
การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือ ฉีดโบท็อก (Botox) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นได้ มีราคาไม่แพง และสามารถอยู่ได้ยาวนาน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะฉีดโบท็อก ไม่ว่าจะเป็น โบท็อกหน้าผาก โบท็อกลดกราม หรือ โบท็อกลิฟกรอบหน้า ในบทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาไปรู้จักกับวิธีเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก รวมถึงข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก และข้อควรระวังที่ควรรู้หลังฉีดโบท็อกกัน เพื่อที่คุณจะได้ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณบ้าง ตามไปดูกันเลย
การเตรียมตัวก่อนฉีดเพื่อให้โบอยู่ได้นาน

แม้ว่าผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญ แต่การเตรียมตัวที่ดีของคนไข้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ การเตรียมตัวอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผิวพร้อมรับการรักษา ลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ และอาจช่วยให้โบท็อกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
- งดวิตามินและยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด: ควรงดยาในกลุ่มแอสไพริน, NSAIDs (เช่น Ibuprofen, Naproxen) รวมถึงวิตามินและอาหารเสริม เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, จิงโกะ และโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนการฉีด เพราะแอลกอฮอล์มีผลทำให้เลือดสูบฉีดและอาจเพิ่มความเสี่ยงของรอยช้ำได้
- แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว: ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยที่สุด
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: ในวันนัดฉีดควรมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ หากรู้สึกไม่สบาย เป็นไข้ หรือมีโรคผิวหนังกำเริบบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนนัดออกไปก่อน
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานยิ่งขึ้น
ช่วงเวลาหลังการฉีดถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ตัวยากำลังเริ่มออกฤทธิ์และเข้าจับกับกล้ามเนื้อเป้าหมาย การปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปยังส่วนที่ไม่ต้องการ และส่งเสริมให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของผลลัพธ์
- ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันที: หลังฉีดในชั่วโมงแรก แนะนำให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ เช่น ยักคิ้ว, ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม เพื่อช่วยให้ตัวยาถูกดูดซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการนอนราบ 3-4 ชั่วโมง: หลังฉีดควรรักษาระดับศีรษะให้ตั้งตรง หลีกเลี่ยงการนอนราบ การก้มหน้า หรือการเอนศีรษะเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของตัวยา
- ห้ามนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ควรงดการสัมผัสใบหน้าอย่างรุนแรง การนวดหน้า หรือการเช็ดถูแรงๆ เพื่อไม่ให้ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น
- งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด: ควรงดการออกกำลังกายอย่างหนัก, การเข้าซาวน่า, การอบไอน้ำ หรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้ร่างกายสัมผัสความร้อนสูงเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
- พิจารณาเสริมแร่ธาตุสังกะสี (Zinc): มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าการรับประทานสังกะสีอาจช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ดีและนานขึ้น แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
8 ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก
ถึงแม้ว่าการฉีดโบท็อก จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกที่จะต้องใส่ใจให้ดี ไม่อย่างนั้นก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ โดย 8 ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกมีดังนี้
1. หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน
เพราะความร้อนเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่จะเข้าไปทำลายตัวยาของโบท็อกได้ ทำให้โบท็อกเสื่อมประสิทธิภาพเร็ว และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี ดังนั้นใครที่เพิ่งไปฉีดโบท็อกมา แนะนำให้ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจนกว่าโบท็อกจะออกฤทธิ์เต็มที่ก่อนก็จะดีที่สุด
2. งดสูบบุหรี่

รู้หรือไม่ว่า สารในบุหรี่อย่างนิโคติน (Nicotine) ไม่เพียงแค่ทำลายสุขภาพของผู้สูบเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเลือด และทำให้ตัวยาของโบท็อกกระจายได้ไม่ดีด้วย ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นใครที่วางแผนจะฉีดโบท็อก แนะนำให้งดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก
3. ห้ามรับประทานอาหารหมักดอง
เพราะว่าอาหารหมักดองอย่างปลาร้า หรือผักผลไม้ดอง มีความเสี่ยงที่จะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบหลังจากฉีดโบท็อกได้
4. งดนวดคลึงบริเวณใบหน้า
ตัวยาโบท็อกจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 – 3 วัน และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 7 – 14 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนวดคลึงบริเวณที่ฉีดโบท็อกไปก่อน เพราาะอาจทำให้ตัวยาไหลยังบริเวณข้างเคียง และเข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ได้
5. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว จะส่งผลต่อการขยายตัวของเลือด ทำให้รบกวนการกระจายตัวของโบท็อก อีกทั้งยังมีส่วนลดการแข็งตัวของเลือด ขับธาตุสังกะสี (Zinc) ออกจากร่างกาย และลดการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำได้ง่ายหลังฉีดโบท็อก และทำให้แผลจากรอยเข็มหายได้ช้าลง
6. งดออกกําลังกายหนัก ๆ

ไม่เพียงแค่การสัมผัสแสงแดดเท่านั้นที่ทำให้เกิดความร้อนบนใบหน้า การออกกำลังกายหนัก ๆ ก็เช่นกัน ถ้าใครไม่อยากให้ตัวยาโบท็อกสลายตัวเร็วเกินไป แนะนำให้งดออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 7 – 14 วันแรกหลังฉีดโบท็อกก็จะดีที่สุด
7. ห้ามกินยาฆ่าเชื้อและยาคลายกล้ามเนื้อบางตัว
เช่น ยาแก้ปวด กลุ่มยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) อย่างแอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) รวมไปถึงวิตามินอี อีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose) สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko) และสมุนไพรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ โสม หรือกระเทียม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก เนื่องจากกลุ่มยาเหล่านี้จะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลช้า และเกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีดโบท็อกได้ง่าย
8. งดนอนราบ 4 ชั่วโมง
หลีกเลี่ยงการนอนราบ นอนตะแคง หรือทำให้ศีรษะต่ำกว่าอก ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อก เนื่องจากจะทำให้โบท็อกกระจายตัวไปยังบริเวณข้างเคียง เข้าไปหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อในมัดที่เราไม่ต้องการ แล้วทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็น อาหารหนังตาตก หรือปากเบี้ยว ซึ่งเป็นอาการที่เป็นแล้ว จะต้องรอให้ฤทธิ์ของโบท็อกหมดเองเท่านั้น
หลังฉีดโบท็อกห้ามกินอะไรบ้าง

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ การเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด และถ้าเป็นไปได้ควรงดต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดรอยช้ำและอาการบวม
- อาหารรสจัดและเผ็ดร้อน: อาหารที่มีรสเผ็ดจัดหรือร้อนจัดอาจกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้หน้าแดง ซึ่งอาจส่งผลต่ออาการบวมได้
- อาหารหมักดอง: อาหารกลุ่มนี้มีสารที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและอาการบวมได้ในบางราย
- อาหารที่มีโซเดียมสูง: การรับประทานอาหารเค็มจัดอาจทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำได้ง่ายขึ้น
- ชาบู ปิ้งย่าง: ควรหลีกเลี่ยงการนั่งหน้าเตาร้อนๆ เป็นเวลานานในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของโบท็อกได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลังฉีดโบท็อกแต่งหน้าได้ไหม? ทาครีมได้ไหม?
สามารถแต่งหน้าและทาครีมบำรุงผิวได้หลังฉีดไปแล้วประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยแนะนำให้ทำอย่างเบามือและหลีกเลี่ยงการนวดหรือถูแรงๆ บริเวณที่ฉีด
ดื้อโบคืออะไร รักษาได้ไหม?
ภาวะดื้อโบคือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อโบท็อก ทำให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล สามารถแก้ไขได้โดยการหยุดฉีดเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือเปลี่ยนไปใช้โบท็อกยี่ห้อที่มีความบริสุทธิ์สูงซึ่งมีโอกาสดื้อยาน้อยกว่า
หลังฉีดโบต้องเว้นช่วงกี่วันถึงทำหัตถการอื่นได้?
โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการอื่นๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่และประเมินผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนก่อน
สรุปบทความ
จะเห็นได้ว่า ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ใครที่วางแผนจะไปฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอย หรือลิฟกรอบหน้า อย่าลืมนำข้อควรระวังหลังฉีดโบท็อกซ์ที่เราแนะนำไปปรับใช้ในการดูแลตัวเอง รับรองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้ได้ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกที่ดีอย่างแน่นอน
สำหรับท่านใดที่สนใจฉีดโบท็อก แต่ไม่รู้จะไปทำคลินิกฉีดโบท็อกที่ไหนดี สามารถจองคิวมารับบริการที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย เรามีโบท็อกยี่ห้อช้ันนำให้เลือกหลาย ไม่ว่าจะเป็น อัลเลอร์แกน (Botox Allergan), ดิสพอร์ต (Dysport), ซีโอมิน (Xeomin) หรือนาโบตะ (Nabota) ทุกเคสได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อการรักษาปัญหาผิวอย่างตรงจุดและเห็นผล ที่สำคัญมีรีวิวฉีดโบท็อกเพียบ รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
- เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
THE RITZ CLINIC มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ และทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ทุกท่านได้ผลลัพธ์ที่โดนใจดั่งต้องการ

