Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Pico Toning vs Pico Fractional ต่างกันอย่างไร?

ไขข้อสงสัย Pico Toning vs Pico Fractional ต่างกันอย่างไร?

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เทคโนโลยี Picosecond Laser ได้เข้ามาปฏิวัติวงการเลเซอร์ผิวหนัง ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาที่เห็นผลชัดเจนและผลข้างเคียงที่น้อยลง แต่เมื่อต้องตัดสินใจ หลายคนกลับสับสนกับชื่อโหมดการรักษาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคู่ที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันเสมออย่าง Pico Toning vs Pico Fractional ซึ่งแม้จะมาจากเครื่องเลเซอร์เดียวกัน แต่กลับมีเป้าหมายในการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาไขทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณเลือกโหมดการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณได้อย่างแท้จริง

Picosecond Laser เทคโนโลยีเดียว แต่หลากหลายการรักษา

Picosecond Laser เทคโนโลยีเดียว แต่หลากหลายการรักษา

ก่อนจะไปเปรียบเทียบความแตกต่าง สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่อง Picosecond Laser หนึ่งเครื่อง สามารถปรับโหมดการปล่อยพลังงานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือนเครื่องมือช่างที่มีหัวเปลี่ยนหลายแบบ ซึ่ง Pico Toning และ Pico Fractional ก็คือสองโหมดการรักษาหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวคนละด้านโดยเฉพาะ

Pico Toning เน้นจัดการ “เม็ดสี” เพื่อผิวใสไร้จุดด่างดำ

สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องจุดด่างดำ รอยสิว หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ Pico Toning คือคำตอบของการรักษาที่เน้นการปรับคุณภาพ “สีผิว” โดยตรง เป็นโหมดการยิงเลเซอร์ที่อ่อนโยน แต่มีประสิทธิภาพสูงในการเคลียร์ปัญหาเม็ดสีส่วนเกิน ทำให้ผิวโดยรวมกลับมาดูกระจ่างใสและเรียบเนียนสม่ำเสมออีกครั้ง

หลักการทำงาน

Pico Toning คือการปล่อยพลังงานเลเซอร์แบบวงกว้าง (Broadbeam) ด้วยความเร็วสูง เพื่อเข้าไปทำลายเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติในผิวชั้นตื้นให้แตกตัวออกเป็นอนุภาคเล็ก ๆ โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน จากนั้นร่างกายจะกำจัดเม็ดสีที่แตกละเอียดแล้วออกไปตามกระบวนการปกติ

เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

โหมดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับ “สีผิว” เป็นหลัก เช่น

  • ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
  • รอยดำจากสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation)
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ และความหมองคล้ำ

จุดเด่น

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Pico Toning คือ ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติทันที

  • ไม่ต้องพักฟื้น: จุดเด่นที่สุดคือสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำเสร็จ จึงถูกเรียกว่าเป็น “Lunchtime Laser” ที่สามารถแวะมาทำในช่วงพักกลางวันได้เลย
  • อ่อนโยนต่อผิว: เป็นโหมดที่ปล่อยพลังงานอย่างนุ่มนวล ไม่ทำให้เกิดแผล ไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว และไม่ทำให้ผิวบางลง
  • เห็นผลลัพธ์เร็ว: สามารถสังเกตได้ว่าผิวหน้าดูกระจ่างใสและจุดด่างดำจางลงตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ที่ทำ และจะยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง

Pico Fractional เน้นฟื้นฟู “โครงสร้างผิว” เพื่อความเรียบเนียน

Pico Fractional เน้นฟื้นฟู "โครงสร้างผิว" เพื่อความเรียบเนียน

ในทางกลับกัน หากปัญหาหลักของคุณไม่ใช่เรื่องสีผิว แต่เป็นเรื่อง “ผิวสัมผัส” ที่ไม่เรียบเนียน เช่น หลุมสิว รูขุมขนกว้าง หรือริ้วรอยร่องตื้น Pico Fractional คือโหมดการรักษาที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในโดยเฉพาะ เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและสร้างผิวใหม่ที่แข็งแรงและเรียบเนียนกว่าเดิม

หลักการทำงาน

Pico Fractional คือการยิงพลังงานเลเซอร์ให้เกิดเป็นลำแสงขนาดเล็กจำนวนมาก (Fractionated beam) ลงไปใต้ผิว ทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ (Micro-injury) ในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเองและสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินขึ้นมาใหม่

เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

โหมดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาเชิง “โครงสร้างผิว” ที่ต้องการความเรียบเนียน เช่น

  • หลุมสิว (เป็นวิธี รักษาหลุมสิว ที่มีประสิทธิภาพสูง)
  • รูขุมขนกว้าง
  • ริ้วรอยร่องตื้น
  • แผลเป็นบางชนิด

จุดเด่น

จุดเด่นของ Pico Fractional คือสามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างผิวได้ถึงชั้นลึก อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นเล็กน้อย โดยจะมีรอยแดงหรือสะเก็ดเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 วันหลังทำ

  • แก้ปัญหาที่ต้นตอ: เป็นการรักษาที่ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ แก้ปัญหาโครงสร้างผิวจากภายใน ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเป็นธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์ครอบคลุม: นอกจากจะช่วยเรื่องหลุมสิวแล้ว ยังช่วยให้รูขุมขนกระชับและริ้วรอยเล็ก ๆ จางลงไปพร้อมกัน ทำให้คุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • พักฟื้นน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์: แม้จะมีรอยแดงหรือสะเก็ดบ้าง แต่ใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่กี่วัน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเลเซอร์รักษาหลุมสิวแบบดั้งเดิม

สรุปความแตกต่างของ Picotoning vs Pico Fractional

คุณสมบัติPico ToningPico Fractional
เป้าหมายการรักษาจัดการเม็ดสี (Pigment)ฟื้นฟูโครงสร้างผิว (Texture)
ปัญหาผิวที่ตอบโจทย์รอยดำ ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอหลุมสิว รูขุมขน ริ้วรอย
การพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นอาจมีรอยแดง 2-3 วัน
ความรู้สึกขณะทำรู้สึกอุ่น ๆ คล้ายหนังยางดีดเบา ๆรู้สึกเจ็บกว่าเล็กน้อย (มีการใช้ยาชา)

สามารถทำทั้งสองโหมดพร้อมกันได้หรือไม่?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวซับซ้อน เช่น มีทั้งรอยดำและ หลุมสิว ในบริเวณเดียวกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถวางแผนการรักษาโดยใช้ทั้งสองโหมดร่วมกันในครั้งเดียวได้ เพื่อให้การรักษาครอบคลุมทุกปัญหาและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดค่าพลังงานที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อยากให้หน้าโดยรวมดูกระจ่างใสขึ้น ควรเลือกโหมดไหน?

หากเน้นเรื่อง “สีผิว” และความกระจ่างใส ให้เลือก Pico Toning แต่หากเน้นเรื่อง “ความเรียบเนียน” ของผิว ให้เลือก Pico Fractional

รักษาหลุมสิวต้องทำ Pico Fractional กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นว่า หลุมสิวตื้นขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ 2-3 และแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 5-7 ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา

ทำ Pico Fractional แล้วหน้าจะเป็นแผลเป็นไหม?

หลังทำอาจมีเพียงสะเก็ดเล็ก ๆ ซึ่งจะหลุดลอกออกไปเองภายใน 3-5 วัน และจะเผยผิวใหม่ที่เรียบเนียนขึ้น สิ่งสำคัญคือห้ามแกะหรือเกาโดยเด็ดขาด

Pico Laser อันตรายไหม?

ไม่อันตรายหากอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์ เพราะเป็นเลเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวชั้นบน ลดความเสี่ยงผิวไหม้ได้ดี

Pico Laser ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นว่าผิวดูกระจ่างใสและรอยดำจางลงตั้งแต่ครั้งแรกหลังทำ แต่เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจน แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

Pico Laser ดีไหม?

Pico Laser ถือว่าดีมากในการรักษาปัญหาเม็ดสี เช่น ฝ้า กระ รอยดำ เพราะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีและเจ็บน้อยกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า โดยเห็นผลชัดเจนและใช้เวลาพักฟื้นน้อย

สรุปบทความ

สรุปแล้ว การเปรียบเทียบ Pico Toning vs Pico Fractional นั้น ไม่มีโหมดไหนดีไปกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่า “ปัญหาผิวหลัก” ของคุณคืออะไร หากคุณกังวลเรื่องรอยดำ ฝ้า กระ Pico Toning คือคำตอบ แต่หากคุณต้องการ รักษาหลุมสิว และฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน Pico Fractional จะเหมาะสมกว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วิเคราะห์สภาพผิวและเลือกโหมดการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ THE RITZ CLINIC เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลยครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ร่องลึกใต้ตา ตาโหล เกิดจากอะไร รู้สาเหตุและวิธีรักษาให้หน้าดูเด็กขึ้น

ปัญหาร่องลึกใต้ตาและดวงตาที่ดูโหล ไม่สดใส เป็นสัญญาณที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนล้าและมีอายุเกินวัย สร้างความกังวลใจให้ใครหลายคนไม่น้อย การทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาและแนวทางการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ THE RITZ CLINIC จะพาคุณไปรู้จักกับสาเหตุของร่องลึกใต้ตา…
Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III คืออะไร รู้จักเทคโนโลยียกกระชับ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ในยุคที่เทรนด์ความงามมุ่งเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติและการดูแลตัวเอง การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ Ultraformer III ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกว่าสามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วันนี้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก THE RITZ…
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร ยกกระชับผิวได้อย่างไร

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนที่จะทำ Ulthera SPT (อัลเทอร่า) คืออะไร? ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร? เหมาะกับใคร? ทำบริเวณไหนได้บ้าง? ราคาเท่าไหร่? ข้อมูลครบจบในที่เดียว

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ