Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

รักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC

รักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC ใหม่ล่าสุดจาก The Ritz Clinic

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เทคนิค DLLC เป็น technique เฉพาะของคลินิก The Ritz Clinic ที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์การรักษาหลุมสิวมากที่สุด และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการความงาม ซึ่งความพิเศษเฉพาะตัวของวิธีรักษาหลุมสิว ด้วยเทคนิคใหม่ล่าสุดนี้ ช่วยให้ผลลัพธ์ในการรักษาหลุมสิวที่ดียิ่งขึ้น หลุมสิวลดลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แม้กระทั่งหลุมสิวที่ลึก กว้าง ก็กลับมาตื้นขึ้นได้อีกครั้ง

เมื่อรักษาครบตามจำนวนครั้งที่แพทย์ประเมิน ก็ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส และกลับมาสัมผัสได้ถึงใบหน้าที่เรียบเนียนยิ่งขึ้น รอยหลุมตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยดำ และรอยแดงจากสิวก็แลดูจางลง ช่วยกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี วิธีรักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC นี้จึงได้รับการตอบรับอย่างดี และกำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มาทำความรู้จักกับเทคนิค DLLC ให้มากกว่านี้ ในบทความนี้เลย

รักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC

หลุมสิวเกิดจากอะไร

ก่อนจะไปรู้จักกับเทคนิค DLLC  มารู้จักสักนิดก่อนว่าหลุมสิวเกิดขึ้นเพราะอะไร? สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดหลุมสิวก็คือ การเป็นสิวชนิดต่าง ๆ ซึ่งหากมีการอักเสบที่ทำร้ายเนื้อผิวด้วยแล้ว จึงมักพบว่าหลังสิวหาย ก็จะทิ้งรอยแผลเป็นอย่างหลุมสิว หรือรอยดำ รอยแดงไว้ ซึ่งมีขนาดและความลึกแตกต่างกันตามชนิดของสิว 

ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวจนผิวอักเสบรุนแรงทำให้เกิดหลุมสิว ก็คือเจ้าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เมื่อกินเศษซากผิวหนัง และความมันของผิว จะปล่อยกรดไขมันอย่าง Fatty acid ที่กระตุ้นให้ผิวอักเสบ เป็นหัวสิวอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อทำให้เกิดหลุมลึกลงไปใต้ผิว 

ยิ่งเป็นสิวจำนวนมากก็มีสิทธิ์ที่จะมีรอยหลุมสิวเป็นจำนวนมากตามไปด้วย และหากเลือกวิธีรักษาหลุมสิวผิดวิธีก็อาจส่งผลทำให้ผิวหน้าเสียหาย เกิดแผลเป็นยิ่งกว่าเดิมได้ สำหรับปัญหาหลุมสิวมีวิธีรักษาได้หลายแบบ แต่วิธีที่ได้ผลมากที่สุด เห็นผลเร็วที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุด จะคือวิธีไหนนั้นมาติดตามกันต่อเลย 

รู้จักกับวิธีรักษาหลุมสิว DLLC จาก The Ritz Clinic

เทคนิค DLLC  หรือ Double Layer And Laser Combination เป็นการใช้เลเซอร์รักษาหลุมสิวที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ และเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของ The Ritz Clinic ที่ใช้เทคโนโลยี Picosecond Laser ในการยิงเลเซอร์รักษาหลุมสิว ที่สามารถรักษาหลุมสิวได้ทุกชนิด และปลอดภัย ออกแบบมาให้เหมาะกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล ใช้เวลาไม่นานในการทำแต่ละครั้ง 

เมื่อทำครบตามที่แพทย์ประเมินจะมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คือ หลุมสิวลดลงและหายไปในที่สุด ช่วยปรับสภาพเซลล์ใต้ผิวหนังให้แข็งแรง ยืดหยุ่นมากขึ้น ผิวกระชับ เต่งตึงมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาแบบเร่งด่วน และไม่มีระยะพักฟื้นของใบหน้า

หลักการทำงานของเทคนิค DLLC

หลักการทำงานของเทคนิค DLLC

Double Layer And Laser Combination หรือ เทคนิค DLLC เป็นการรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการใช้เครื่องมือยิงเลเซอร์ด้วยเครื่อง Picosecond Laser หรือเรียกว่าการรักษาหลุมสิวแบบ PICO-SCAR ที่ใช้เลเซอร์พิเศษ LIOB หรือ Laser Induced Optical Breakdown พร้อมหัวยิงแบบเฉพาะตัว คือ Full Beam  และหัว Fractional ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการรักษาหลุมสิว 

ควบคู่กับการใช้เทคนิค DLLC  หรือ Double Layer And Laser Combination ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในการคำนวณปริมาณการยิงแต่ละครั้ง แพทย์จะดูตามความเหมาะสมเป็นหลัก โดยจะเลือกระดับความลึกในการยิงเลเซอร์จะตามลักษณะของหลุมสิว และปัญหาผิวหน้า 

ที่สำคัญเทคนิค DLLC จะมีการดูแลหลังทำที่มีขั้นตอนพิเศษเฉพาะตัว ช่วยให้ผลลัพธ์หลักทำชัดเจนมากขึ้นและฟื้นฟูผิวหน้าได้รวดเร็วกว่าการทำหัตถการด้วยเทคนิคอื่น ๆ 

เทคนิค DLLC ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

เทคนิค DLLC ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การรักษาและลดรอยหลุมสิวแบบต่าง ๆ 
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวอิ่มฟู เต่งตึงยิ่งขึ้น
  • ฟื้นฟูเซลล์ผิว ให้สร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ช่วยรักษาและลดรอยแผลเป็นบนหน้าได้ 
  • กระชับรูขุมขน ให้ผิวหน้าเรียบเนียนยิ่งขึ้น
  • ปรับสภาพผิวหน้า และมอบผิวที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

นี่คือจุดเด่นของการรักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC  ที่มีบริการที่ The Ritz Clinic เท่านั้น ซึ่งการันตีผลการรักษาได้จริง พร้อมผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เทคนิคนี้ผ่านการคิดค้นและพัฒนามาเป็นอย่างดีจากประสบการณ์การรักษามากมายโดย นพ.เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช  

เทคนิค DLLC เหมาะกับใครบ้าง

เทคนิค DLLC เหมาะกับใครบ้าง 

เทคนิค DLLC จะเหมาะผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวทุกชนิด และรวมถึงปัญหาผิวหน้าเหล่านี้

  • ผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากสิว หรือแผลเป็นอื่น ๆ บนใบหน้า 
  • ผู้ที่มีปัญหารอยดำ และรอยแดงจากสิว
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่มีปัญหากระ ฝ้า จุดด่างดำ 
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย

เพราะนอกจากเรื่องหลุมสิวแล้ว การเลือกโปรแกรมดูแลผิวหน้าด้วย PICO-SCAR ยังช่วยทำให้ใบหน้าเรียบเนียน ผิวกระชับมากขึ้น พร้อมกระตุ้นเซลล์ผิวให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ด้วย 

การเตรียมตัวเข้ารับการรักษาหลุมสิวด้วย DLLC

หากสนใจวิธีรักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC นั้น จะมีวิธีการเตรียมตัวที่สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยากเลย โดยเริ่มต้นด้วยการเข้าพบแพทย์ที่ The Ritz Clinic ของเราก่อน เพื่อประเมินแนวทางการรักษา ตรวจสภาพผิวหน้า พร้อมตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการความงาม เช่น ประวัติสุขภาพ, ประวัติการเสริมความงาม หลังจากนั้นก็นัดเข้ารับการรักษา พร้อมให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการรักษา ดังนี้ 

  • ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 1 สัปดาห์ 
  • งดการสครับผิวหน้า หัตถการกลุ่มผลัดเซลล์ผิว รวมทั้งการทำเลเซอร์อื่น ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการทำเลเซอร์ (PICO-SCAR)
  • หากใช้ยากลุ่มวิตามินเอรักษาสิวอยู่ ควรหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการทำเลเซอร์ (PICO-SCAR)
  • ควรบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำทุกวัน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการทำเลเซอร์
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา โดยเฉพาะประวัติการแพ้ยาชาให้แพทย์ทราบ รวมทั้งแจ้งประวัติยาที่ทานเป็นประจำ เพื่อให้แพทย์ประเมินแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้าทำอย่างน้อย 48 ชั่วโมง 

ในวันทำหัตถการจะมีการทำความสะอาดใบหน้า และแปะยาชาประมาณ 30-60 นาที (ในกรณีที่ใช้หัวยิงแบบ Fractional เพื่อรักษาหลุมสิว) เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว ก็จะเช็ดยาชาออก และทำการยิงเลเซอร์ หลังทำแนะนำให้พักใบหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำ เพราะหลังการรักษาจะมีรอยแผลเล็ก ๆ จากการยิงเลเซอร์ ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เองใน 3-5 วัน หรือบางรายอาจจะอยู่ที่ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณการยิงเลเซอร์ สิ่งสำคัญคือห้ามแกะ เกา บริเวณที่มีรอยจากการยิงเลเซอร์ และให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด 

ผลลัพธ์จากการรักษาด้วยเทคนิค DLLC

การรักษาหลุมสิวด้วยเทคนิค DLLC สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังทำ (ขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละคนด้วย) และรอยหลุมสิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาภายใน 7-10 วัน และเมื่อรักษาต่อเนื่องจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นหลังทำไปแล้วประมาณ 1-3 ครั้ง รอยหลุมสิวก็จะจางไป ผิวหน้าเรียบเนียนกระชับ กลับมามีผิวสวยสดใส อิ่มฟู แลดูอ่อนวัยแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ใช่แค่เรื่องหลุมสิวเท่านั้น ปัญหาอื่น ๆ บนใบหน้าก็สามารถจัดการได้ด้วยเทคนิค DLLC เช่นกัน  

สรุปบทความ

วิธีรักษาหลุมสิวให้หาย รักษาได้จริงด้วยเทคนิค DLLC  วิธีการรักษาหลุมสิวที่ The Ritz Clinic คิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้รับการรักษามากที่สุด ซึ่งได้รับการตอบรับว่าเป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดในตอนนี้ ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ต่างพึงพอใจในผลลัพธ์ที่ได้ ปัญหารอยหลุมสิวจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป แค่เลือกรักษาให้ถูกวิธี ไม่ว่าหลุมใหญ่และลึกแค่ไหน ก็กลับมาตื้นและจางลงได้แน่นอน

หากสนใจอยากเข้ารับการรักษา หรือประเมินสภาพผิวหน้า รวมทั้งการขอคำแนะนำความงามในด้านอื่น ๆสามารถเข้ามาพบแพทย์ของ The Ritz Clinic ได้ทุกสาขา เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการด้านความงามครบวงจร รับรองว่าสวยได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ