Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

กระตุ้นคอลลาเจน เพื่อฟื้นฟูผิวให้กระชับ เต่งตึง

กระตุ้นคอลลาเจน เพื่อฟื้นฟูผิวให้กระชับ เต่งตึง

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

คอลลาเจน ส่วนประกอบสำคัญของผิวที่จะช่วยคงสภาพผิวตึงกระชับและอ่อนเยาว์ แต่เมื่อไหร่ที่ปริมาณคอลลาเจนในร่างกายลดลงก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวได้ ฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ามีวิธีไหนที่จะสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้กลับมาตึงกระชับและอ่อนเยาว์อีกครั้งได้บ้าง? ตามมาอ่านกันได้เลย 

คอลลาเจนสำคัญกับร่างกายอย่างไร

คอลลาเจน (Collagen) โปรตีนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้น มีมากถึง 75% ของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของทั้งโครงสร้างผิว กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น หลอดเลือด รวมถึงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จึงถือว่าคอลลาเจนมีความสำคัญอย่างมากกับสุขภาพร่างกายและผิวพรรณ 

แต่รู้หรือไม่? ว่าเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนได้ลดน้อยลงกว่าปกติ เนื่องจากเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ บวกกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจทำร้ายคอลลาเจนโดยไม่รู้ตัว จึงปรากฏเป็นสัญญาณแห่งความร่วงโรยของผิว อย่างริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และผิวแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัด 

เมื่อคอลลาเจนลดลง ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

เมื่อคอลลาเจนลดลง ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

เมื่อไหร่ที่ปริมาณคอลลาเจนของร่างกายลดน้อยลง อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและผิวพรรณ ดังนี้ 

ผิวหนังหย่อนคล้อย

สัญญาณแรก ๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อผิวขาดคอลลาเจน คือปัญหาผิวหย่อนคล้อย และริ้วรอยบนผิว เนื่องจากโครงสร้างผิวขาดความยืดหยุ่น และมีลักษณะที่บางลง ทำให้ผิวสูญเสียปริมาตร เกิดเป็นริ้วรอยความหย่อนคล้อยได้ง่าย

ผิวแห้งกร้าน

เพราะคอลลาเจนสามารถช่วยคงความกระชับและชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่คอลลาเจนลดลง ผิวของเราก็จะเริ่มส่งสัญญาณความแห้งกร้านออกมา เนื่องจากผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไป และอาจทำให้ผิวดูหมองคล้ำ ไม่สดใสได้อีกด้วย

ผมร่วง

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่เซลล์รากผม ถ้าหากปริมาณคอลลาเจนลดลง ก็ย่อมส่งผลต่อสุขภาพและความแข็งแรงของรากผมเช่นกัน และทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมาได้ รวมถึงยังมีส่วนทำให้เล็บเปราะบางแตกหักง่ายได้ด้วยเช่นกัน 

เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ

เมื่อผิวบางลง เพราะร่างกายสูญเสียคอลลาเจน บวกกับการสัมผัสรังสียูวีในแสงแดด อาจทำให้ผิวพรรณของเราที่เคยเรียบเนียน มีสีผิวสม่ำเสมอ และขาวกระจ่างใส กลายเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำตามมาได้ ทำให้ผิวหน้าดูโทรม ไม่สดใส และมีปัญหาผิวขาดน้ำร่วมด้วยนั่นเอง

วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ปรับผิวหน้าให้เต่งตึง

วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ปรับผิวหน้าให้เต่งตึง

จะเห็นได้ว่าเมื่อร่างกายของเรามีปริมาณคอลลาเจนที่ลดน้อยลงนั้นส่งผลเสียต่อผิวได้เยอะมาก ทั้งผิวหย่อนคล้อย แห้งกร้าน เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ง่าย หรือแม้แต่ผมร่วงด้วยเช่นกัน ฉะนั้นควรรีบหาวิธีที่จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เรียกคืนผิวสุขภาพดีกลับมาอีกครั้งโดยด่วน ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ 

ทำหัตถการความงาม

หากต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลรวดเร็ว และผลลัพธ์อยู่ได้นานนับปี แนะนำว่าควรเข้ารับบริการทำหัตถการความงามโดยฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น Sculptra Radiesse และ Rejuran โดยมีรายละเอียดที่ต่างกันดังนี้

1. Sculptra

Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวโดยอาศัยอนุภาคของ PLLA หรือ Poly-L-Lactic Acid กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรลาสต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้หลังฉีดมีปริมาณคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจึงเต่งตึง อิ่มฟู ริ้วรอยต่าง ๆ ก็แลดูตื้นขึ้น โดยผลลัพธ์หลังการฉีดกระตุ้นคอลลาเจนจะอยู่ได้ยาวนานมากถึง 2 ปีเลยทีเดียว  

2. Radiesse

ตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวที่มาในรูปแบบของเจลมีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA หรือ Calcium hydroxylapatite ผสมกับน้ำกลั่น กลีเซอรีน และ Sodium Carboxymethylcellulose ซึ่งสามารถช่วยเติมเต็มผิวไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวอิ่มเอิบ อ่อนเยาว์มากขึ้น โดยมอบผลลัพธ์หลังฉีดยาวนานถึงประมาณ 18 เดือน 

3. Rejuran

ทางเลือกในการกระตุ้นคอลลาเจนพร้อมบูสต์ผิวฉ่ำสุขภาพดี ตัวดังจากเกาหลีที่อัดแน่นไปด้วย โพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide) หรือ PN ความเข้มข้นสูง 2% ที่สกัดมาจาก DNA ปลาแซลมอนในทะเลตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยฟื้นบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ช่วยลดเลือนริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก 

รับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง

การเลือกรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง ถือเป็นอีกวิธีที่สามารถช่วยเสริมการผลิตคอลลาเจนให้กับผิวได้ง่าย ๆ โดยกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนนั้นมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 

  • กลุ่มอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า เช่น  ปลาทะเลจำพวกแซลมอน และทูน่า 
  • กลุ่มผัก ผลไม้ที่มีวิตามินสูง เช่น ผลไม้กลุ่มซิตรัส ผลไม้ตระกูลเบอร์รี และฝรั่ง 
  • ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ และนมถั่วเหลือง 
  • กระดูกและกระดูกอ่อนของสัตว์ เช่น หมู ไก่ วัว และก้างปลา 

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายคอลลาเจน 

มากไปกว่าการหาวิธีที่จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนแล้ว ขณะเดียวกันก็ควรหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้คอลลาเจนเกิดความเสียหายและมีปริมาณลดลงด้วย โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจเสี่ยงทำร้ายคอลลาเจน ดังนี้

  • การไม่ทาครีมกันแดด เพราะในแสงแดดมีรังสียูวีที่มีส่วนทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ และเกิดปัญหาผิวนานัปการตามมาได้ เช่น ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้เป็นได้สิวง่าย
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สุขภาพผิวแย่ลง เพราะส่งผลให้มีปริมาณคอลลาเจนลดน้อยลง ทำให้ผิวเกิดความเหี่ยวย่นได้ง่าย รวมถึงทำให้ใต้ตาดำคล้ำไม่สดใสอีกด้วย
  • การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ยังทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • การทานของหวาน และอาหารรสหวาน ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและน้ำหนักตัวแล้ว หากมีปริมาณน้ำตาลสูงมากเกินไปก็จะทำลายเซลล์ผิวต่าง ๆ และพาให้ผิวดูโทรมได้เช่นกัน

สรุป

คอลลาเจนถือเป็นองค์ประกอบของผิวที่สำคัญอย่างมาก เพราะสามารถช่วยคงสภาพผิวที่อ่อนเยาว์ ตึงกระชับ ให้ห่างไกลจากปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการเติมคอลลาเจนให้ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง หรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจลดปริมาณคอลลาเจนแล้ว หัตถการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Sculptra Radiesse และ Rejuran ก็ถือเป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว 

สำหรับใครที่สนใจฉีดกระตุ้นคอลลาเจนด้วยหัตถการทางการแพทย์เหล่านี้ สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ THE RITZ CLINIC เรามีคุณหมอผู้ชำนาญการพร้อมช่วยประเมินปัญหาผิวและออกแบบการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ