Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

cover หลุมสิวเกิดจากอะไร_ รู้ทันสาเหตุ และวิธีรักษาที่เห็นผล

หลุมสิวเกิดจากอะไร? รู้ทันสาเหตุ และวิธีรักษาที่เห็นผล

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ปัญหาหลุมสิว ร่องรอยที่ทิ้งไว้บนใบหน้าหลังการเกิดสิว ถือเป็นสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนเลยทีเดียว ซึ่งการเข้าใจถึงต้นตอที่แท้จริงว่าหลุมสิวเกิดจากอะไรนั้น คือก้าวแรกที่สำคัญในการรับมือและค้นหาวิธี รักษาหลุมสิวได้อย่างถูกจุด บทความนี้ THE RITZ CLINIC จึงอยากพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของหลุมสิว เพื่อจะได้เข้าใจ และป้องกัน รวมถึงรักษาได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

หลุมสิว (Acne Scar) คืออะไร

หลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คือ ลักษณะของรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนผิวหนังภายหลังจากการอักเสบของสิวที่รุนแรงและลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) เมื่อกระบวนการอักเสบสิ้นสุดลง ผิวหนังบริเวณนั้นไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองและสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียหายไปได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ผิวหนังยุบตัวลง เกิดเป็นรอยบุ๋มหรือแอ่งลึกที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไป ทำให้ผิวหน้าโดยรวมขาดความเรียบเนียนสม่ำเสมอ

หลุมสิวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ภายนอก แต่ยังอาจกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้เลย ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าหลุมสิวเกิดจากอะไรจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อที่จะเลือกแนวทางการ รักษาหลุมสิวได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

หลุมสิวเกิดจากอะไร

หลุมสิวเกิดจากกระบวนการอักเสบของสิวที่รุนแรงและกินระยะเวลานาน จนทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึง เมื่อคอลลาเจนถูกทำลายไปในปริมาณมาก ร่างกายจะไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิวอักเสบที่อยู่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ การซ่อมแซมตัวเองของผิวหนังบริเวณนั้นจึงไม่สามารถฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเต็มและเรียบเนียนเหมือนเดิมได้

นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การบีบ แคะ หรือแกะสิวอย่างรุนแรง ก็เป็นการกระตุ้นให้การอักเสบยิ่งลุกลามและสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อผิวหนังมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการเกิดหลุมสิว หรือแม้กระทั่งรอยสิวที่เข้มขึ้นได้อีกด้วย รวมถึง การตอบสนองต่อการอักเสบของแต่ละบุคคลและปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน บางคนอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ง่ายกว่า แม้การอักเสบจะไม่รุนแรงเท่าคนอื่นก็ตาม

สิวแบบไหนที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้

ไม่ใช่สิวทุกประเภทที่จะทิ้งร่องรอยและเป็นหลุมสิวเสมอไป แต่สิวที่มีลักษณะดังต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นหลุมสิวได้

  • สิวหัวช้าง (Nodulocystic Acne / Acne Conglobata) เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่ แข็งเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง หรือเป็นถุงหนองขนาดใหญ่ที่มีการอักเสบลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง
  • สิวอักเสบรุนแรง (Severe Inflammatory Acne) รวมถึงสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแข็ง (Nodules) ที่แม้จะไม่มีหนองชัดเจน แต่ก็มีการอักเสบลึกและทำลายโครงสร้างผิวหนังได้มาก หรือสิวหนอง (Pustules) ที่มีการอักเสบขยายวงกว้างและมีความรุนแรง
  • สิวติดเชื้อแบคทีเรีย (Severe Bacterial Infected Acne) เมื่อการอักเสบของสิวมีการติดเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ในปริมาณมากและลุกลาม จะทำให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรง นำไปสู่การทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนอย่างมาก จนกลายเป็นหลุมสิวในที่สุด รวมถึงปัญหาสิวเรื้อรังบางประเภทที่เกิดจากการติดเชื้อซ้ำ ๆ ก็อาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้

ประเภทของหลุมสิว

ประเภทของหลุมสิว

หลุมสิว สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ตามลักษณะรูปร่างและความลึก ซึ่งแต่ละประเภทก็อาจต้องใช้วิธีการรักษาหลุมสิวที่แตกต่างกันไป

Ice Pick Scar (หลุมสิวแบบจิก หรือ หลุมน้ำแข็ง)

มีลักษณะเป็นหลุมแคบ ๆ ปากหลุมมักมีขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร แต่มีความลึกมาก จิกลงไปในชั้นผิวหนังคล้ายโดนของแหลมทิ่มหรือน้ำแข็งเจาะ เป็นประเภทที่ถือว่ารักษาหลุมสิวได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความลึกของตัวหลุมที่อาจลงไปถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึก

Boxcar Scar (หลุมสิวแบบกล่อง หรือ หลุมบ่อ)

มีลักษณะเป็นหลุมที่มีขอบเขตชัดเจน ขอบหลุมค่อนข้างตั้งตรงหรือเป็นเหลี่ยมคล้ายกล่องหรือบ่อ มีความกว้างของปากหลุมประมาณ 1.5 ถึง 4 มิลลิเมตร ก้นหลุมค่อนข้างแบนและตื้นกว่า Ice Pick Scar สามารถเกิดได้ทั้งแบบตื้นและแบบลึก มักพบได้บ่อยบริเวณแก้มและขมับ

Rolling Scar (หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ หรือ หลุมคลื่น)

มีลักษณะเป็นหลุมสิวที่ขอบไม่ชัดเจน ดูเป็นแอ่งตื้น ๆ กว้าง ๆ (อาจกว้างกว่า 4-5 มิลลิเมตร) ทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้นดูเป็นลูกคลื่น ไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ก้นหลุมมีลักษณะโค้งมน สาเหตุหลักมักเกิดจากพังผืด (Fibrous bands) ที่อยู่ใต้ผิวหนังดึงรั้งผิวชั้นบนให้ยุบตัวลง

วิธีรักษาหลุมสิวมีแบบไหนบ้าง

หากกำลังสงสัยว่า รักษาหลุมสิวรักษายังไง ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีและวิธีการรักษาหลุมสิวที่หลากหลาย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกความงามจะเลือกใช้ตามประเภทความรุนแรงของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล วิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพ ได้แก่

Picosecond Laser

Picosecond Laser เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ตอบโจทย์เรื่องการรักษาหลุมสิวอย่างมาก โดยอาศัยพลังงานแสงความเร็วสูงเข้าไปกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่จากภายใน พลังงานนี้จะช่วยทำลายพังผืดที่ยึดเกาะใต้หลุมสิว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวบุ๋มลงไป พร้อมกันนั้นยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างเข้มข้น ทำให้ผิวที่เคยเป็นหลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะช่วยเรื่องหลุมสิวแล้ว ยังมีผลพลอยได้ในการช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดงจากสิวไปพร้อม ๆ กันด้วย ทำให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดีขึ้นอย่างครบวงจร

Sculptra 

Sculptra คือ สารฉีดในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อฉีด Sculptra เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาหลุมสิว PLLA จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฟิลเลอร์ที่เข้าไปเติมเต็มโดยตรงในทันที แต่จะออกฤทธิ์โดยการค่อย ๆ กระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ ในปริมาณที่มากขึ้นและแข็งแรงขึ้น

กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่นี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ เมื่อผิวเริ่มมีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างผิวบริเวณที่เป็นหลุมสิวจะค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมและฟื้นฟูจากภายใน ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวบริเวณนั้นจะดูเต็มอิ่มและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่การเติมเต็มชั่วคราว แต่เป็นการปรับปรุงคุณภาพผิวในระยะยาว ทำให้ผิวโดยรวมแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

Fractional Laser (เลเซอร์แบบแบ่งส่วน)

เช่น Fractional CO2 หรือ Fractional Erbium เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการยิงพลังงานเลเซอร์ออกเป็นลำแสงขนาดเล็กมาก ๆ จำนวนหลายพันจุดลงไปบนผิวหนัง เมื่อพลังงานเลเซอร์สัมผัสผิว จะทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียหายบริเวณนั้นออกไป พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิวหนังแท้ ส่งผลให้ผิวที่สร้างขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้น หลุมสิวจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้นและดูดีขึ้น

Fractional RF Microneedling (คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก)

วิธีนี้เป็นการผสมผสานสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือการใช้เข็มขนาดเล็กมาก (Microneedles) จำนวนหลายๆ เล่ม สอดลงไปในชั้นผิวหนังแท้ พร้อมกับการปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF) ออกมาจากปลายเข็ม ความร้อนจากพลังงาน RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการจัดเรียงโครงสร้างผิวใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวมีความกระชับและเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับการรักษาหลุมสิวหลากหลายประเภท

ฟิลเลอร์หลุมสิว (Dermal Fillers)

คือการฉีดสารเติมเต็มในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำและมีความปลอดภัยสูง เข้าไปบริเวณใต้ฐานของหลุมสิวโดยตรง สาร HA จะเข้าไปช่วยเสริมปริมาตรผิวบริเวณนั้น ทำให้ผิวที่ยุบตัวเป็นหลุมถูกยกขึ้นมาให้ดูตื้นขึ้นทันทีหลังทำ ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ชั่วคราว เนื่องจากสาร HA จะค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ จึงอาจต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์

เมโสหน้าใส (Mesotherapy) สำหรับหลุมสิว

แม้ว่าเมโสหน้าใสจะเน้นการบำรุงผิวโดยรวม แต่ในบริบทของการรักษาหลุมสิว การฉีดสารบำรุงผิวต่างๆ เช่น Growth Factors, Peptides หรือ Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็ก เข้าไปในชั้นผิวหนังตื้นๆ สามารถช่วยเสริมกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวได้ สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และคอลลาเจน ทำให้ผิวโดยรวมมีสุขภาพดีขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และอาจช่วยให้หลุมสิวชนิดตื้น ๆ หรือรอยสิวดูจางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้บ้าง

การตัดพังผืด (Subcision)

วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหลุมสิวชนิด Rolling Scar หรือหลุมสิวแอ่งกว้าง ก้นหลุมมีลักษณะเป็นคลื่น ซึ่งมักเกิดจากพังผืดดึงรั้งผิวหนังจากด้านล่าง แพทย์จะใช้เข็มชนิดพิเศษที่มีขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลุมสิว แล้วทำการเซาะหรือตัดทำลายพังผืดที่ยึดเกาะเหล่านั้น เมื่อพังผืดคลายตัว ผิวหนังที่เคยถูกดึงรั้งไว้จะยกตัวสูงขึ้น ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การแต้มกรด (TCA CROSS)

วิธีนี้เป็นการรักษาที่ตรงจุดสำหรับหลุมสิวชนิด Ice Pick Scar หรือหลุมจิกลึก ปากแคบ ก้นแหลม โดยแพทย์จะใช้กรด Trichloroacetic Acid (TCA) ที่มีความเข้มข้นสูง แต้มลงไปบริเวณก้นหลุมอย่างแม่นยำ กรด TCA จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่จากส่วนล่างของหลุมสิว เมื่อเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน หลุมสิวจะค่อย ๆ ตื้นขึ้นและมีขนาดเล็กลง

รักษาหลุมสิวกับ THE RITZ CLINIC

สรุป รักษาหลุมสิวกับ The Ritz Clinic

THE RITZ CLINIC คลินิกความงาม เราเข้าใจดีว่าปัญหาหลุมสิว รอยสิว รวมถึงปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น สิวที่หลัง หรือ สิวแพ้แมสก์ สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจได้อย่างไร เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับการรักษาหลุมสิว เรามีโปรแกรม PICO-SCAR ที่ใช้เทคโนโลยี Picosecond Laser มาตรฐานระดับสากล ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่สามารถจัดการปัญหาหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างล้ำลึก พร้อมทั้งช่วยทำลายพังผืดใต้หลุมสิว ทำให้ผิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ Picosecond Laser ยังช่วยเป็นเลเซอร์ลดรอยสิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และกระชับรูขุมขนไปพร้อมกัน ทีมแพทย์ของ THE RITZ CLINIC เรามีประสบการณ์และความชำนาญในการออกแบบแผนการรักษาหลุมสิวให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalized Treatment Plan) โดยอาจมีการผสมผสานเทคนิคการรักษาหลุมสิว DLLC เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด เพื่อคืนความมั่นใจและผิวสวยใสให้กับคุณ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ