาณเตือนระดับรุนแรงที่สุด หรือที่เรียกว่าภาวะดื้อยาโดยสมบูรณ์ คือเมื่อฉีดโบท็อกไปแล้วจนครบระยะเวลาที่ยาควรออกฤทธิ์ (2 สัปดาห์) กลับไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ บนใบหน้าเลย ริ้วรอยยังขยับได้ชัดเจน กรามยังแข็งปูดเหมือนเดิม ราวกับว่าสิ่งที่ฉีดเข้าไปเป็นเพียงน้ำเกลือเปล่าๆ แม้จะพยายามเปลี่ยนยี่ห้อโบท็อก หรืออัดปริมาณยาเพิ่มเข้าไปมากแค่ไหน กล้ามเนื้อก็ไม่ตอบสนองอีกต่อไปครับ

ดื้อโบท็อกอันตรายไหม

ภาวะดื้อโบท็อกไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ส่งผลกระทบต่อการทำหัตถการในอนาคต เพราะเมื่อคุณมีภาวะดื้อโบท็อกแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้โบท็อกเพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือรักษาโรคบางอย่างได้อีกต่อไป ต้องหันไปทำหัตถการช่วยลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าอื่น ๆ แทน

ดื้อโบท็อกแก้ไขได้หรือไม่

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาอาการดื้อโบท็อก ผู้ที่มีอาการนี้ จะต้องรอให้ภูมิต้านทานต่อโบท็อกหมดไปเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 5 ปี หรือในบางรายอาจต้องรอนาน 10 – 20 ปีเลย

วิธีป้องกันอาการดื้อโบท็อก

อาการดื้อโบท็อกนั้น เมื่อเป็นแล้ว ส่วนใหญ่จะดื้อโบท็อกทุกยี่ห้อ และไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ดังนั้นเราจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อโบท็อกตั้งแต่แรกถึงจะดีที่สุด โดยสามารถป้องกันง่าย ๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้ 

  • เลือกโบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูง: ปัจจุบันมีนวัตกรรมโบท็อกที่มีความบริสุทธิ์ 0% Impurities (ไม่มีโปรตีนปนเปื้อน) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการดื้อยาได้เกือบ 100%
  • ใช้ของแท้แกะกล่องเท่านั้น: ตรวจสอบโบท็อกทุกขวดก่อนฉีด สแกนเช็กกับบริษัทผู้นำเข้า เพื่อมั่นใจว่ายาได้รับการควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพมาอย่างดี
  • ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์จะประเมินปริมาณยาที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป และฉีดถูกตำแหน่ง
  • เว้นระยะห่างให้พอดี: ไม่ควรฉีดเติมบ่อยเกินไป แนะนำให้เว้นระยะห่าง 3-4 เดือนต่อครั้ง หรือรอให้ยาหมดฤทธิ์จริงๆ ก่อนค่อยเติมครับ

สรุปบทความ

สำหรับใครที่อยากฉีดโบท็อก ไม่ว่าจะเป็น การฉีดโบท็อกลดกราม โบท็อกลิฟกรอบหน้า โบท็อกหน้าผาก หรือโบท็อกลดริ้วรอย แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกคลินิกฉีดโบท็อกที่ไหนดี สามารถจองคิวมารับบริการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรามีโบท็อกยี่ห้อช้ั้นนำให้เลือกหลาย ไม่ว่าจะเป็น อัลเลอร์แกน (Botox Allergan), ดิสพอร์ต (Dysport), ซีโอมิน (Xeomin) หรือนาโบตะ (Nabota) ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล ที่สำคัญมีรีวิวฉีดโบท็อกเพียบ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ