Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

แนะนำ 4 วิธีแก้หลุมสิว

แนะนำ 4 วิธีแก้หลุมสิว ให้หน้าใสสวยปัง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

หลุมสิว เป็นปัญหาผิวที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญอยู่ จัดเป็นปัญหาที่รักษาได้ยากมาก เกิดจากผลแทรกซ้อน หลังจากที่เป็นสิวอักเสบ โดยผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวมักจะก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่อย่าได้กังวลใจไป วันนี้บทความนี้จะมาแนะนำวิธีแก้หลุมสิวที่เห็นผลได้จริงให้กับทุกคนกัน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC หรือผ่าตัดหลุมสิว เป็นต้น รับรองเลยว่าจะสามารถช่วยแก้หลุมสิวให้ทุกคนได้ รับรองว่าหน้าสวยใสดูเป๊ะปังขึ้นได้อย่างแน่นอน

แนะนำ 4 วิธีแก้หลุมสิว

ทำไมถึงเกิดหลุมสิวบนใบหน้า

หลุมสิว เกิดจากการสร้างเนื้อเยื่อเพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิวหลังเกิดสิว แต่เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถสร้างคอลลาเจน (Collagen) และเนื้อเยื่อได้เพียงพอ จึงเกิดเป็นหลุมสิวขึ้น ซึ่งสิวที่มักก่อให้เกิดหลุมสิวจะเป็นพวกสิวอักเสบ เพราะจะทำลายเนื้อเยื่อในบริเวณรอบ ๆ ยิ่งหากกดสิวหรือบีบด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ยิ่งจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น และทิ้งรอยแผลเป็นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

ในกระบวนการหายของแผล ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เป็นการเติมผิวในส่วนที่โดนทำลายไป แต่หากผิวหนังโดนทำลายเยอะ และลึกจนเกินไป จนไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อมาเติมเต็มได้ ส่งผลให้เกิดหลุมสิวได้ และในบางครั้งหลุมสิวก็อาจเกิดจากการสมานแผลที่ไม่สมบูรณ์ เกิดพังผืดขึ้นมาในระหว่างผิวหนังชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ เกิดเป็นหลุมสิวได้เช่นกัน

หลุมสิวมีกี่แบบ

หลุมสิว จะแบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

แบบที่ 1 : Ice Pick Scars

ลักษณะของหลุมสิวรูปแบบนี้ จะเป็นหลุมลึก ปากแผลจะแคบ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิน 2 mm. จัดว่าอยู่ในระดับชนิดที่รุนแรงที่สุด แก้หลุมสิวได้ยากที่สุด โดยสาเหตุเกิดจากการบีบสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือมีการกดสิวที่ไม่ถูกวิธี รักษาได้ยาก เพราะสิวกินเนื้อไปเยอะแล้ว มีการทำลายลึกไปยังชั้นผิวหนังแท้ การฟื้นฟูจะใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าผิวจะกลับมาเรียบเนียน

แบบที่ 2 : Box Scars

ลักษณะของหลุมนี้จะพบว่าเหมือนบ่อเล็ก ๆ มีขนาดกว้าง จะเห็นขอบที่ชัดเจนมาก มีความลึกอยู่ที่ 3-5 mm. จะมีขนาดใหญ่กว่าแบบที่ 1 ความรุนแรงจัดอยู่ระดับปานกลาง โดยจะพบพังผืดเกาะอยู่ที่ชั้นหนังแท้ สาเหตุของสิวชนิดนี้มักมาจากการอักเสบ และพบในคนที่เป็นอีสุกอีใส

แบบที่ 3 : Rolling Scars

ลักษณะของหลุมนี้ จัดให้อยู่ในระดับหลุมสิวทั่วไป โดยจะเป็นหลุมตื้น ๆ เท่านั้น รอยแผลจะกลม ๆ หรือรูปรี โค้งคล้ายก้นกระทะ มีการเว้าแหว่งไม่ลึก รักษาได้ง่ายกว่าหลุมสิวประเภทอื่น ๆ

รวมวิธีแก้หลุมสิวที่ได้ผลจริง

รวมวิธีแก้หลุมสิวที่ได้ผลจริง

ในปัจจุบันนี้มีวิธีแก้หลุมสิวหลากหลายวิธี เพราะหลุมสิวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง  แถมยังรักษาได้ยากกว่าจะกลับมามีผิวเรียบเนียนได้อีกครั้ง ทำให้แต่ละคนต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อทำการรักษา และในบางกรณีแม้จะทายา ทาครีมก็ไม่สามารถเติมเต็มผิวให้เรียบเนียนได้ดังเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยีทางความงามในปัจจุบันได้เข้ามาช่วยให้เราจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยากอีกต่อไป 

1. แก้ด้วยเทคนิค DLLC 

การรักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC หรือ Double Layer And Laser Combination ซึ่งคิดค้นและมีพัฒนามาโดย The Ritz Clinic สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพปัญหาของผิวแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์การรักษาหลุมสิวมากที่สุด พัฒนามาจากเทคโนโลยี Picosecond Laser โดยต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ร่วมด้วยกับการใช้เลเซอร์พิเศษ LIOB หรือ Laser Induced Optical Breakdown พร้อมหัวยิงแบบเฉพาะตัว คือ Full Beam  และหัว Fractional ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการรักษาหลุมสิว 

จะแตกต่างจากโปรแกรม Pico laser ทั่วไป มอบผลลัพธ์ในการรักษาหลุมสิวที่ดียิ่งขึ้น หลุมสิวลดลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แม้กระทั่งหลุมสิวที่ลึก กว้าง ก็กลับมาตื้นขึ้นได้อีกครั้ง อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาแข็งแรงได้ไวกว่าโปรแกรม Pico laser อื่น ๆ 

2. แก้ด้วยวิธีเลเซอร์ Pico

วิธีแก้หลุมสิวด้วยวิธีเลเซอร์ Pico หรือ Picosecond Laser ที่มีการใช้พลังงานเลเซอร์ยิงลงไปบนผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และผิวพรรณที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้หลุมสิวลดลง ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ และช่วยให้ผลัดเซลล์ผิวเก่าได้ดียิ่งขึ้น และพร้อมช่วยกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี แต่หลังทำจะมีอาการร้อนผ่าวบริเวณหน้าประมาณ 1-2 ชั่วโมง และควรงดการแต่งหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น

3. ฉีดฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพื่อช่วยแก้ไขหลุมสิว ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเลือกทำหัตถการนี้ ไม่น้อยไปกว่าการฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกหน้าเลย เนื่องจากสามารถทำร่วมกับการรักษาต่าง ๆ ได้ หากต้องการให้ผลลัพธ์ออกมารวดเร็วทันใจ การเติมสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ฉีดเพิ่มเข้าไปด้วย จะช่วยเติมเต็มหลุมสิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวอีกด้วย เมื่อฉีดเข้าไปแล้วหลุมสิวจะดูตื้นขึ้นทันทีหลังฉีด เรียกได้ว่าเป็นวิธีแก้หลุมสิวฉบับเร่งด่วน ผิวสวยได้ทันทีหลังฉีดเลยล่ะ

4. ผ่าตัดหลุมสิว

การผ่าตัดหลุมสิว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแก้หลุมสิวได้จริง โดยจะใช้เป็นเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็ก อยู่ที่ 2-3 mm. มาตัดในบริเวณที่เกิดหลุมสิวขึ้น เพื่อตัดเนื้อเยื่อพังผืดที่เหนี่ยวรั้งให้ผิวยุบตัวลง ต่อมาทางแพทย์จะดึงขอบทั้ง 2 ข้างที่ผิวให้เรียบเนียนตามผิวปกติ เหมาะอย่างยิ่งในการรักษาหลุมสิวในรูปแบบ Ice Pick Scars นั่นเอง และหลุมสิวในชนิด Boxcar Scar โดยขนาดไม่ควรเกิน 3 mm. 

หลุมสิวมีกี่แบบ

สรุปบทความ

หลุมสิวเป็นปัญหาผิว ที่จะลดทอนความมั่นใจในตัวคุณ ซึ่งมีหลุมสิวแบ่งออกเป็นหลัก ๆ  3 ชนิด คือ ชนิด Ice Pick Scar, ชนิด Box Scar และชนิด Rolling Scar แต่ละชนิดก็ล้วนมีวิธีแก้ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป โดยมีวิธีแก้หลุมสิวด้วยกันหลายวิธีที่จะทำใบหน้ากลับมาสวยปังดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขด้วยเทคนิค DLLC, แก้ด้วยวิธีเลเซอร์ Pico, ฉีดฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน และการผ่าตัดหลุมสิวนั่นเอง สำหรับท่านใดที่กำลังเผชิญกับหลุมสิวอยู่ ทั้งนี้แนะนำให้เลือกรักษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ที่สำคัญต้องปลอดภัย คลินิกได้มาตรฐานและใช้เครื่อง Picosecond Laser ของแท้เท่านั้น

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ