Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ไขคำตอบหลังฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

- By Dr. Ritz
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ การใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและคงตัว ฉีดเข้าไปที่ริมฝีปาก เพื่อเพิ่มเนื้อริมฝีปากและปรับรูปทรงปากให้สวยงาม ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มและสุขภาพดี

การฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น สามารถใช้แก้ปัญหาริมฝีปากได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปากแห้งลอก ปากบาง ริมฝีปากไม่เท่ากัน ริมฝีปากรูปทรงไม่สมดุล หรือมุมปากตก รวมไปถึงคนที่อยากทำปากกระจับ แต่ไม่อยากผ่าตัดด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่การฉีดฟิลเลอร์ปากจะเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ปากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างปากบวมได้ ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตราย แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไป เพราะ THE RITZ CLINIC จะพาไปหาคำตอบเองว่า ทำไมฉีดฟิลเลอร์ปาก แล้วปากบวมเอง แล้วอาการปากบวมแบบไหนที่ปกติ แบบไหนที่อันตราย อ่านได้ที่บทความนี้เลย

ทำไมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากถึงมีอาการบวม

อาการบวม แดง ไม่ได้รู้สึกเจ็บ หรือปวดมาก เป็นอาการบวมเข็มที่เกิดขึ้นได้จากการฉีดฟิลเลอร์ จัดเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ที่พบได้ทั่วไป มีสาเหตุมาจากการที่เข็มฟิลเลอร์เข้าไปทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังบางส่วนเสียหาย ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นบวมขึ้นตามกลไกการซ่อมแซมของร่างกายนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้ว มีอาการบวมแดงและแสบร้อนบริเวณที่ฉีด หรือมีก้อนนูนขึ้นมาจากผิว หรือมีรอยแดงและตุ่มผื่นลมพิษขึ้นบริเวณรอบริมฝีปาก นั่นอาจเป็นอาการบวมจากการติดเชื้อ อักเสบ หรือแพ้ฟิลเลอร์ จัดเป็นอาการบวมที่เป็นอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

ฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน

โดยทั่วไปแล้ว หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก จะมีอาการบวมประมาณ 7 – 14 วัน โดยจะบวมมากสุดในวันที่ 2 – 3 วัน และหลังจากนั้นจะค่อย ๆ บวมน้อยลง และหายกลับมาเป็นปกติ โดยที่ไม่ต้องทำการรักษาแต่อย่างใด

ข้อสำคัญที่ควรทำหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ปากได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นาน และไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เรามีคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาฝาก มีข้อสำคัญที่ควรทำอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย!

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 3-6 ชั่วโมง

สามารถทำความสะอาดผิวริมฝีปากด้วยสบู่อ่อน ๆ ได้ แต่ไม่แนะนำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์โดนน้ำเกิน 10 – 15 นาที เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือแผลติดเชื้อ ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตร และห้ามบีบ นวด แกะ หรือเกาบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เด็ดขาด ส่วนใครที่อยากประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อน หากคุณหมออนุญาตก็ให้ประคบเย็นอย่างเบามือ

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 – 2 วัน

เมื่อครบ 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ อาการบวมเข็มจะเพิ่มมากขึ้นจนทำให้หลายคนกังวลใจว่าจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องกังวลใจไป ให้สังเกตดูว่าอาการบวมที่เกิดขึ้นเป็นอาการบวมเข็มปกติหรือเปล่า หากใช่ก็ให้ดูแลตัวเองตามปกติ

โดยใน 1 – 2 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถทาลิปบำรุงฝีปากและโดนน้ำได้ตามปกติ และแนะนำให้ควรอยู่ในที่ ๆ มีอากาศเย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อน ๆ หรือทำกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายหนัก ๆ การซาวน่า รับประทานอาหารเผ็ดจัด ร้อนจัด และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 3 วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากครบ 3 วันแล้ว อาการบวมเข็มและรอยช้ำควรค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ถ้ามีแนวโน้มว่าอาการจะแย่ลง แนะนำให้มาพบคุณหมอเพื่อรับยากินเพิ่มเติม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 สัปดาห์

โดยส่วนใหญ่ รอยเขียวช้ำจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อน ๆ การประคบร้อน หรือทำกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอยู่ และควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดีและฟูอย่างมีประสิทธิภาพ 

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 2 สัปดาห์

โดยส่วนใหญ่แล้ว หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากครบ 2 สัปดาห์ อาการบวมจะหายดีเกือบ 100% เนื้อฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่มและกลืนไปกับผิว ทำให้เราสามารถเห็นผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ปากได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหาร แต่สำหรับใครที่อยากให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น แนะนำให้ยังคงหลีกเลี่ยงความร้อนก็จะดีที่สุด

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณริมฝีปาก ไม่ว่าจะเป็น การนวด จับ บีบ หรือจูบ
  • หลีกเลี่ยงการปั้นทรงริมฝีปากด้วยตัวเอง
  • หลีกเลี่ยงการดึง หรือลอกหนังริมฝีปาก
  • งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มร้อน ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม หรืออักเสบได้
  • ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนในระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์ฟูสวย และอยู่ได้นานมากขึ้น

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่า อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ขอเพียงแค่คุณดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเหมาะสม 

และสำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ แต่ไม่รู้จะไปทำที่ไหนดี สามารถจองคิวมารับบริการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรามียี่ห้อฟิลเลอร์ชั้นนำให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Restylane, Juvederm หรือ Belotero ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Share

Related Articles

Picosecond-Laser มีบทความ
โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ดูแลตัวเองอย่างไรให้เห็นผล
แก้มตอบเกิดจากอะไร แก้ยังไงให้หน้าดูอิ่มธรรมชาติ

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 990.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ