Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

หน้าเป็นฝ้าเกิดจากอะไร รักษาอย่างไรให้เห็นผล

- By Dr. Ritz
หน้าเป็นฝ้าเกิดจากอะไร รักษาอย่างไรให้เห็นผล

หน้าเป็นฝ้า ปัญหาผิวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมาก เนื่องจากฝ้ามักจะมีลักษณะเป็นจุดด่างดำทั่วใบหน้า ทำให้ผิวหน้าดูไม่ขาวสว่างกระจ่างใส แต่งหน้าไม่เนียน ซึ่งสาเหตุของฝ้ามีหลายปัจจัยมาก ๆ เช่น ยูวีจากแสงแดด กรรมพันธุ์ เป็นต้น ในส่วนของการรักษา ไม่สามารถรักษากันได้ง่าย ๆ ต้องใช้ครีมที่ลดเม็ดสี ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไร หรือการใช้พิโค่เลเซอร์ในการรักษา ก็ถือเป็นแนวทางการรักษาที่น่าสนใจ และให้ผลการรักษาที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาฝ้าขึ้นหน้าอยู่ สามารถหาแนวทางรักษาฝ้าให้หายขาดได้ ที่นี่

หน้าเป็นฝ้าเกิดจากอะไร

หน้าเป็นฝ้า ไม่ใช่ปัญหาผิวที่น่ากังวลใจ หากรู้สาเหตุและวิธีในการรับมือ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดฝ้าบนใบหน้าของคนไทย มี 5 ข้อ ต่อไปนี้

  1. ยูวีจากแสงแดด เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวีเอและยูวีบีอยู่ ซึ่งทั้งสองรังสีจะเข้ามาทำลายผิวให้ผิวเบิร์น หมองคล้ำ หากไม่ทาครีมกันแดดป้องกัน เมื่อผิวหน้าถูกทำลายมาก ๆ ก็จะเกิดฝ้าได้ในที่สุด
  2. ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งอาจเกิดจากต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ มีผลให้ผลิตเม็ดสีออกมาไม่สมดุล ส่งผลให้ผิวเกิดฝ้าได้ ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับหญิงที่ทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ
  3. อายุที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยความที่อายุมากขึ้น ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายเสื่อมถอย ผิวพรรณเหี่ยวย่น ไวต่อแสง จึงมีโอกาสเกิดฝ้าได้สูงมาก
  4. กรรมพันธุ์ เช่น ถ้าเรามีพ่อหรือแม่ที่เป็นฝ้า ก็มีโอกาสที่เราจะหน้าเป็นฝ้าเช่นเดียวกัน 
  5. การทานยาหรือการเป็นโรคบางชนิด
  6. พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดฝ้าได้ง่ายที่สุด คือ การไม่ทาครีมกันแดดหรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำมาก ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอและรังสียูวีบี และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าที่มีสารเคมี ทำให้ผิวเปราะบาง ไวต่อแสง รวมไปถึงการขัดหน้าบ่อย ๆ ทำให้ผิวหน้าบางลง จนเกิดฝ้าได้ง่าย

ฝ้าบนหน้ามีกี่แบบ

ฝ้าที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ไม่ได้เกิดเพียงชนิดหนึ่งเท่านั้น แม้รูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็นเป็นจุดด่างดำจะคล้ายกัน ทว่าในทางการแพทย์มีรายละเอียดลึกซึ้งมากกว่านั้น รวมไปถึงการรักษาฝ้าแต่ละแบบมีก็ความยากง่ายแตกต่างกันด้วย โดยฝ้าจะแบ่งออกเป็น 4 แบบ หลัก ๆ ดังนี้

  1. ฝ้าตื้น ลักษณะของฝ้าชนิดนี้ จะไม่ได้อยู่ลึกมาก อยู่แค่ชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น มองเห็นได้ชัดเจน จะกระจายตัวเป็นกลุ่ม ๆ มีขอบเขตชัดเจน ซึ่งเป็นฝ้าที่รักษาได้ง่ายที่สุด
  2. ฝ้าลึก ลักษณะของฝ้าชนิดนี้จะอยู่ลึกมาก เวลามองจะเห็นเป็นจุดที่เทาหรือน้ำตาล ไม่ใช่สีดำเข้ม ในส่วนของการรักษาจะใช้เวลานานและรักษายาก เพราะฝ้าอยู่ลึก
  3. ฝ้าแดด ลักษณะของฝ้าจะมีสีน้ำตาลเข้มอ่อนสลับกันไป ซึ่งเกิดจากผิวโดนแสงยูวีทำลายและแสงจากจอคอม จอมือถือต่าง ๆ การรักษาไม่ยาก แต่ต้องปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
  4. ฝ้าเลือด บางคนหน้าเป็นฝ้าแต่ไม่รู้ตัว เพราะฝ้าเลือดจะมีจุดสีแดง ไม่ใช่จุดด่างดำ ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองกำลังเป็นฝ้าอยู่ ซึ่งฝ้าชนิดนี้เกิดจากเส้นเลือดฝอยของผิวหนังบริเวณแตกนั้นเอง 
วิธีรักษาหน้าเป็นฝ้า

วิธีรักษาหน้าเป็นฝ้า

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน มีส่วนเข้ามาช่วยรักษาปัญหาหน้าเป็นฝ้าได้ไม่ยาก เห็นผลดีมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการรักษาฝ้าที่คนส่วนใหญ่มักเลือกใช้หลัก ๆ  5 วิธี ดังนี้ 

1. เลเซอร์รักษาฝ้า

การเลเซอร์รักษาฝ้า เป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ไวและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในยุคนี้ แพทย์ส่วนใหญ่ยกให้การ “เลเซอร์” เป็นหัตถการอันดับหนึ่งในการจัดการปัญหาหน้าเป็นฝ้า เพราะยิงฝ้าได้ตรงจุด รักษาหน้าเป็นฝ้าที่อยู่ลึกใต้ผิวได้ถึงชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา แต่เลเซอร์ที่แพทย์ใช้ก็มีหลากหลายชนิด โดยชนิดที่ใช้รักษาฝ้าได้ดีอย่างเช่น Pico Laser เพราะมีหลักการทำงานที่เข้าไปทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นเซลล์เล็ก ๆ แล้วปล่อยให้ร่างกายขับออกได้ ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจ และให้ผลเร็วทันใจ

2. ใช้ครีมทาฝ้า

การรักษาหน้าเป็นฝ้าด้วยครีมทาฝ้า เป็นการรักษาขั้นพื้นฐานที่สามารถทำด้วยตนเองได้ แต่การใช้ครีมรักษาฝ้าจะเหมาะกับผู้ที่หน้าเป็นฝ้าที่อยู่ในระดับไม่รุนแรง ฝ้าไม่ลึกมาก เพราะครีมจะมีส่วนช่วยลดเม็ดสีและเพิ่มความกระจ่างใสให้ใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูขาวสว่างขึ้นได้  แต่แก้ไขได้เฉพาะฝ้าระดับตื้นเท่านั้น

3. รักษาด้วยสมุนไพร

การรักษาหน้าเป็นฝ้าด้วยสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีมานานมาก โดยหลักการที่เข้าใจง่ายที่สุด คือ ใช้สมุนไพรที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสคู่กัน เมื่อทาลงบนผิวหน้า จะช่วยให้เซลล์ผิวชั้นนอกจะถูกผลัดทิ้งไป ส่งผลให้ฝ้าจางลง ได้ใบหน้าขาวใสขึ้นได้ แต่วิธีนี้จะใช้ได้ดีกับฝ้าที่อยู่ตื้น ไม่ได้อยู่ลึกมากเท่านั้น 

4. ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ

พฤติกรรมเสี่ยงที่สุดที่ทำให้หน้าเป็นฝ้า คือ การไม่ทาครีมกันแดด เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดแรงตลอดวัน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ร่มหรือนอกชายคาก็ไม่สามารถรอดพ้นแสงแดดได้ และในแสงแดดมี “รังสียูวีเอและรังสียูวีบี” ซึ่งทำลายผิวโดยตรง ทำให้เกิดความหมองคล้ำ เมื่อถูกทำลายทุกวันย่อมเกิดฝ้าได้ ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงเป็นวิธีที่ป้องกันฝ้าได้ดีที่สุด ทว่ากันแดดที่เลือกใช้ความมีค่า SPF 50 PA++ ถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแดดได้ และควรหาซ้ำก่อนออกแดดทุกครั้ง

5. รักษาด้วยกรดผลไม้

กรดผลไม้ หรือ AHA ซึ่งเป็นกรดชนิดหนึ่งที่สามารถผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน หลักการทำงานของกรดผลไม้ในการรักษาหน้าเป็นฝ้าไม่ได้แตกต่างจากการใช้สมุนไพรมากนัก เพราะจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่มีฝ้าออกไป แล้วให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ใบหน้าจึงขาวกระจ่างใส ฝ้าจางลง ใช้ได้กับฝ้าที่อยู่ไม่ลึกมาก เพียงแต่ผลลัพธ์ของการใช้กรดผลไม้จะเห็นผลไวกว่าการใช้สมุนไพรเท่านั้นเอง

สรุปเกี่ยวกับหน้าเป็นฝ้า

สรุปบทความ

หน้าเป็นฝ้า เกิดได้หลากหลายสาเหตุ แม้ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตราย แต่ทำลายความมั่นใจได้ โดยฝ้ามีหลากหลายชนิด ทั้งฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าแดด และฝ้าเลือด แนวทางในการรักษาแพทย์จะต้องเป็นผู้วินิจฉัยและเลือกรักษาให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งวิธีรักษาหน้าเป็นฝ้า ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงนี้ นั่นก็คือการใช้ Pico Laser รักษาเพราะเห็นผลลัพธ์ดีรวดเร็ว เข้าทำลายเม็ดสีได้อย่างตรงจุด สามารถสอบถามที่ทาง THE RITZ CLINIC ได้ฟรี พร้อมประเมินการรักษาที่เหมาะสำหรับคุณ

Share

Related Articles

Picosecond-Laser มีบทความ
ทำความรู้จัก Discovery Pico คืออะไร
เจาะลึกรูขุมขนกว้างเกิดจากอะไร รักษาอย่างไรดีที่สุด

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 790.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ