Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ใต้ตาลึกเกิดจากอะไร

ใต้ตาลึกเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาใต้ตาลึกที่ช่วยได้จริง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาใต้ตาลึก ตาโหล เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และดูมีอายุเกินกว่าวัย แม้จะพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยเบื้องลึกที่ซับซ้อนกว่านั้น วันนี้ THE RITZ CLINIC จะพามาเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมแนะนำแนวทางการแก้ไขที่ช่วยคืนความสดใสให้ดวงตาคู่สวยของคุณกลับมาเปล่งปลั่งอีกครั้ง

ใต้ตาลึกเกิดจากอะไร? 4 สาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาโหล

ใต้ตาลึกเกิดจากอะไร? 4 สาเหตุหลักที่ทำให้ใต้ตาโหล

หลายคนอาจเข้าใจว่าใต้ตาลึกเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วมีหลากหลายสาเหตุที่ส่งผลให้บริเวณใต้ดวงตาดูทรุดโทรมลง ซึ่งการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยทีมแพทย์ได้สรุป 4 ปัจจัยหลักที่พบบ่อยที่สุดไว้ดังนี้

กรรมพันธุ์และโครงสร้างกระดูก

โครงสร้างกระดูกเบ้าตาของแต่ละคนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาโดยกรรมพันธุ์ หากคุณมีกระดูกเบ้าตาที่ลึกกว่าปกติโดยธรรมชาติ ก็จะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นดูยุบตัวลงและเกิดเป็นใต้ตาลึกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ซึ่งปัญหานี้สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว และมักจะเป็นลักษณะที่พบได้ในครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงตามวัย: ไขมันและคอลลาเจนที่หายไป

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหนังคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดใต้ตาลึก โดยร่างกายจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น นอกจากนี้ไขมันที่เคยพยุงผิวบริเวณใต้ตาก็จะเริ่มฝ่อและสลายตัวไปตามวัย ส่งผลให้เกิดเป็นร่องลึกที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสมเป็นตัวกระตุ้นให้การไหลเวียนโลหิตบริเวณรอบดวงตาไม่ดี ทำให้ผิวบริเวณนั้นยิ่งดูคล้ำและโหลลึกลงไปอีก รวมถึงการขาดน้ำและการสูบบุหรี่ก็เป็นพฤติกรรมที่ทำลายคอลลาเจนและส่งผลเสียต่อคุณภาพผิวโดยตรง ทำให้ปัญหาใต้ตาลึกปรากฏชัดเจนขึ้น

ภูมิแพ้และการไหลเวียนเลือด

สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ มักจะมีอาการคันและขยี้ตาบ่อย ๆ ซึ่งพฤติกรรมนี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้เส้นเลือดบริเวณใต้ตาขยายตัว ส่งผลให้ผิวคล้ำและดูทรุดโทรมลง นอกจากนี้ อาการภูมิแพ้ยังอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในบริเวณโพรงจมูก ทำให้เลือดคั่งบริเวณใต้ตาและเกิดเป็นร่องลึกที่ชัดเจนขึ้นได้

10 วิธีแก้ปัญหาใต้ตาลึก ให้ดวงตากลับมาสดใส

10 วิธีแก้ปัญหาใต้ตาลึก ให้ดวงตากลับมาสดใส

เมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว การเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหาก็เป็นสิ่งสำคัญต่อไป ซึ่งมีตั้งแต่การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันไปจนถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วและชัดเจน ซึ่ง THE RITZ CLINIC ได้รวบรวมแนวทางแก้ไขปัญหาใต้ตาลึกมาให้ถึง 10 วิธี

1. การพักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด

การนอนหลับอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายและผิวพรรณ เพราะช่วงเวลาที่เราหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิต การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยลดความอ่อนล้าและทำให้ผิวบริเวณใต้ตากลับมาสดใสขึ้น

2. ดื่มน้ำและทานอาหารที่มีประโยชน์

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน (ประมาณ 8-10 แก้ว) จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและสุขภาพดี นอกจากนี้ควรเน้นทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูงและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และปลาทะเล เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว

3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา

การเลือกใช้อายครีมที่มีส่วนผสมช่วยเติมความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น เรตินอลและเปปไทด์ จะช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตาให้กลับมาแข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้นได้ การทาอายครีมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและลดความรุนแรงของปัญหาใต้ตาลึกได้

4. หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและป้องกันแสงแดด

การขยี้ตาแรง ๆ เป็นการทำร้ายผิวบอบบางรอบดวงตาโดยตรง ทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำได้ง่าย นอกจากนี้ควรทาครีมกันแดดและสวมแว่นกันแดดเป็นประจำ เพราะรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนและทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ซึ่งจะยิ่งทำให้ปัญหาใต้ตาลึกแย่ลง

5. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาv

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในการแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก โดยแพทย์จะใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็มปริมาตรในบริเวณที่ยุบตัวลงไป ทำให้ร่องลึกดูตื้นขึ้นทันทีหลังทำ ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

6. การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting)

เป็นวิธีการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นขา นำมาปั่นคัดแยกเซลล์ไขมันที่แข็งแรง แล้วฉีดกลับเข้าไปเติมเต็มบริเวณใต้ตา เป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะใช้เซลล์จากร่างกายตัวเอง แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ และอาจมีอาการบวมได้นานกว่า

7. การทำเลเซอร์ฟื้นฟูผิว (Laser Treatment)

การใช้เลเซอร์บางชนิด เช่น Picosecond Laser สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวได้ พลังงานเลเซอร์จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวใต้ตาที่บางและหย่อนคล้อยกลับมาแน่นกระชับ ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง และช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น

8. การใช้เครื่องยกกระชับ (Lifting Devices)

เทคโนโลยีอย่าง Ulthera หรือ Thermage สามารถส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตาและใบหน้าโดยรวม ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น และส่งผลให้ร่องใต้ตาลึกดูดีขึ้นในระยะยาว

9. การทำทรีตเมนต์บำรุงผิว

การทำทรีตเมนต์บำรุงผิว

การทำทรีตเมนต์ที่เน้นการผลักวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึก สามารถช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นและเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวรอบดวงตาได้ แม้จะไม่สามารถเติมเต็มความลึกได้โดยตรง แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยบำรุงผิวโดยรวมให้ดูสุขภาพดีและสดใสขึ้น

10. การผ่าตัดแก้ไข (สำหรับเคสที่รุนแรง)

ในกรณีที่มีปัญหาใต้ตาลึกรุนแรงร่วมกับถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดศัลยกรรมเปลือกตาล่าง (Lower Blepharoplasty) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อจัดเรียงไขมันใต้ตาและตัดหนังตาส่วนเกินออกไป เป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ถาวรแต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

ทำไมต้องเลือกแก้ไขปัญหาใต้ตาลึกที่ THE RITZ CLINIC?

การแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก โดยเฉพาะการฉีดสารเติมเต็ม เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญและศิลปะในการออกแบบการรักษาอย่างสูง ที่ THE RITZ CLINIC เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าที่มีประสบการณ์ยาวนาน เข้าใจถึงโครงสร้างทางกายวิภาคของบริเวณรอบดวงตาเป็นอย่างดี เราเลือกใช้เทคนิคการฉีดที่ปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม และปลอดภัยสูงสุดให้กับคนไข้ทุกท่าน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แก้ไขใต้ตาลึกด้วยฟิลเลอร์อันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้และเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะคงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

หลังทำจะดูเป็นก้อน ไม่เป็นธรรมชาติหรือเปล่า?

ด้วยเทคนิคการฉีดที่แม่นยำและการเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่เหมาะสมของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนอย่างแน่นอน

สรุปบทความ

ปัญหาใต้ตาลึกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่กรรมพันธุ์ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงตามวัยและไลฟ์สไตล์ การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างเหมาะสม ซึ่งมีตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงการทำหัตถการทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ คือหนทางที่ดีที่สุดในการคืนความสดใสให้ดวงตาและใบหน้าโดยรวม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ