Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

 ตอบทุกคำถาม หลุมสิวเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

- By Dr. Ritz

หลุมสิวเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

โบท็อกช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวได้จริงหรอ? เป็นเรื่องที่หลายคนอยากได้คำตอบเพราะส่วนใหญ่ คิดกันตลอดว่าสรรพคุณของสารโบท็อกคือช่วยให้หน้าตึง ปรับรูปหน้าแบบวีเชฟ ลดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา มากกว่าที่จะลดรอยสิวหรือกระชับรูขุมขน แต่จริง ๆ แล้วนั้นการฉีดโบท็อก สามารถช่วยในการปรับสภาพผิวหน้าได้ ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง เรียบเนียนได้ ดังนั้นหากมีรอยสิวไม่ว่าจะเป็น หลุมลึก หลุมตื้น การฉีดโบท็อกสามารถช่วยรักษาหลุมสิวได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมสิวด้วย โดยสามารถทำคู่กับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้ดียิ่งขึ้น 

หลุมสิวคืออะไร? เกิดจากอะไร?

จากสถิติทางการแพทย์ที่ทำวิจัยเรื่องปัญหาผิวหน้าพบว่า หลุมสิว ล้วนมีสาเหตุเกิดจากสิวอักเสบได้มากที่สุด ซึ่งสาเหตุการเกิดหลุมสิวนี้ ก็ไม่ได้เกิดจากการบีบหัวสิวออกแบบที่เข้าใจกัน เพราะปัจจัยหลักในการเกิดแผลเป็นจากสิวแบบที่เป็นหลุมนั้นมาจาก หัวสิวที่มีขนาดใหญ่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง และมีการติดเชื้อ เมื่อสิวยุบก็จะทิ้งร่องรอยเป็นหลุมไว้ ซึ่งสิวอุดตันก็สามารถเกิดหลุมสิว หรือหน้าเป็นหลุมได้เช่นกัน และสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดหลุมสิว หลัก ๆ ก็คือร่างกายไม่สามารถสร้างคอลลาเจนมาเติมเต็มได้ อันเนื่องมาจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ทำลายระบบการสร้างคอลลาเจนในผิวบริเวณนั้นไปแล้ว หากทิ้งการอักเสบของสิวไว้นานก็จะต้องใช้เวลาในการรักษาที่นานขึ้นด้วย

หลุมสิวมีกี่แบบ

หลุมสิวมีกี่แบบ

ส่วนใหญ่แล้วจะแบ่งลักษณะของหลุมสิว เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

  1. หลุมสิวแบบ Ice-pick Scars มีลักษณะเป็นหลุมลึก ปลายหลุมแหลมลงไปใต้ชั้นผิวหนัง แต่บริเวณผิวหนังด้านบนจะแคบเล็ก มักเกิดจากการเค้นหัวสิวให้ออกมา ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หากหัวสิวเหล่านี้อยู่ใต้ผิวหนังในระดับที่ลึกและทำการบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี เมื่อเค้นบีบหัวสิวออกมาทำให้เซลล์ใต้ผิวหนังเสียหาย ทิ้งรอยหลุมสิวที่ลึกมาก ต้องใช้ระยะเวลารักษานานกว่าแบบอื่น ๆ      
  2. หลุมสิวแบบ Box Scars  หลุมสิวแบบนี้จะสังเกตเห็นง่าย เพราะผิวหน้าบริเวณที่เกิดหลุมสิว จะมีขนาดกว้างทำให้มองเห็นได้ชัดเจน แต่ระดับความลึกจะน้อยกว่ารอยหลุมสิวแบบ Ice pick แต่การเกิดหลุมสิวลักษณะนี้ มักจะมีพังผืดอยู่ใต้ชั้นผิวหนังด้วย และมักพบในผู้ที่เป็นสิวอักเสบ
  3. หลุมสิวแบบ Atrophic Acne Scars มีลักษณะเป็นหลุมตื้น ๆ บางรายมองเผิน ๆ จะคล้ายกับรูขุมขนกว้าง ระดับความลึกน้อยมาก ส่วนใหญ่พบว่าเป็นแค่รอยหลุมสิวที่ผิวหนังชั้นนอก หลุมชนิดนี้รักษาง่ายที่สุด  

4 หัตถการรักษาหลุมสิว

สำหรับการรักษาหลุมสิวมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่สามารถรักษาได้เอง ในกรณีที่เป็นหลุมเล็ก ๆ และไม่ได้เป็นทั่วใบหน้า แต่ก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควรในการรักษาด้วยตนเอง หรือหากเกิดการแพ้สารผสมในผลิตภัณฑ์ก็อาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ตามมาด้วยได้  แต่ในยุคนี้มีเทคโนโลยีทางความงามมากมายที่ช่วยรักษาหลุมสิวได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ และไม่ต้องลองผิดลองถูกกับปัญหาหน้าเป็นหลุม ที่อาจลดทอนความมั่นใจ ไม่ต้องพึ่งการโบกเมคอัพจนหน้าหนักมันเยิ้ม ซึ่งหัตถการที่มาแรงที่สุดในตอนนี้สำหรับการรักษาหลุมสิว จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. เลเซอร์หลุมสิว

การทำเลเซอร์ Erbium YAG laser (Er:YAG), Long Pulse Nd YAG laser (Nd:YAG), และ Carbon dioxide (CO2) laser เพื่อรักษาปัญหาหลุมสิว เป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็วและตอบโจทย์ในการรักษามากที่สุด ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่พัฒนาให้เครื่องยิงเลเซอร์ สำหรับผิวหน้าสามารถรักษาเฉพาะจุดได้ โดยเลือกระดับความลึกได้ตามชนิดของหลุมสิว และไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย ที่สำคัญเห็นผลที่ดีได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มรักษา

2. ผ่าตัดหลุมสิว

สำหรับวิธีนี้เหมาะกับการรักษาหลุมสิวแบบ Ice-pick Scars ที่เป็นมาค่อนข้างนานและหลุมแบบ Boxcar scar  โดยแพทย์จะทำการตัดผิวหนังที่เป็นหลุมสิวออกแล้วทำการเย็บผิวหนังตรงขอบแผลให้ติดกัน ซึ่งมีข้อจำกัดคือ หลุมต้องไม่กว้างเกินกว่า 3 มม. และจะไม่ทำทั้งใบหน้า หากใช้วิธีนี้แพทย์ไม่ทำในครั้งเดียว เพราะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก และต้องดูแลมากกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้น แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ที่ชำนาญเท่านั้น 

3. ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว

การฉีดไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรียกกันว่าฟิลเลอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมมากและไม่อันตราย โดยจะฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหลุมสิวหรือบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้หลุมที่ลึกนั้นตื้นขึ้น เซลล์ผิวจะถูกกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนเพื่อเติมเต็มหลุมสิว พร้อมทั้งช่วยกระชับผิวไปพร้อมกันด้วย ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย และเห็นผลได้ทันทีหลักฉีด รวมทั้งยังสามารถทำควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีอื่นได้ 

4. ฉีดเมโสรักษาหลุมสิว

เป็นการรักษาด้วยสารบำรุงผิวหลายชนิด เช่น  คอลลาเจน, โคเอนไซม์,  Vitamin A, B, C, E, Tranexamic acid และ Glutatione เป็นต้น รวมอยู่ตัวยาที่เรียกว่าเมโส ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น พร้อมช่วยกระชับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ช่วยซ่อมแซมผิวที่มีปัญหา และลดรอยสิวได้ด้วย

สรุปเกี่ยวกับหลุมสิว

สรุปบทความ

การรักษาหลุมสิวมีหลายวิธี การฉีดโบท็อกก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทำให้รอยสิวชนิดต่าง ๆ ลดเลือนลงและหายไปได้แบบถาวร แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า การดูแลหลังการรักษา รวมทั้งความสม่ำเสมอในการรักษาด้วย หากมีหลุมสิวเยอะหรือลึกมากก็ต้องใช้เวลาในการรักษาที่นานยิ่งขึ้น ซึ่งแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เพื่อช่วยประเมินการรักษาที่เหมาะสม อย่าปล่อยให้ร่องรอยหลุมบนใบหน้า มาทำลายความงามและลดทอนความมั่นใจของคุณ

Share

Related Articles

Picosecond-Laser มีบทความ
HIFU กับ Botox ต่างกันยังไง
สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจฉีด Sculptra

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 990.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ