Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ดูแลตัวเองอย่างไรให้เห็นผล

- By Dr. Ritz
โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ดูแลตัวเองอย่างไรให้เห็นผล

เมื่อพูดถึงหัตถการความงามที่คนนิยมทำกัน หนึ่งในนั้นจะต้องมีการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือที่นิยมเรียกกันว่า โบท็อก (Botox) รวมอยู่ด้วยแน่นอน เพราะเป็นหัตถการที่ช่วยลดและป้องกันการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างเห็นผล แล้วเราสามารถฉีดโบท็อกตรงไหนได้บ้าง แต่ละตำแหน่งช่วยเรื่องอะไร THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปหาคำตอบเอง

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง

ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและพัฒนาไปมาก ทำให้เราสามารถนำโบท็อกมาประยุกต์ใช้ฉีดบริเวณใบหน้าและตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น รักแร้ น่อง บ่าและแขน เพื่อแก้ไขปัญหากังวลใจต่าง ๆ แต่ในบทความนี้ เราจะพาไปดูกันว่าการฉีดโบท็อกตามตำแหน่งต่าง ๆ บริเวณใบหน้า สามารถช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลย 

ฉีดโบท็อกหน้าผาก

การฉีดโบท็อกหน้าผากจะใช้ประมาณ 15 – 20 ยูนิต สามารถช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นที่มีสาเหตุมาจากการแสดงอารมณ์สีหน้า หรือการขมวดคิ้วบ่อย ๆ ได้ ซึ่งถ้าเราไม่ทำการฉีดโบท็อกไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ริ้วรอยบริเวณหน้าผากจะค่อย ๆ ลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถสังเกตเห็นได้ชัด

ฉีดโบท็อกลดกราม

การฉีดโบท็อกลดกราม จะใช้ข้างละประมาณ 25 – 30 ยูนิต สามารถช่วยแก้ปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อกรามได้ ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยการลองกัดฟัน แล้วจับดูว่ามีก้อนแข็ง ๆ บริเวณแก้มหรือไม่ โดยโบท็อกจะเข้าทำให้กรามเนื้อบริเวณกรามทำงานลดลง และมีขนาดเล็กลงนั่นเอง

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า

ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า จะใช้ประมาณ​ 30 – 50 ยูนิต โดยแพทย์จะฉีดโบท็อกเข้าไปที่บริเวณลำคอ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อผิวหนังบริเวณลำคอคลายตัวลง และไม่ดึงผิวบริเวณใบหน้าลงมา ส่งผลให้ผิวบริเวณใบหน้าดูยกกระชับขึ้น มองเห็นกรอบหน้าได้ชัดเจนขึ้น

ฉีดโบท็อกหางตา

ฉีดโบท็อกหางตา จะใช้ประมาณ 15 – 20 ยูนิต โดยสามารถช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ บริเวณรอบดวงตา และรอยตีนกาบริเวณหางตาได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในริ้วรอยบนใบหน้าที่สามารถสังเกตเห็นง่าย เมื่อมีริ้วรอยบริเวณนี้มาก ๆ แล้ว ก็จะทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส และแก่กว่าวัยได้

ฉีดโบท็อกร่องแก้ม

การฉีดโบท็อกบริเวณร่องแก้ม สามารถช่วยลดปัญหาร่องแก้มที่เกิดจากการยิ้มบ่อย ๆ จนทำให้กล้ามเนื้อดึงร่องแก้มแข็งแรงเกินไปได้ แต่ไม่ควรแก้ด้วยโบท็อกเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้การยิ้มดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติด้วย จะต้องทำควบคู่ไปกับหัตถการอื่น ๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึก หรือการทำ Ulthera เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เพื่อทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น เป็นต้น

ก่อนและหลังฉีดโบท็อก ดูแลตัวเองยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

ก่อนและหลังฉีดโบท็อก ดูแลตัวเองยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

หลังจากที่รู้แล้วว่า โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง และต้องใช้ประมาณกี่ยูนิต เชื่อว่าหลายคนคงอยากที่จะฉีดโบท็อกกันแล้ว แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น THE RITZ CLINIC ได้รวบรวมการเตรียมตัวและการดูแลหลังฉีดโบท็อกมาให้แล้ว สามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเองได้เลย

การเตรียมพร้อมก่อนฉีดโบท็อก 

  • ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • ควรหยุดยา หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแก้อักเสบ แอสไพริน น้ำมันตับปลา วิตามินอี เป็นต้น เป็นเวลา 7-14 วัน
  • ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง
  • เลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ที่เป็นของแท้เท่านั้น
  • ควรให้แพทย์ผสมสาร Botulinum Toxin ให้ดูทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสารที่จะฉีดไม่ได้ถูกน้ำเกลือเจือจางมากเกินไป

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก

  • หลังฉีดโบท็อกทันที ให้ขยับเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ 1 – 2 ครั้ง เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด
  • งดนอนรอบ นอนคว่ำ และก้มหัวต่ำกว่าออก 3 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น การออกกำลังกาย อบซาวน่า รับประทานอาหารเผ็ดจัด ร้อนจัด หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดทายา หรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น วิตามินซี กรดวิตามินเอ หรือสารผลัดเซลล์ผิวต่าง ๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • สามารถประคบเย็นในกรณีที่มีอาการบวมแดงได้

ฉีดโบท็อก 1 ครั้งเห็นผลนานแค่ไหน 

หลังจากที่ฉีดโบท็อกแล้ว จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 – 7 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ  4 – 6 เดือน และสำหรับใครที่ต้องการคงผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ไว้ก็สามารถเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่อง ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำได้

สรุปบทความ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะช่วยคลายข้อสงสัยโบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง และทำให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมก่อนฉีดโบท็อก และดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกได้อย่างเหมาะสม เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากการฉีดโบท็อกมากที่สุด โบท็อกนั้นจัดเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีความปลอดภัย และสามารถเข้ารับการฉีดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวรได้ สำหรับใครที่อยากมีหน้าเด็กไปนาน ๆ อยากชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าให้ได้นานที่สุด การฉีดโบท็อกเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย

โปรแกรม Botulinum Toxin

สำหรับท่านใดที่สนใจฉีดโบท็อก แต่ไม่รู้จะไปทำคลินิกฉีดโบท็อกที่ไหนดี สามารถจองคิวมารับบริการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรามีโบท็อกยี่ห้อช้ั้นนำให้เลือกหลาย ไม่ว่าจะเป็น อัลเลอร์แกน (Botox Allergan), ดิสพอร์ต (Dysport), ซีโอมิน (Xeomin) หรือนาโบตะ (Nabota) ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล ที่สำคัญมีรีวิวฉีดโบท็อกเพียบ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Share

Related Articles

Picosecond-Laser มีบทความ
แก้มตอบเกิดจากอะไร แก้ยังไงให้หน้าดูอิ่มธรรมชาติ
ยกกระชับด้วย Ulthera ทั่วหน้ากี่ไลน์

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 990.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ