Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

โบท็อกซ์เกาหลี ยี่ห้อไหนดี

เปรียบเทียบโบท็อกซ์เกาหลี รุ่นไหนดี และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

โบท็อกซ์เกาหลีกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในไทย ด้วยประสิทธิภาพที่ดีเหมาะกับชาวเอเชีย ราคาจับต้องได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้โบท็อกซ์เกาหลีก็มีหลากหลายแบรนด์มากขึ้น แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกันออกไป การเลือกให้เหมาะกับตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาทุกคนไปรู้จักกับโบท็อกซ์เกาหลีที่ได้รับความนิยม พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

โบท็อกซ์เกาหลี คืออะไร ต่างจากโบท็อกซ์อเมริกายังไง?

โบท็อกซ์เกาหลี คือ ผลิตภัณฑ์โบทูลินัม ท็อกซิน ไทป์ เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่ผลิตในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีหลักการทำงานเดียวกับโบท็อกซ์ทั่วไป คือยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ ทำให้ริ้วรอยจางลง และป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

โบท็อกซ์เกาหลี และโบท็อกซ์อเมริกามีความแตกต่างกันในหลายด้าน ดังนี้

  • ความเข้มข้น โบท็อกซ์เกาหลีมักมีความเข้มข้นน้อยกว่าโบท็อกอเมริกา ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน โบท็อกอเมริกาและโบท็อกซ์เกาหลีจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
  • ราคา โบท็อกซ์เกาหลีมักมีราคาถูกกว่าโบท็อกอเมริกา ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่า
  • เทคนิคการฉีด โบท็อกซ์เกาหลีถูกพัฒนาให้เหมาะกับลักษณะโครงหน้าของคนเอเชีย ในขณะที่โบท็อกซ์อเมริกาจะเหมาะกับโครงหน้าแบบชาวตะวันตก
  • การรับรองมาตรฐาน โบท็อกอเมริกาได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ส่วนโบท็อกซ์เกาหลีได้รับการรับรองจาก KFDA (Korean Food and Drug Administration)

โบท็อกซ์เกาหลียอดนิยมในปัจจุบัน มีข้อดีต่างกันยังไง

โบท็อกซ์เกาหลี มีอะไรบ้าง

ในปัจจุบัน มีโบท็อกซ์เกาหลีหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในเมืองไทย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. Nabota – โบท็อกซ์เกาหลีคุณภาพสูงระดับพรีเมียม

Nabota เป็นโบท็อกซ์เกาหลีระดับพรีเมียม ผลิตโดยบริษัท Daewoong Pharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทยาชั้นนำของเกาหลีใต้ Nabota ได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับการอนุมัติจาก FDA สหรัฐอเมริกาในปี 2019 ซึ่งเป็นโบท็อกซ์เกาหลีแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองนี้

Nabota เป็นแบรนด์โบท็อกซ์ที่ THE RITZ CLINIC แนะนำอย่างมาก เพราะมีประสิทธิภาพสูง และเสี่ยงต่อการแพ้น้อยมาก ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC มีบริการฉีดโบท็อกซ์แบรนด์นี้ หากสนใจสามารถทักเข้ามาขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย

  • กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง, กังวลเรื่องการดื้อยา, ต้องการผลลัพธ์ที่ดูแพงเป็นธรรมชาติ และมีงบประมาณระดับกลางถึงสูง

จุดเด่น

  • มาตรฐานระดับโลก (US FDA Approved): การันตีความบริสุทธิ์และความปลอดภัยเทียบเท่าแบรนด์ฝั่งอเมริกาและยุโรป ให้ความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้
  • เทคโนโลยี HI-PURE: ใช้กระบวนการสกัดที่ให้ความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสารต้านโบท็อกซ์ (อาการดื้อยา) ในระยะยาว
  • ออกฤทธิ์ไวและแม่นยำ: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะงานผิวและริ้วรอยเริ่มเห็นผลใน 2-3 วัน และยาเกาะกลุ่มกันดี ไม่ไหลไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น
  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: หน้าไม่แข็งเกร็ง ยังสามารถแสดงสีหน้าได้ตามปกติ

จุดด้อย

  • ราคาสูงกว่าเกาหลีตัวอื่น: ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม ทำให้ราคาต่อยูนิตสูงกว่าแบรนด์เกาหลีทั่วไป (ประมาณ 300-450 บาทต่อยูนิต) แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับของอเมริกา
  • ต้องระวังของปลอม: เนื่องจากเป็นที่นิยมมาก จึงเริ่มมีของเลียนแบบในท้องตลาด ต้องเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

2. Botulax – โบท็อกซ์เกาหลีสำหรับผู้เริ่มต้น

Botulax เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เริ่มต้นฉีดโบท็อกซ์ เนื่องจากราคาย่อมเยา นิยมใช้ในคลินิกความงามทั่วไป ผลิตโดยบริษัท Hugel Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเวชสำอางชั้นนำของเกาหลี

  • กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือวัยทำงานตอนต้น, ผู้ที่เพิ่งเริ่มฉีดครั้งแรก, ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือผู้ที่ไม่ซีเรียสเรื่องการต้องเข้ามาเติมยาบ่อยๆ

จุดเด่น

  • ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย: เป็นหนึ่งในโบท็อกซ์ที่ราคาเป็นมิตรที่สุดในท้องตลาด (ประมาณ 150-250 บาทต่อยูนิต) ช่วยประหยัดงบประมาณได้มาก
  • เห็นผลรวดเร็ว: ตัวยาออกฤทธิ์ไว เริ่มตึงและเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 2-3 วันหลังฉีด
  • ความยืดหยุ่นสูง: เหมาะกับการฉีดเพื่อปรับรูปหน้าแบบองค์รวม หรือฉีดลดริ้วรอยเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนอายุน้อยที่ผิวหนังยังยืดหยุ่นดี

จุดด้อย

  • ระยะเวลาสั้นกว่า: สลายตัวเร็วกว่าแบรนด์พรีเมียม โดยผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ทำให้ต้องกลับมาเติมบ่อยขึ้น
  • ความบริสุทธิ์ปานกลาง: หากฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานานในปริมาณมาก อาจมีความเสี่ยงเรื่องการดื้อยามากกว่าตัวที่มีความบริสุทธิ์สูง
  • ความคงตัวของผลลัพธ์: ในบางเคสอาจรู้สึกว่าผลลัพธ์คลายตัวเร็วกว่ากำหนด หากดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ดีพอ

3. Neuronox – โบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง

Neuronox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่เน้นความบริสุทธิ์สูง ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตโบท็อกซ์รายใหญ่ของเกาหลี

  • กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อกรามใหญ่มาก, มีริ้วรอยลึกที่แก้ไขยาก, หรือคนที่ชอบผลลัพธ์แบบหน้าตึงเป๊ะ ล็อคแน่น รวมถึงผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีประวัติการแพ้โบท็อกแบรนด์อื่น หรือต้องการความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์

จุดเด่น

  • ความแรงและความแม่นยำ: ขึ้นชื่อเรื่องการล็อคกล้ามเนื้อได้ดีเยี่ยม เหมาะกับคนที่มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กรามใหญ่ หรือน่องปัด
  • ผลลัพธ์ชัดเจน: ให้ความรู้สึกตึงกระชับแบบเห็นได้ชัด ใครที่ชอบหน้าตึงๆ เป๊ะๆ จะถูกใจรุ่นนี้
  • ความเสถียรของตัวยา: มีความคงตัวสูง ควบคุมผลลัพธ์ได้ง่าย และมีประวัติการใช้งานในไทยมาอย่างยาวนาน เชื่อถือได้

จุดด้อย

  • อาจดูแข็งได้หากฉีดเยอะ: ด้วยความแรงของยา หากแพทย์คำนวณปริมาณไม่ดี หรือฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้หน้าดูแข็งเกร็งได้ง่ายกว่าตัวอื่น
  • ราคาระดับกลาง: ราคาสูงกว่า Botulax เล็กน้อย

4. Meditoxin – โบท็อกซ์สำหรับการรักษาทางการแพทย์

Meditoxin เป็นโบท็อกซ์เกาหลีที่พัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นการใช้งานทางการแพทย์ นอกเหนือจากด้านความงาม ผลิตโดยบริษัท Medy-Tox Inc. เช่นเดียวกับ Neuronox แต่มีสูตรที่แตกต่างกัน

  • กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดลดเหงื่อ, ลดขนาดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (น่อง/บ่า), หรือผู้ที่ต้องการใช้โบท็อกซ์เพื่อการรักษาอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ

จุดเด่น

  • เอนกประสงค์: นิยมใช้ทั้งการลดริ้วรอย ลดกราม และใช้รักษาอาการทางการแพทย์ เช่น ออฟฟิศซินโดรม (ลดอาการเกร็งคอ บ่า ไหล่) หรือลดเหงื่อรักแร้
  • การกระจายตัวยา: มีการกระจายตัวของยาที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้เหมาะกับการฉีดในพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น น่อง หรือรักแร้ ได้ดี
  • ราคาและคุณภาพสมเหตุสมผล: เป็นตัวเลือกตรงกลางระหว่างความประหยัดและคุณภาพที่เชื่อถือได้

จุดด้อย

  • การออกฤทธิ์: อาจใช้เวลาเริ่มเห็นผลช้ากว่าบางแบรนด์เล็กน้อย (ประมาณ 3-5 วัน)
  • ความแม่นยำในจุดเล็ก: เนื่องจากการกระจายตัวยาค่อนข้างกว้าง อาจไม่เหมาะกับการเก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็กๆ ในจุดที่ต้องการความแม่นยำสูงมาก เพราะเสี่ยงต่อการที่ยาจะกระจายไปโดนกล้ามเนื้อข้างเคียง

5. Innotox – นวัตกรรมล่าสุดของโบท็อกซ์เกาหลี

Innotox เป็นโบท็อกซ์เกาหลีรุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดยบริษัท Medytox โดยใช้เทคโนโลยีลิควิดฟอร์ม (Liquid Form) ที่เป็นรูปแบบของสารละลายที่พร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องผสมสารละลาย (dilution) เพิ่มเติม ต่างจากโบท็อกซ์แบบดั้งเดิมที่มาในรูปแบบผงแห้ง (Lyophilized Powder) และต้องผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีด

  • กลุ่มเป้าหมาย: เหมาะสำหรับคนที่กลัวเจ็บ, ต้องการงานผิวที่เนียนเป็นธรรมชาติที่สุด, ชอบทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ และมีงบประมาณเพียงพอ

จุดเด่น

  • พร้อมใช้งานทันที: มาในรูปแบบของเหลว ไม่ต้องผสมน้ำเกลือหน้างาน ทำให้ความเข้มข้นของยาเสถียรและแม่นยำ 100% ทุกหยด
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ: กระบวนการผลิตปลอดเชื้อและไม่ต้องเปิดขวดผสม ช่วยลดโอกาสปนเปื้อน
  • เจ็บน้อยกว่า: ค่า pH ของตัวยาใกล้เคียงกับร่างกายมนุษย์ ทำให้รู้สึกแสบน้อยกว่าขณะเดินยา
  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติสูง: ยากระจายตัวเนียนไปกับผิวได้ดีมาก เหมาะกับงานผิว (Skin Botox)

จุดด้อย

  • ราคาสูง: เป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ราคาสูงกว่าแบบผงทั่วไป 
  • อายุการเก็บรักษาสั้น: เมื่อเปิดขวดแล้วต้องใช้ให้หมดเร็วที่สุด เก็บรักษาได้ยากกว่าแบบผง

หาฉีดได้ยาก: ยังมีให้บริการเฉพาะคลินิกชั้นนำบางแห่งเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์เกาหลีแต่ละรุ่น

ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์แต่ละรุ่น มีดังนี้

เปรียบเทียบด้านประสิทธิภาพและระยะเวลาการแสดงผล

แบรนด์ระยะเวลาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงระยะเวลาแสดงผลลัพธ์ความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์
Nabota3-4 วัน4-5 เดือนสูงมาก (★★★★★)
Botulax2-3 วัน2-3 เดือนปานกลาง (★★★☆☆)
Neuronox3-4 วัน3-5 เดือนสูง (★★★★☆)
Meditoxin3-5 วัน3-4 เดือนสูง (★★★★☆)
Innotox1-2 วัน3-4 เดือนสูงมาก (★★★★★)

เปรียบเทียบด้านความปลอดภัยและผลข้างเคียง

แบรนด์การรับรองมาตรฐานความเสี่ยงต่อการแพ้ผลข้างเคียงทั่วไป
NabotaKFDA, FDA (US)ต่ำมากรอยช้ำ, ปวด, บวมเล็กน้อย
BotulaxKFDAปานกลางรอยช้ำ, ปวด, บวม, อาการแพ้
NeuronoxKFDA, CE (Europe)ต่ำรอยช้ำ, ปวด, บวมเล็กน้อย
MeditoxinKFDA, CE (Europe)ต่ำรอยช้ำ, ปวด, กล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว
InnotoxKFDAต่ำมากปวดน้อย, บวมเล็กน้อย

วิธีดูโบท็อกซ์แท้-ปลอมอย่างละเอียด

ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสวยเสมอ เพราะการฉีดโบท็อกซ์ปลอมหรือโบท็อกซ์หิ้ว (ยาที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจาก อย. ไทย หรือขนส่งผิดวิธี) อาจนำมาซึ่งผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ติดเชื้อ หรือดื้อยาถาวร ดังนั้น คนไข้ควรตรวจสอบยาด้วยตัวเองทุกครั้งก่อนฉีด โดยมีจุดสังเกตหลักๆ 5 ข้อ ดังนี้

1. สภาพกล่องต้องสมบูรณ์และแกะกล่องใหม่ต่อหน้า

โบท็อกซ์แท้ต้องมาในกล่องที่ปิดสนิท ไม่มีรอยแกะ ซีลพลาสติกหรือสติ๊กเกอร์นิรภัยต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และที่สำคัญ หมอต้องแกะกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง ไม่ใช่การนำขวดที่แกะแล้วเดินถือเข้ามาในห้อง

2. มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย

ข้างกล่องต้องมีเลขทะเบียนยาที่ถูกต้อง (สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ อย.) และต้องมีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทยระบุอยู่อย่างชัดเจน ไม่ใช่มีแต่ภาษาเกาหลีหรือภาษาอังกฤษล้วน

3. เลข Lot. ที่กล่องและขวดต้องตรงกัน

นี่คือจุดที่สำคัญมาก ให้ตรวจสอบเลข Lot. (รุ่นการผลิต) และวันหมดอายุ (Exp.) ที่ระบุอยู่ 2 จุด คือ ก้นกล่อง/ข้างกล่อง และ ข้างขวด/ก้นขวด ข้อมูลทั้งสองจุดนี้ต้องตรงกันทุกตัวอักษร หากไม่ตรงกันให้สันนิษฐานว่าเป็นยาปลอมหรือยาสวมกล่อง

4. ลักษณะตัวยาภายในขวด

โบท็อกซ์เกาหลีแทบทุกยี่ห้อ (ยกเว้นบางรุ่นที่เป็นแบบน้ำ) จะมาในรูปแบบ “ผงยาแห้งสีขาวเคลือบอยู่ที่ก้นขวด” (Vacuum Dried) หรือบางยี่ห้ออาจมองแทบไม่เห็นผงยาเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่รูปแบบน้ำใสๆ ดังนั้น ก่อนฉีดหมอจะต้องผสมน้ำเกลือ (Saline) เข้าไปในขวดต่อหน้าคุณ หากเปิดกล่องมาแล้วเป็นน้ำอยู่แล้ว ให้ระวังว่าเป็นของปลอม

5. สามารถสแกนตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้

ในปัจจุบัน บริษัทนำเข้ายาอย่างถูกกฎหมายจะมีระบบตรวจสอบผ่าน QR Code หรือแอปพลิเคชัน เพื่อให้คนไข้สแกนเช็กได้ทันทีว่าเป็นยาแท้ที่ส่งตรงจากบริษัทหรือไม่

วิธีดูโบท็อกซ์แท้-ปลอมแต่ละยี่ห้อ

เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้น THE RITZ CLINIC ได้รวบรวมจุดสังเกตเฉพาะของ 5 แบรนด์ยอดนิยมมาให้ ดังนี้

1. Nabota (นาโบตะ)

  • นำเข้าโดยบริษัท Montana Meditech (มอนทาน่า เมดดิเทค)
  • มีสติ๊กเกอร์ Hologram สีเงินติดผนึกที่ฝากล่อง ระบุชื่อ Montana Meditech
  • ด้านข้างกล่องมี QR Code ให้สแกนเพื่อเช็กผ่านระบบ ProCheck หรือ HiddenTag
  • ขวดด้านในไม่มีฝาพลาสติกปิดทับฝาอะลูมิเนียมอีกชั้น (เป็นเอกลักษณ์ของ Nabota)

2. Botulax (โบทูแลกซ์)

  • นำเข้าโดยบริษัท Cosma Medical (คอสม่า เมดิคอล)
  • มีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมคำว่า “Cosma Medical” ติดที่ฝากล่อง
  • ก้นขวดและข้างกล่องระบุวันผลิตและวันหมดอายุชัดเจน และต้องตรงกัน
  • สามารถโทรเช็กเลข Lot. กับบริษัทนำเข้าได้

3. Neuronox (นิวโรน็อกซ์)

  • นำเข้าโดยบริษัท Medyceles (เมดิเซเลส)
  • ชื่อทางการค้าบนกล่องรุ่นใหม่จะใช้ชื่อว่า “Neuronox”
  • มี QR Code ให้สแกนตรวจสอบผ่านระบบ Smart Check
  • มีเลขทะเบียน อย. ภาษาไทยระบุชัดเจนที่ข้างกล่อง

4. Meditoxin (เมดิโทซิน)

  • นำเข้าโดยบริษัท Celeste (Thailand) (เซเลส ประเทศไทย)
  • มีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมคำว่า “Celeste” ปิดผนึกที่ฝากล่อง
  • ด้านข้างกล่องมี QR Code ให้สแกนตรวจสอบผลิตภัณฑ์แท้
  • มีเอกสารกำกับยาภาษาไทยภายในกล่อง และเลข Lot. ตรงกับขวด

5. Innotox (อินโนท็อกซ์)

  • ผลิตโดยบริษัท Medytox (ผู้ผลิตเดียวกับ Neuronox)
  • จุดสังเกตสำคัญคือตัวยามาในรูปแบบของเหลว (Liquid Form) พร้อมฉีด ไม่ต้องผสมน้ำเกลือ
  • กล่องปิดสนิท มีสติ๊กเกอร์ปิดผนึกป้องกันการเปิด
  • มี QR Code หรือบาร์โค้ดที่สามารถตรวจสอบได้ที่ข้างกล่อง

วิธีเลือกโบท็อกซ์เกาหลีให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การเลือกยี่ห้อที่ราคาถูกที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับปัญหาที่เราต้องการแก้ไข โครงสร้างใบหน้า และปัจจัยส่วนบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะ ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด โดยควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

1. เลือกตามวัตถุประสงค์และตำแหน่งที่ฉีด

โบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อมีขนาดโมเลกุลและการกระจายตัวของยาที่ต่างกัน จึงเหมาะกับบริเวณที่ฉีดต่างกัน

  • ลดกรามและน่อง (กล้ามเนื้อมัดใหญ่): ต้องการยาที่มีความแรงและการจับตัวกับกล้ามเนื้อได้ดี เพื่อให้กล้ามเนื้อยุบลงอย่างเห็นได้ชัด แนะนำยี่ห้อที่มีความเข้มข้นสูงอย่าง Neuronox หรือ Nabota
  • ลดริ้วรอยเฉพาะจุด (หน้าผาก, หางตา, ระหว่างคิ้ว): ต้องการความแม่นยำสูง เพื่อไม่ให้ยาไหลไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นจนเกิดปัญหาตาตกหรือคิ้วกระดก แนะนำ Nabota ที่มีความบริสุทธิ์สูง
  • ลิฟต์กรอบหน้าและงานผิว (Dermolift): ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าแข็งตึงจนยิ้มไม่ได้ แนะนำ Innotox หรือ Botulax ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุนและกระจายตัวได้ดีในชั้นผิว
  • ลดเหงื่อรักแร้: ต้องการยาที่กระจายตัวครอบคลุมต่อมเหงื่อได้กว้าง แนะนำ Meditoxin หรือ Neuronox

2. เลือกตามช่วงอายุและสภาพผิว

อายุที่ต่างกันมีความต้องการในการรักษาที่ไม่เหมือนกัน

  • อายุ 20 – 30 ปี (เน้นป้องกัน): ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี ริ้วรอยมักเกิดจากการแสดงสีหน้า ควรเลือกโบท็อกซ์ที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวรในอนาคต
  • อายุ 30 – 45 ปี (เน้นแก้ไขและชะลอวัย): เริ่มมีริ้วรอยที่ชัดขึ้นแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า ต้องการโบท็อกซ์ที่ออกฤทธิ์ไวและมีความคงทน เพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์
  • อายุ 45 ปีขึ้นไป (เน้นยกกระชับ): ปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยและริ้วรอยลึก อาจต้องใช้โบท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับ หรือใช้ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ

3. พิจารณาปัจจัยส่วนบุคคลอื่น ๆ

  • งบประมาณ: หากมีงบจำกัดและต้องการฉีดต่อเนื่อง Botulax เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า แต่หากมีงบประมาณสูงและต้องการคุณภาพระดับพรีเมียมเทียบเท่าฝั่งอเมริกา Nabota จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
  • ความรีบเร่งในการเห็นผล: หากมีงานสำคัญรออยู่และต้องการเห็นผลไวภายใน 1-3 วัน Innotox หรือ Botulax จะตอบโจทย์เรื่องความเร็วได้ดี
  • ประวัติการฉีดและความเสี่ยงดื้อยา: หากเป็นคนที่ฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำต่อเนื่องหลายปี ควรเลือกยี่ห้อที่มีความบริสุทธิ์สูงอย่าง Nabota หรือ Innotox เพื่อลดความเสี่ยงที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานมาทำลายตัวยา (อาการดื้อโบท็อกซ์)

ทั้งนี้ การประเมินที่ดีที่สุดควรมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ THE RITZ CLINIC แพทย์จะทำการวิเคราะห์กล้ามเนื้อและโครงหน้าอย่างละเอียด เพื่อเลือกยี่ห้อและปริมาณยาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณเป็นรายบุคคล

สรุปบทความ

โบท็อกซ์เกาหลี รุ่นไหนดี

โบท็อกซ์เกาหลีกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย เพราะมีประสิทธิภาพดี ราคาเข้าถึงได้ง่าย และเหมาะกับโครงหน้าคนเอเชีย โดยแบรนด์ยอดนิยมจะมีด้วยกัน 5 แบรนด์หลัก ได้แก่ Nabota, Botulax, Neuronox, Meditoxin และ Innotox ซึ่งการเลือกโบท็อกซ์ให้เหมาะกับตัวเองนั้น ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งาน สภาพผิวและอายุ รวมถึงงบประมาณและความถี่ในการฉีด

ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินการรักษา และเลือกรุ่นโบท็อกซ์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ