Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ร่องน้ำหมากเด่นชัด แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ร่องน้ำหมากเด่นชัด แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ในปัจจุบันนี้ปัญหาร่องน้ำหมากบนใบหน้า ไม่ได้พบเพียงแค่ในผู้ที่มีอายุมากขึ้นเท่านั้น เพราะมีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะนี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ยิ้มบ่อย หรือแสดงสีหน้าบ่อย เป็นต้น นับว่าเป็นตัวการที่ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง เนื่องจากจะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัยและไม่สดใส ในบทความนี้จึงจะมาแนะแนวการแกไขปัญหาร่องน้ำหมากเด่นชัดที่ปลอดภัยด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

ร่องน้ำหมากเด่นชัด แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ร่องน้ำหมากคืออะไร

ร่องน้ำหมาก (Marionette Lines) คือ ริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดตั้งแต่บริเวณมุมปากลงมา ในบางรายจะเห็นเป็นเส้นบริเวณร่องมุมปากลากยาวลงมา โดยเฉพาะเมื่อแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการหัวเราะ การยิ้ม หรือการขมวดคิ้ว จะเห็นเป็นร่องน้ำหมากชัดเจนยิ่งขึ้น จัดว่าเป็นริ้วรอยประเภท ริ้วรอยจากการขยับ (Dynamic Wrinkle)

แต่จะมีบางรายในกรณีที่ไม่ได้ขยับใบหน้า ไม่มีการแสดงสีหน้าใด ๆ แต่ยังเห็นร่องมุมปากตกขึ้นได้ ในกรณีนี้จัดว่าเป็นริ้วรอยประเภท Static Wrinkle เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อเริ่มมีอายุเข้าใกล้เลข 4 ก็จะเริ่มมีร่องน้ำหมาก รวมไปถึงริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า โดยจะเห็นแนวกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้น เกิดการหย่อนคล้อย ชั้นไขมันในผิวหน้าน้อยลงและกระดูกขากรรไกรยุบตัวลง  เนื้อหย่อนคล้อยลงมากองที่มุมปาก ทำให้ดูแก่ก่อนวัย เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญ

ลักษณะของร่องน้ำหมาก

ร่องน้ำหมากมีลักษณะเป็นริ้วรอยตั้งแต่บริเวณมุมปากลากลงมา จะคล้ายกับเส้นแนวตั้งบริเวณมุมปากของหุ่นกระบอกนั่นเอง ซึ่งหลาย ๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าคือรอยร่องแก้ม แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่ร่องแก้ม เนื่องจากหากเป็นร่องแก้มจะมีริ้วรอยร่องแก้มที่จะมีแนวเริ่มตั้งแต่ปีกจมูกยาวไปจนถึงปาก

ร่องน้ำหมากเกิดจากอะไร 

ร่องน้ำหมาก เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวภายในจากอายุที่มากขึ้น ทำให้กระบวนการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ทำได้ลดลง ผิวเริ่มขาด Collagen, Elastin, ขาดสารช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นในผิว รวมไปถึงสารต่าง ๆ ในร่างกายที่เคยสามารถผลิตขึ้นมาเองได้ จะเริ่มผลิตได้น้อยลงเรื่อย ๆ ยิ่งอายุเยอะจึงยิ่งหย่อนคล้อยยิ่งขึ้นนั่นเอง อีกทั้งไขมัน Baby Fat จะฝ่อตัวลง และกล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มเสื่อม จนเกิดริ้วรอยร่องลึกที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้หน้าดูแก่ก่อนวัย 

ทั้งนี้ยังเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ด้วย เช่น เกิดจากการยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้มโดยตรง พฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือแม้กระทั่งการตากแดดบ่อย ๆ หรือสัมผัสมลภาวะที่ทำร้ายผิว ก็ล้วนส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ขาดความกระชับเต่งตึง เมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มเยอะก็จะทำให้ผิวเกิดเป็นริ้วรอยตามรอยพับได้ง่ายกว่าปกติ

ลดร่องน้ำหมากได้ด้วยฟิลเลอร์

ลดร่องน้ำหมากได้ด้วยฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก คือ การฉีดสารเติมเต็ม hyaluronic acid เข้าไปที่บริเวณร่องมุมปาก ที่เป็นร่องลึก จะช่วยพยุงชั้นผิวที่ยุบตัว หรือเสื่อมสภาพ ให้กลับมามีผิวเติมเต็ม เรียบเนียน เป็นวิธีแก้ปัญหาร่องน้ำหมากยอดฮิต ที่เห็นผลชัดเจนและมีความปลอดภัยสูง 

โดยผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมาก และปัญหาร่องแก้มลึกจากการยุบตัวชั้นผิวของกระดูก จะสามารถทำฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก ร่วมกับฟิลเลอร์ร่องแก้มได้ ซึ่งจะใช้วิธีการเติมฟิลเลอร์ใต้เติมเต็มเนื้อบริเวณร่องน้ำหมากและร่องแก้ม โดยฉีดเข้าไปชั้นกระดูกใต้กล้ามเนื้อ จะช่วยให้ผิวอิ่มฟู เต่งตึง และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้นได้

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักแนะนำให้ทั้งฟิลเลอร์ร่องแก้มและร่องน้ำหมากพร้อมกัน เพราะถ้าแก้ร่องน้ำหมากอย่างเดียว ก็จะทำให้ร่องแก้มดูเด่นชัดขึ้น ดังนั้นควรแก้ไขปัญหาเหล่านี้พร้อมกัน เพื่อให้ได้ใบหน้าที่อ่อนเยาว์อย่างเห็นผลได้ชัดเจนนั่นเอง

ก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ดูแลตัวเองยังไง

ก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • ปรึกษาแพทย์ถึงปัญหาที่ต้องการแก้ไข และวางแผนการรักษา
  • ในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
  • ควรงดยาแอสไพริน NSAIDs เป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยารักษา เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลทำให้เกิดอาการบวมได้ง่าย
  • ควรงดวิตามิน เช่น garlic, Vitamin E เป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์ก่อนทำหัตถการ
  • ควรงดการแวกซ์ขน การโกนขน รวมถึงงดผลัดเซลล์ผิวก่อนอย่างน้อย 3 วัน
  • หลีกเลี่ยงทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า และการทำเลเซอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

หลังฉีดฟิลเลอร์

  • ไม่ควรให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อนอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น อาบน้ำอุ่น โดนแสงแดดนาน ๆ อบซาวน่า เป็นต้น
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 2 วันหลังทำหัตถการ
  • ไม่สัมผัสใบหน้าด้วยความรุนแรง ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มา 
  • งดการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีด
  • สามารถใช้ผ้าประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวมได้ แต่ต้องเบามือ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนตำแหน่ง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารแสลงและอาหารดิบ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดนวดหน้า ทำทรีตเมนต์ หรือทำหัตถการอื่น ๆ อย่างเลเซอร์อย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ

ร่องน้ำหมากคืออะไร

สรุปบทความ

ร่องน้ำหมาก เป็นริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดตั้งแต่บริเวณมุมปากลงมา ทำให้ดูหน้าแก่เกินวัย แต่สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องน้ำหมากเป็นหลัก จะช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้น กลับมามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้ดี แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก ร่วมกับฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยเรียกคืนความอ่อนเยาว์กลับมาได้อีกครั้ง

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ