Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

ฟิลเลอร์คาง ช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋มได้

ฟิลเลอร์คาง ช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋มได้

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ฟิลเลอร์คาง หัตถการความงามยอดนิยมที่อาศัยสาร Hyaluronic Acid เติมเต็มบริเวณคางเพื่อปรับคางให้เรียวสวย พร้อมแก้ปัญหารูปทรงคางไม่ว่าจะเป็นปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม คางไม่เท่ากัน ได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และยังสามารถช่วยทำให้รูปหน้าเท่ากัน ได้สัดส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย บทความนี้เลยจะพาคุณมารู้จักฟิลเลอร์คางให้มากยิ่งขึ้นกัน ตามมาดูกันเลย!

ปัญหาคางแบบใดบ้างที่ควรฉีดฟิลเลอร์

ปัญหาคางแบบใดบ้างที่ควรฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียวสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะอาจจะกลัวเจ็บ หรืออาจไม่มีระยะเวลาพักฟื้นมากพอ รวมถึงอาจกังวลเรื่องรอยแผลเป็นหลังทำ อีกทั้งการฉีดฟิลเลอร์ยังเหมาะสำหรับแก้ปัญหารูปคางที่มีความผิดปกติ ดังต่อไปนี้ 

คางตัด

คางตัด หรือรูปคางที่ไม่มีกระดูก หรือกล้ามเนื้อบริเวณปลายคาง ทำให้รูปคางมีองศาที่เป็นระนาบเดียวไปกับพื้นหน้า หรือลักษณะตัดตรงอย่างเห็นได้ชัด พาให้ใบหน้าโดยรวมดูแข็งแรง และถ้าเป็นผู้หญิงที่มีลักษณะคางตัดก็จะทำให้ใบหน้าดูเหมือนผู้ชายมากเกินไป ซึ่งสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการศัลยกรรมเสริมคางเพื่อทดแทนส่วนกระดูกที่หายไป หรือฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มบริเวณปลายคางให้ดูยาวขึ้นก็ได้ 

คางสั้น

ปัญหาคางสั้นมีสาเหตุมาจากกระดูกคางที่สั้นตั้งแต่กำเนิดอาจจะสั้นมากน้อยแล้วแต่บุคคล และถ้าหากลองวัดสัดส่วนใบหน้าแล้วจะเห็นได้ว่าส่วนคางนั้นสั้นที่สุด ซึ่งมีส่วนทำให้ใบหน้าโดยรวมดูกลม ไม่มีมิติ กรอบหน้าไม่ชัด ไม่ได้สัดส่วนใบหน้าที่เหมาะสม ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์คางจะสามารถแก้ปัญหาคางสั้น เพิ่มคางให้ดูเรียวสวย และปรับรูปใบหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น  

คางบุ๋ม

ปัญหาคางบุ๋มมีสาเหตุมาจากกระดูกขากรรไกรที่เกิดเป็นร่องลึกตรงกลาง และกล้ามเนื้อบริเวณคางทั้งสองข้างเกิดการเชื่อมต่อที่ไม่สนิทกัน จึงทำให้เกิดรอยบุ๋มบริเวณคางอย่างเห็นได้ชัด และถ้าหากเม้มปาก ห่อปาก หรือใครที่ชอบทำหน้าบึ้งบ่อย ๆ ก็จะเห็นลักษณะคางบุ๋ม คางเป็นคลื่นที่ชัดเจนมากขึ้นได้ ซึ่งฟิลเลอร์จะสามารถทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้นได้ 

สัดส่วนหน้าไม่สมดุล

สัดส่วนใบหน้าที่ไม่สมดุลสามารถเกิดขึ้นได้จากกระดูกส่วนล่างของใบหน้าที่ผิดปกติ หรือกระดูกขากรรไกรมีปัญหา ทำให้คางมีลักษณะถอยร่นเข้าไปด้านใน พาให้ใบหน้าดูไม่เท่ากัน  ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลกว่าเดิม 

หน้ากลม

นอกจากปัญหาคางสั้น คางตัดที่อาจทำให้ใบหน้าดูกลม ไม่สมส่วนแล้ว ผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ หรือมีปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมบนใบหน้าเยอะ ก็อาจทำให้รูปหน้าดูกลม คางดูสั้นกว่าปกติได้ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็อาจจับคู่ทำร่วมกับหัตถการที่มีส่วนช่วยสลายไขมันบนใบหน้า และยกกระชับใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้นได้ เช่น เมโสแฟต และไฮฟู่ เป็นต้น

การวัดสัดส่วนหน้าด้วยหลัก Golden Ratio

การวัดสัดส่วนหน้าด้วยหลัก Golden Ratio

คางถือเป็นองค์ประกอบใบหน้าที่สำคัญอย่างมากที่จะช่วยทำให้ใบหน้าโดยรวมของเราดูสมส่วน ไม่ว่าจะด้วยรูปทรงคาง หรือความยาวของคางที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และถ้าหากต้องการปรับรูปหน้าให้มีความสมส่วน หรือได้สัดส่วนที่เหมาะสมมากที่สุดก็ต้องยึดทฤษฎี Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำเป็นหลัก โดยจะวัดตามแนวของใบหน้า ดังนี้

  • วัดตามแนวตั้งของใบหน้า หรือแบ่งเป็นใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลาง และใบหน้าส่วนล่าง ซึ่งต้องมีสัดส่วน 1:1:1 นับตั้งแต่ระยะขอบไรผมจนถึงช่วงหัวคิ้ว ช่วงหัวคิ้วจนถึงปลายจมูก และปลายจมูกจนถึงปลายคาง
  • วัดตามแนวนอนของใบหน้า โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน และต้องมีสัดส่วนอยู่ที่ 1:1:1:1:1 เริ่มตั้งแต่ช่วงขมับซ้ายจนถึงหางตาซ้าย หางตาซ้ายถึงหัวตาซ้าย หัวตาซ้ายถึงหัวตาขวา หัวตาขวาถึงหางตาขวา และหางตาขวาถึงขมับขวา

ทั้งนี้หลัก Golde Ratio เป็นเพียงแนวทางในการวัดสัดส่วนใบหน้าที่สมดุลกันมากที่สุดเท่านั้น เนื่องจากใบหน้าของแต่ละบุคคลอาจจะมีโครงสร้างและรูปคางที่แตกต่างกันออกไป เวลาฉีดฟิลเลอร์แพทย์ผู้ชำนาญการก็จะประเมินปัญหารูปหน้าของแต่ละบุคคลอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ทำการฉีดฟิลเลอร์คางให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

ฉีดฟิลเลอร์คางดีอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์คางดีอย่างไร

สำหรับข้อดีของการแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม โดยการปรับรูปทรงคางให้เรียวสวยด้วยการฉีดฟิลเลอร์ มีดังนี้

  • ช่วยปรับแก้รูปคางให้สวยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • เห็นผลการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดทันที  
  • ใช้ระยะเวลาในการเข้ารับบริการไม่นาน 
  • หลังฉีดฟิลเลอร์คางสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ผลลัพธ์การเติมเต็มคางอยู่ได้นาน 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ 
  • ฟิลเลอร์สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย 
  • หากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ก็สามารถฉีดสลาย และเติมใหม่ได้ 

สรุป 

ฟิลเลอร์คาง ตัวช่วยปรับรูปหน้าเรียวสวย จัดการปัญหารูปคาง เช่น คางตัด คางบุ๋ม คางสั้น ได้อย่างตรงจุด เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งใครที่สนใจ สามารถนัดหมายคุณหมอที่ THE RITZ CLINIC ได้เลย คุณหมอยินดีให้คำแนะนำ พร้อมประเมินรูปหน้าอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาที่ตรงจุดมากที่สุด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ