Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

โบท็อกรักแร้

กลิ่นตัวแรงเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้กลิ่นตัวแรง เพิ่มความมั่นใจ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

โบท็อกรักแร้

ร่างกายคนเราเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยิ่งเราต้องทำกิจกรรมตลอดเวลา การเผาผลาญพลังงานในร่างกายต้องการระบายความร้อนออกมาในรูปแบบที่เรามักเรียกกันว่า “เหงื่อ” ซึ่งตัวเหงื่อเองก็มักส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวตามมา จึงทำให้หลายคนมีความกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่ต้องไปพบปะผู้คนจำนวนมาก และอาจจะส่งผลให้เกิดความเครียดและการสูญเสียความมั่นใจตามมา

ดังนั้นหากใครที่กำลังมีกลิ่นตัว ควรรีบหาวิธีแก้กลิ่นตัวแรงโดยด่วน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจเป็นสิ่งที่ลดทอนบุคลิกภาพที่ดีในตัวคุณได้โดยที่คุณก็อาจไม่รู้ตัว

กลิ่นตัวคืออะไร?

วิธีแก้กลิ่นตัวแรง

หลายคนเข้าใจผิดว่ากลิ่นตัวเกิดจากเหงื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เหงื่อที่ร่างกายผลิตออกมานั้นไม่มีกลิ่น กลิ่นตัวแรงที่เกิดขึ้นแท้จริงแล้วคือผลลัพธ์จากการที่ “แบคทีเรีย” ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเราทำปฏิกิริยาย่อยสลายโปรตีนและไขมันที่ปะปนอยู่ในเหงื่อ จนเกิดเป็นสารระเหยที่มีกลิ่นเฉพาะตัวขึ้นมา ดังนั้น ยิ่งเรามีเหงื่อออกมากและมีแบคทีเรียสะสมมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร? ไม่ใช่แค่เหงื่ออย่างที่คิด

ดังที่กล่าวไปว่าแบคทีเรียคือตัวการสำคัญ แต่ชนิดของ “เหงื่อ” ก็มีผลเช่นกัน ร่างกายของเรามีต่อมเหงื่อ 2 ชนิดที่ทำงานต่างกัน ต่อมเหงื่อ “Eccrine” จะพบได้ทั่วร่างกายและผลิตเหงื่อที่ใสเหมือนน้ำซึ่งแทบไม่มีกลิ่น แต่ต่อมเหงื่อ “Apocrine” ที่พบมากบริเวณรักแร้และขาหนีบ จะผลิตเหงื่อที่มีไขมันและโปรตีนปนอยู่มาก ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่เกิดกลิ่นตัวแรงได้ง่ายที่สุด

สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดกลิ่นตัวแรง

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดกลิ่นตัวแรงนั้นมาจากทั้งปัจจัยภายในร่างกายที่เราควบคุมได้ยาก และปัจจัยภายนอกที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนและดูแลเพื่อหาวิธีลดกลิ่นตัวแรงได้

ปัจจัยภายใน

เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกายโดยตรง ซึ่งอาจทำให้บางคนมีแนวโน้มที่จะมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนทั่วไป

  • พันธุกรรม: ปริมาณและขนาดของต่อมเหงื่อ Apocrine ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีปัญหากลิ่นตัว คุณก็มีโอกาสที่จะมีปัญหานี้เช่นกัน
  • ฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น, การมีประจำเดือน, หรือภาวะตั้งครรภ์ สามารถกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อ Apocrine ทำงานหนักขึ้นได้
  • ความเครียด: เมื่อเรามีความเครียดหรือวิตกกังวล ร่างกายจะหลั่งเหงื่อจากต่อม Apocrine มากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวเมื่อเราตื่นเต้นหรือเครียดจัด

ปัจจัยภายนอก

เป็นปัจจัยที่เกิดจากไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อม ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อเป็นวิธีแก้กลิ่นตัวแรงได้

  • อาหาร: การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม, เครื่องเทศจัด, หรือเนื้อแดงในปริมาณมาก สามารถทำให้กลิ่นถูกขับออกมาทางเหงื่อได้
  • ความสะอาด: การดูแลสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียบนผิวหนังมากขึ้น
  • เสื้อผ้า: การสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือผลิตจากใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ จะทำให้เกิดความอับชื้นและเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ดี

10 วิธีแก้กลิ่นตัวแรงเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตัวเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือวิธีลดกลิ่นตัวแรงที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้ ลองเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองตามคำแนะนำ 10 ข้อนี้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์และเสริมสร้างความมั่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

1. รักษาความสะอาดและอาบน้ำทันทีหลังมีเหงื่อ

วิธีแก้กลิ่นตัวแรง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้สบู่ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคบนผิวหนัง และหากคุณเพิ่งออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก ควรอาบน้ำทันทีเพื่อไม่ให้แบคทีเรียมีเวลาเติบโตและสร้างกลิ่น

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายมี 2 ประเภทหลัก คือ Deodorant ที่เน้นการกำจัดแบคทีเรียและกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม และ Antiperspirant ที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมคลอไรด์ซึ่งช่วยลดการผลิตเหงื่อโดยตรง การเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเองจะช่วยควบคุมกลิ่นได้ตลอดวัน

3. สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน ซึ่งระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ จะช่วยลดความอับชื้นและทำให้เหงื่อระเหยได้เร็วขึ้น ลดโอกาสที่แบคทีเรียจะเจริญเติบโตจนเกิดกลิ่นตัวแรง

4. ควบคุมอาหาร ลดเนื้อสัตว์และเครื่องเทศจัด

ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยลดอาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม, หัวหอม, เครื่องเทศจัด รวมถึงเนื้อแดง เพราะสารประกอบในอาหารเหล่านี้สามารถถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อและทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ การรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีลดกลิ่นตัวแรง

5. จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

เนื่องจากความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อ Apocrine ทำงานหนักขึ้น การหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การนั่งสมาธิ, การฟังเพลง หรือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยลดการหลั่งเหงื่อที่เกิดจากอารมณ์ ซึ่งเป็นวิธีแก้กลิ่นตัวแรงได้ทางอ้อม

6. โกนหรือเลเซอร์กำจัดขนรักแร้

วิธีแก้กลิ่นตัวแรง

ขนรักแร้เป็นแหล่งสะสมของเหงื่อและความชื้นชั้นดี ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ง่าย การกำจัดขนไม่ว่าจะด้วยการโกนหรือทำเลเซอร์ จะช่วยลดพื้นที่ในการสะสมของแบคทีเรีย ทำให้รักแร้แห้งสะอาดและลดการเกิดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. ใช้สารส้มหรือเบกกิ้งโซดา

สารส้มเป็นวิธีแก้กลิ่นตัวแรงแบบธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ดี เช่นเดียวกับเบกกิ้งโซดาที่สามารถนำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วทาที่รักแร้เพื่อช่วยดูดซับกลิ่นและความชื้นได้

8. ซักเสื้อผ้าให้สะอาดและตากแดดจัด

เสื้อผ้าที่ใส่แล้ว โดยเฉพาะเสื้อออกกำลังกาย อาจมีแบคทีเรียสะสมอยู่แม้จะดูแห้งแล้วก็ตาม ควรซักทำความสะอาดทันทีหลังใช้งาน และนำไปตากแดดจัด เพราะแสงแดดมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ ช่วยขจัดกลิ่นอับที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าได้

9. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเจือจางและขับของเสียออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีลดกลิ่นตัวแรงที่ทำได้ง่ายและดีต่อสุขภาพโดยรวม

10. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

เครื่องดื่มอย่างแอลกอฮอล์และกาแฟสามารถกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงานหนักขึ้นและเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้เหงื่อออกมากกว่าปกติ การลดหรืองดเครื่องดื่มเหล่านี้จึงสามารถช่วยควบคุมปริมาณเหงื่อและลดโอกาสการเกิดกลิ่นตัวแรงได้

แก้กลิ่นตัวแรง ด้วยวิธีทางการแพทย์ เสริมความมั่นใจในระยะยาว

วิธีแก้กลิ่นตัวแรง)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลิ่นตัว เป็นสิ่งที่เลวร้ายไม่เพียงส่งผลถึงแต่เจ้าตัวเท่านั้น ยังส่งกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง ทั้งคนในครอบครัวเอง หรือแม้กระทั่งเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาม เพราะกลิ่นกายที่ไม่พึ่งประสงค์บอกเลยว่าเป็นอันตรายกว่าที่คิด หากใครกำลังกังวลอยู่ว่าจะหาวิธีแก้กลิ่นตัวอย่างไรดี เพื่อเสริมความมั่นใจให้กลับมาดูดีอีกครั้ง เราไปดูทริกง่าย ทั้งหมด 5 วิธีได้ดังนี้

การโกนหรือเลเซอร์กำจัดขน บริเวณรักแร้

ต้องยอมรับเลยว่าหลายคนมักมีปัญหากับกลิ่นเหงื่อที่ออกในบริเวณที่อับชื้นอย่างรักแร้ เพราะเป็นส่วนที่มีขน ด้วยตัวขนเป็นส่วนช่วยให้เกิดการสะสมเหงื่อและแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี และหนึ่งในวิธีแก้กลิ่นตัวที่ดีเลย คือการโกนหรือไปเลเซอร์กำจัดขน เพราะหากปล่อยขนใต้วงแขนให้มีการสะสมมากจนเกินไป ยิ่งทำให้อับชื้นมากขึ้น 

ดังนั้นวิธีการกำจัดขน ก็จะช่วยลดการสะสมความอับชื้นและลดการสะสมแบคทีเรียได้ และยังทำให้รู้สึกแห้งสบายบริเวณวงแขนมากขึ้นด้วย

การฉีดโบท็อกรักแร้

เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่าการฉีดโบท็อก จะใช้ฉีดแค่บริเวณใบหน้า เพื่อให้ใบหน้าเรียว และมีกรอบหน้าชัด แต่แท้จริงแล้วการฉีดโบท็อก ยังสามารถฉีดใต้รักแร้ได้ เพื่อช่วยลดการหลั่งของเหงื่อ และลดการเกิดกลิ่นตัวได้ โดยใช้สาร Botulinum Toxin เพื่อเข้าไปยับยั้งเส้นประสาทที่เลี้ยงต่อมเหงื่อภายในร่างกาย ทำให้ต่อมเหงื่อผลิตเหงื่อลดลง บริเวณรักแร้มีเหงื่อออกน้อยลง จึงเหมาะสำหรับใครที่ชอบมีเหงื่อออกใต้รักแร้เยอะ จนทำให้เกิดกลิ่นตัวรุนแรง

การผ่าตัดเอาต่อมกลิ่นออก

วิธีสุดท้ายเป็นการผ่าตัดเอาต่อมเหงื่อออก เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเองด้วยวิธีอื่น ๆ หรือต้องการหายขาดจากปัญหากลิ่นตัวที่ทำให้เราขาดความมั่นใจ ด้วยการตัดต่อมเหงื่อออกเลย ซึ่งเป็นวิธีแก้กลิ่นตัวแรง โดยการเลาะต่อมเหงื่อในร่างกายออก หรือการตัดตัวเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงต่อมเหงื่อของเรานั้นเอง ก็เพื่อให้ต่อมเหงื่อมีการสั่งงานลดลง และให้ปริมาณของเหงื่อไม่ที่ลดน้อยลง

แต่วิธีนี้แพทย์อาจไม่แนะนำเท่าไหร่นัก เพราะด้วยอาจจะมีผลข้างเคียงที่ตามมาได้ และที่เห็นชัดเลยคืออาจมีแผลจากการผ่าตัดได้ แต่แผลจะไม่ใหญ่มาก มีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร หรือบางรายอาจจะเกิดการติดเชื้อร่วมด้วยได้ 

สรุปบทความ

กลิ่นตัวแรงเป็นปัญหาที่จัดการได้หากเราเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามวิธีแก้กลิ่นตัวแรงข้างต้น ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการควบคุมกลิ่นไม่พึงประสงค์และเรียกคืนความมั่นใจกลับคืนมา แต่หากคุณได้ลองปรับเปลี่ยนแล้วปัญหายังคงรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC เพื่อประเมินและหาแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสม ก็เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพในระยะยาว

หากต้องการทำหัตถการทางความงามเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญก่อนที่จะตัดสินใจรับการรักษาอย่าง The Ritz Clinic เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาที่มี และช่วยแก้ปัญหากลิ่นตัวได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย ไร้ซึ่งการติดเชื้อที่อาจตามมาภายหลังการทำหัตถการได้นั่นเอง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

THE RITZ CLINIC มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ และทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ทุกท่านได้ผลลัพธ์ที่โดนใจดั่งต้องการ

บทความที่น่าสนใจ

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร? รวมวิธีแก้ยกกระชับ หน้าเด็กทันที

เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 สัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจนที่สุดและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้า จากที่เคยมีกรอบหน้าชัดเป๊ะ แก้มตึงกระชับ กลับเริ่มรู้สึกว่าผิวหน้าดู “ตกลง” ตามแรงโน้มถ่วง แก้มเริ่มห้อย…
ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

ปานโอตะ คืออะไร? รักษาหายไหม พร้อมวิธีลบเลือนให้ผิวใส

รอยปานสีเขียวเทาหรือสีน้ำเงินเข้มที่ปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ไม่เพียงแต่เป็นตำหนิทางผิวพรรณ แต่ยังบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน ปัญหา “ปานโอตะ” มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรอยช้ำ เป็นฝ้าลึก หรือเป็นรอยที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำให้หลายคนหมดหวังและปล่อยทิ้งไว้ หรือเสียเงินจำนวนมากไปกับครีมราคาแพงแต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า…
Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

Q Switch Laser vs Pico Laser ต่างกันยังไง? แบบไหนดีกว่า

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวหน้าไปไกล การรักษาผิวพรรณให้ขาวใสไร้จุดด่างดำไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยากสำหรับคนไข้คือการ “เลือก” เครื่องมือที่ใช่ที่สุด เพราะในท้องตลาดมีเลเซอร์มากมายหลายชื่อ โดยเฉพาะคู่เปรียบเทียบตลอดกาลอย่าง Q Switch Laser…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ