หลายคนที่กำลังสนใจฉีดโบท็อก มักจะมีคำถามว่า ‘ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?’ และจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง วันนี้ THE RITZ CLINIC จะมาไขข้อสงสัยทุกเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดโบท็อก พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย
โบท็อกคืออะไร ทำงานอย่างไร
โบท็อก (Botox) หรือชื่อเต็มว่า Botulinum Toxin เป็นสารชนิดหนึ่งที่สกัดมาจากแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) แล้ว ว่าปลอดภัยสำหรับใช้วงการเสริมความงาม
ซึ่งโบท็อกจะทำงานโดยยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อผ่อนคลาย ก็จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้ และผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน
โบท็อกอันตรายไหม ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หลายคนอาจกังวลเรื่องความปลอดภัยในการฉีดโบท็อก เรามาดูข้อเท็จจริงกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างไร
Botox อันตรายไหม
โบท็อกที่ใช้ในวงการเสริมความงามนั้นมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา และมีการควบคุมปริมาณที่ใช้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งในการทำหัตถการจะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยรองรับมากมาย และมีประวัติการใช้ในวงการเสริมความงามมาอย่างยาวนาน
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย
การดูแลตัวเองที่ถูกต้องหลังฉีดโบท็อกมีความสำคัญมาก โดยจะแนะนำให้ดูแลตัวเอง ดังนี้
24 ชั่วโมงแรก
- ไม่นอนคว่ำ
- ไม่นวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
- งดอาบน้ำร้อน
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
1 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิด รวมถึงแสงแดดด้วย
- งดการนวดหน้า
- ไม่ทำทรีตเมนต์ใบหน้า
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ข้อแนะนำระยะยาว
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- รักษาสุขภาพผิวให้มีความชุ่มชื้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงความเครียด
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดโบท็อก
แม้ว่าโบท็อกจะมีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้
ผลข้างเคียงทั่วไป (พบบ่อย)
- เกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีด
- มีอาการบวมเล็กน้อย
- รู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด
- มีอาการปวดเล็กน้อย
- มีรอยแดงตามจุดที่ฉีด
ผลข้างเคียงที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน (พบได้น้อย)
- หายใจลำบาก หายใจไม่ออก
- หน้าบวม คอบวม ลิ้นบวม
- เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หรือปวดศีรษะรุนแรง
- มีผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว
- เสียงเปลี่ยน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ หนังตาตก
- รู้สึกชาหรือเป็นอัมพาตบริเวณใบหน้า
- มีไข้สูง
- คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
- บริเวณที่ฉีดบวมแดง แสบร้อน หรือรู้สึกเจ็บมาก
- มีหนอง
- ผิวหนังเปลี่ยนสี หรือมีรอยช้ำ
ใน 1 ปี ควรฉีดโบท็อกกี่ครั้ง
เพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะแนะนำให้ฉีดโบท็อกประมาณ 2-3 ครั้งต่อปี โดยเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดแต่ละครั้งอย่างน้อย 4 เดือน เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นแลสร้างภูมิต้านทาน ทั้งนี้ ความถี่ในการฉีดจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วย เช่น อายุ สภาพผิว และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าของแต่ละคน ดังนั้น THE RITZ CLINIC จึงขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์ช่วยวางแผนการทำหัตถการที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ฉีดโบท็อกอย่างมั่นใจที่ THE RITZ CLINIC ปลอดภัยและเชื่อถือได้

หากถามว่า ‘ฉีดโบท็อกอันตรายไหม?’ THE RITZ CLINIC ก็ขอตอบว่า หากฉีดโบท็อกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ความเสี่ยงในการฉีดก็จะน้อยมาก ซึ่งที่ THE RITZ CLINIC เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใส่ใจใกล้ชิดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัย วางแผนการรักษา ไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา เราใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขาใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


