Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ฉีดโบท็อกอันตรายไหม

ฉีดโบท็อกอันตรายไหม? รู้ก่อนฉีด ปลอดภัยหรือเสี่ยง?

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

หลายคนที่กำลังสนใจฉีดโบท็อก มักจะมีคำถามว่า ‘ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?’ และจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาไขข้อสงสัยทุกเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดโบท็อก พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

โบท็อกคืออะไร ทำงานอย่างไร

โบท็อก (Botox) หรือชื่อเต็มว่า Botulinum Toxin เป็นสารชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) แล้ว ว่าปลอดภัยสำหรับใช้วงการเสริมความงาม

ซึ่งโบท็อกจะทำงานโดยยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อผ่อนคลาย ก็จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้ และผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน

โบท็อกอันตรายไหม ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ฉีดโบท็อกต้องระวังอะไรบ้าง

หลายคนอาจกังวลเรื่องความปลอดภัยในการฉีดโบท็อก เรามาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไร

Botox อันตรายไหม

โบท็อกที่ใช้ในวงการเสริมความงามนั้นมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา และมีการควบคุมปริมาณที่ใช้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งในการทำหัตถการจะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยรองรับมากมาย และมีประวัติการใช้ในวงการเสริมความงามมาอย่างยาวนาน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย

การดูแลตัวเองที่ถูกต้องหลังฉีดโบท็อกมีความสำคัญมาก โดยจะแนะนำให้ดูแลตัวเอง ดังนี้

24 ชั่วโมงแรก

  • ไม่นอนคว่ำ
  • ไม่นวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
  • งดอาบน้ำร้อน
  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

1 สัปดาห์แรก

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิด รวมถึงแสงแดดด้วย
  • งดการนวดหน้า
  • ไม่ทำทรีตเมนต์ใบหน้า
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ข้อแนะนำระยะยาว

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • รักษาสุขภาพผิวให้มีความชุ่มชื้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงความเครียด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดโบท็อก

แม้ว่าโบท็อกจะมีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้

ผลข้างเคียงทั่วไป (พบบ่อย)

  • เกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
  • มีอาการบวมเล็กน้อย
  • รู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
  • มีอาการปวดเล็กน้อย
  • มีรอยแดงตามจุดที่ฉีด

ผลข้างเคียงที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน (พบได้น้อย)

  • หายใจลำบาก หายใจไม่ออก
  • หน้าบวม คอบวม ลิ้นบวม
  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หรือปวดศีรษะรุนแรง
  • มีผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว
  • เสียงเปลี่ยน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ หนังตาตก
  • รู้สึกชาหรือเป็นอัมพาตบริเวณใบหน้า
  • มีไข้สูง
  • คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
  • บริเวณที่ฉีดบวมแดง แสบร้อน หรือรู้สึกเจ็บมาก
  • มีหนอง
  • ผิวหนังเปลี่ยนสี หรือมีรอยช้ำ

ใน 1 ปี ควรฉีดโบท็อกกี่ครั้ง

เพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะแนะนำให้ฉีดโบท็อกประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี โดยเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดแต่ละครั้งอย่างน้อย 4 เดือน เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นแลสร้างภูมิต้านทาน ทั้งนี้ ความถี่ในการฉีดจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย เช่น อายุ สภาพผิว และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าของแต่ละคน ดังนั้น THE RITZ CLINIC จึงขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการทำหัตถการที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

ฉีดโบท็อกอย่างมั่นใจที่ THE RITZ CLINIC ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ฉีดโบท็อกดูแลตัวเองยังไง

หากถามว่า ‘ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?’ THE RITZ CLINIC ก็ขอตอบว่า หากฉีดโบท็อกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ความเสี่ยงในการฉีดก็จะน้อยมาก ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใส่ใจใกล้ชิดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัย วางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา เราใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ