Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

แนะนำสิ่งที่ควรทำ และข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือ ฉีดโบท็อก (Botox) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นได้ มีราคาไม่แพง และสามารถอยู่ได้ยาวนาน

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะฉีดโบท็อก ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกหน้าผาก โบท็อกลดกราม หรือ โบท็อกลิฟกรอบหน้า ในบทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปรู้จักกับวิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก รวมถึงข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก และข้อควรระวังที่ควรรู้หลังฉีดโบท็อกกัน เพื่อที่คุณจะได้ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณบ้าง ตามไปดูกันเลย

การเตรียมตัวก่อนฉีดเพื่อให้โบอยู่ได้นาน

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

แม้ว่าผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญ แต่การเตรียมตัวที่ดีของคนไข้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ การเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผิวพร้อมรับการรักษา ลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ และอาจช่วยให้โบท็อกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

  • งดวิตามินและยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด: ควรงดยาในกลุ่มแอสไพริน, NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen) รวมถึงวิตามินและอาหารเสริม เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, จิงโกะ และโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนการฉีด เพราะแอลกอฮอล์มีผลทำให้เลือดสูบฉีดและอาจเพิ่มความเสี่ยงของรอยช้ำได้
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว: ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยที่สุด
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: ในวันนัดฉีดควรมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ หากรู้สึกไม่สบาย เป็นไข้ หรือมีโรคผิวหนังกำเริบบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนนัดออกไปก่อน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาหลังการฉีดถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ตัวยากำลังเริ่มออกฤทธิ์และเข้าจับกับกล้ามเนื้อเป้าหมาย การปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปยังส่วนที่ไม่ต้องการ และส่งเสริมให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของผลลัพธ์

  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที: หลังฉีดในชั่วโมงแรก แนะนำให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ เช่น ยักคิ้ว, ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม เพื่อช่วยให้ตัวยาถูกดูดซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ 3-4 ชั่วโมง: หลังฉีดควรรักษาระดับศีรษะให้ตั้งตรง หลีกเลี่ยงการนอนราบ การก้มหน้า หรือการเอนศีรษะเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของตัวยา
  • ห้ามนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรงดการสัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรง การนวดหน้า หรือการเช็ดถูแรงๆ เพื่อไม่ให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด: ควรงดการออกกำลังกายอย่างหนัก, การเข้าซาวน่า, การอบไอน้ำ หรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้ร่างกายสัมผัสความร้อนสูงเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
  • พิจารณาเสริมแร่ธาตุสังกะสี (Zinc): มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าการรับประทานสังกะสีอาจช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ดีและนานขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

8 ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก

ถึงแม้ว่าการฉีดโบท็อก จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกที่จะต้องใส่ใจให้ดี ไม่อย่างนั้นก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ โดย 8 ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกมีดังนี้

1. หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน

เพราะความร้อนเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่จะเข้าไปทำลายตัวยาของโบท็อกได้ ทำให้โบท็อกเสื่อมประสิทธิภาพเร็ว และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี ดังนั้นใครที่เพิ่งไปฉีดโบท็อกมา แนะนำให้ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจนกว่าโบท็อกจะออกฤทธิ์เต็มที่ก่อนก็จะดีที่สุด

2. งดสูบบุหรี่

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

รู้หรือไม่ว่า สารในบุหรี่อย่างนิโคติน (Nicotine) ไม่เพียงแค่ทำลายสุขภาพของผู้สูบเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเลือด และทำให้ตัวยาของโบท็อกกระจายได้ไม่ดีด้วย ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นใครที่วางแผนจะฉีดโบท็อก แนะนำให้งดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก

3. ห้ามรับประทานอาหารหมักดอง

เพราะว่าอาหารหมักดองอย่างปลาร้า หรือผักผลไม้ดอง มีความเสี่ยงที่จะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบหลังจากฉีดโบท็อกได้

4. งดนวดคลึงบริเวณใบหน้า

ตัวยาโบท็อกจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 – 3 วัน และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 7 – 14 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนวดคลึงบริเวณที่ฉีดโบท็อกไปก่อน เพราาะอาจทำให้ตัวยาไหลยังบริเวณข้างเคียง และเข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ได้

5. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว จะส่งผลต่อการขยายตัวของเลือด ทำให้รบกวนการกระจายตัวของโบท็อก อีกทั้งยังมีส่วนลดการแข็งตัวของเลือด ขับธาตุสังกะสี (Zinc) ออกจากร่างกาย และลดการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำได้ง่ายหลังฉีดโบท็อก และทำให้แผลจากรอยเข็มหายได้ช้าลง

6. งดออกกําลังกายหนัก ๆ

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

ไม่เพียงแค่การสัมผัสแสงแดดเท่านั้นที่ทำให้เกิดความร้อนบนใบหน้า การออกกำลังกายหนัก ๆ ก็เช่นกัน ถ้าใครไม่อยากให้ตัวยาโบท็อกสลายตัวเร็วเกินไป แนะนำให้งดออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 7 – 14 วันแรกหลังฉีดโบท็อกก็จะดีที่สุด

7. ห้ามกินยาฆ่าเชื้อและยาคลายกล้ามเนื้อบางตัว

เช่น ยาแก้ปวด กลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) อย่างแอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) รวมไปถึงวิตามินอี อีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose) สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko) และสมุนไพรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ โสม หรือกระเทียม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก เนื่องจากกลุ่มยาเหล่านี้จะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลช้า และเกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีดโบท็อกได้ง่าย

8. งดนอนราบ 4 ชั่วโมง

หลีกเลี่ยงการนอนราบ นอนตะแคง หรือทำให้ศีรษะต่ำกว่าอก ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อก เนื่องจากจะทำให้โบท็อกกระจายตัวไปยังบริเวณข้างเคียง เข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อในมัดที่เราไม่ต้องการ แล้วทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น อาหารหนังตาตก หรือปากเบี้ยว ซึ่งเป็นอาการที่เป็นแล้ว จะต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดเองเท่านั้น

หลังฉีดโบท็อกห้ามกินอะไรบ้าง

ข้อห้ามหลังฉีดโบ

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ การเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด และถ้าเป็นไปได้ควรงดต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดรอยช้ำและอาการบวม
  • อาหารรสจัดและเผ็ดร้อน: อาหารที่มีรสเผ็ดจัดหรือร้อนจัดอาจกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้หน้าแดง ซึ่งอาจส่งผลต่ออาการบวมได้
  • อาหารหมักดอง: อาหารกลุ่มนี้มีสารที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและอาการบวมได้ในบางราย
  • อาหารที่มีโซเดียมสูง: การรับประทานอาหารเค็มจัดอาจทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำได้ง่ายขึ้น
  • ชาบู ปิ้งย่าง: ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหน้าเตาร้อนๆ เป็นเวลานานในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของโบท็อกได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังฉีดโบท็อกแต่งหน้าได้ไหม? ทาครีมได้ไหม?

สามารถแต่งหน้าและทาครีมบำรุงผิวได้หลังฉีดไปแล้วประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยแนะนำให้ทำอย่างเบามือและหลีกเลี่ยงการนวดหรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีด

ดื้อโบคืออะไร รักษาได้ไหม?

ภาวะดื้อโบคือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อโบท็อก ทำให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล สามารถแก้ไขได้โดยการหยุดฉีดเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือเปลี่ยนไปใช้โบท็อกยี่ห้อที่มีความบริสุทธิ์สูงซึ่งมีโอกาสดื้อยาน้อยกว่า

หลังฉีดโบต้องเว้นช่วงกี่วันถึงทำหัตถการอื่นได้?

โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการอื่นๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่และประเมินผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนก่อน

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่า ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ใครที่วางแผนจะไปฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอย หรือลิฟกรอบหน้า อย่าลืมนำข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์ที่เราแนะนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเอง รับรองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้ได้ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกที่ดีอย่างแน่นอน

ฉีดโบท็อกซ์ หรือโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) วิธีลดริ้วรอยเหี่ยวย่นอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับท่านใดที่สนใจฉีดโบท็อก แต่ไม่รู้จะไปทำคลินิกฉีดโบท็อกที่ไหนดี สามารถจองคิวมารับบริการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรามีโบท็อกยี่ห้อช้ันนำให้เลือกหลาย ไม่ว่าจะเป็น อัลเลอร์แกน (Botox Allergan), ดิสพอร์ต (Dysport), ซีโอมิน (Xeomin) หรือนาโบตะ (Nabota) ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล ที่สำคัญมีรีวิวฉีดโบท็อกเพียบ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
  • Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic 
  • Line Official Account : @theritzclinic
  • Instagram : theritzclinic.official
  • โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
  • เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

THE RITZ CLINIC มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ และทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ทุกท่านได้ผลลัพธ์ที่โดนใจดั่งต้องการ

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ