Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

Ulthera Prime

เจาะลึก Ulthera Prime เทียบทุกเครื่องยกกระชับก่อนตัดสินใจ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

ในวงการแพทย์ความงาม เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดมีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง และชื่อของ ‘Ulthera’ ก็เปรียบเสมือน Gold Standard ที่ทีมแพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับมายาวนาน ในบทความนี้ The Ritz Clinic จะขอพาไปเจาะลึกนวัตกรรมล่าสุดอย่าง “Ulthera Prime” ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญที่ยกระดับผลลัพธ์และความพึงพอใจไปอีกขั้น พร้อมเปรียบเทียบกับเทคโนโลยียอดนิยมอื่น ๆ แบบชัด ๆ เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผิวของคุณ

นวัตกรรมยกกระชับล่าสุด Ulthera Prime คืออะไร? 

Ulthera Prime

Ulthera Prime คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า MFU-V (Micro-focused Ultrasound with Visualization) หลักการทำงานคือการส่งพลังงานคลื่นเสียงเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีความแม่นยำสูงลงไปใต้ชั้นผิวหนังลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อและไขมันบนใบหน้า และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดดึงหน้า

ความพิเศษของ Ulthera Prime คือการเป็นเวอร์ชันที่พัฒนาต่อยอดจากเครื่อง Ulthera SPT เดิม ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกมิติ ทั้งด้าน Software และ Hardware เพื่อให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันคนไข้ก็จะรู้สึกสบายขึ้น เจ็บน้อยลง และใช้เวลาในการทำสั้นลง แต่ยังคงได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

เทียบชัด ๆ! Ulthera Prime ดีกว่าเครื่องยกกระชับรุ่นอื่นอย่างไร?

Ulthera Prime

การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคนไข้แต่ละรายคือหัวใจสำคัญที่สุด เราจึงขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า Ulthera Prime แตกต่างและโดดเด่นกว่าเทคโนโลยีอื่นอย่างไร

Ulthera Prime vs Ulthera SPT

หลายท่านอาจเข้าใจว่านี่คือเครื่องคนละรุ่น แต่ความจริงแล้ว Ulthera Prime คือ การอัปเกรดครั้งสำคัญของเครื่อง Ulthera SPT ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เปรียบได้กับการอัปเกรดซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงให้ทำงานได้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนคือ:

  • ความเร็ว: สามารถทำทรีตเมนต์ได้เร็วขึ้นถึง 25% แต่ยังคงปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ครบถ้วนเท่าเดิม ช่วยลดระยะเวลาที่คนไข้ต้องนอนทำทรีตเมนต์
  • ความสบาย: มีการพัฒนาระบบการปล่อยพลังงานให้นุ่มนวลและสม่ำเสมอขึ้น จากประสบการณ์ของทีมแพทย์พบว่าคนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ความแม่นยำ: มาพร้อมโหมดการยิงพลังงานแบบใหม่ ๆ เช่น Stack Mode ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเก็บรายละเอียดในบริเวณเล็ก ๆ หรือบริเวณที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ร่องแก้ม หางตา ได้ดียิ่งขึ้น

Ulthera Prime vs HIFU ทั่วไป

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดที่ทำให้ Ulthera เป็นหนึ่งเดียวในโลกคือ เทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ (DeepSEE®) ซึ่งเปรียบเสมือน “ดวงตา” ของแพทย์ ทำให้สามารถมองเห็นภาพชั้นผิวของคนไข้ได้ตลอดเวลาขณะทำการรักษา และมั่นใจได้ว่าพลังงานถูกส่งลงไปที่ชั้น SMAS อย่างแม่นยำ ในทางกลับกัน HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ทั่วไปในท้องตลาดนั้นเป็นการยิงพลังงานแบบ “คาดเดา” โดยอาศัยการประเมินจากความรู้สึก ซึ่งมีความเสี่ยงที่พลังงานอาจไม่ลงลึกพอ ทำให้ไม่เห็นผล หรืออาจลงลึกเกินไปโดนชั้นกระดูกหรือไขมันที่ไม่ต้องการ ซึ่งส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Ulthera Prime vs Thermage FLX

นี่คือสองเทคโนโลยีที่เป็นราชาและราชินีแห่งวงการยกกระชับ แต่ทำงานด้วยหลักการที่แตกต่างและแก้ปัญหาคนละจุดกันอย่างชัดเจน

  • Ulthera Prime (MFU-V): เน้นการ “ยกกระชับ” (Lifting) โดยส่งพลังงานเป็นจุด (Focus) ลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงและยกขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่คมชัด แก้มตก คิ้วตก หรือเหนียง
  • Thermage FLX (Monopolar RF): เน้นการ “กระชับผิว” (Tightening) โดยส่งพลังงานความร้อนเป็นก้อนปริมาตรใหญ่ (Bulk Heating) ลงไปที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวโดยรวมแน่นฟู ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์
    ดังนั้น ทั้งสองเทคโนโลยีจึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถทำร่วมกันเพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้นได้

Ulthera Prime vs Ultraformer MPT

Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยี HIFU ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และมีคุณภาพสูง ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ยังคงขาดคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่มีเฉพาะใน Ulthera Prime นั่นคือ หน้าจอ Real-time (DeepSEE®) แม้ว่า Ultraformer MPT จะมีโหมดการยิงพลังงานที่หลากหลายและพัฒนาให้เจ็บน้อยลง แต่การที่แพทย์ไม่สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังขณะทำการรักษาได้ ก็ยังคงเป็นข้อจำกัดด้านความแม่นยำและความปลอดภัยสูงสุด ซึ่ง Ulthera ยังคงเป็นเทคโนโลยีเดียวที่ทำได้และเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

Ulthera Prime ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

ด้วยหัวยิงที่มีความลึกหลากหลายและเทคโนโลยีที่แม่นยำ ทำให้ Ulthera Prime สามารถออกแบบการรักษาเพื่อยกกระชับได้หลายบริเวณทั่วใบหน้าและลำคอ

  • ยกคิ้วและหางตา: ช่วยให้ดวงตาดูโต สดใสขึ้น ลดปัญหาหนังตาตก
  • ยกกระชับแก้มและร่องแก้ม: แก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ทำให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • เก็บกรอบหน้า: ทำให้แนวสันกรามคมชัดขึ้น ใบหน้าดูมีมิติ
  • ลดเหนียงและคางสองชั้น: ยกกระชับผิวบริเวณใต้คาง
  • ลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอและเนินอก: ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนตึงกระชับ

ทำ Ulthera Prime กี่วันเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

Ulthera Prime

โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20-30% ทันทีหลังทำ เนื่องจากการหดตัวของคอลลาเจนใต้ชั้นผิว จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และเห็นผลเต็มที่ที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่อย่างสมบูรณ์

ผลลัพธ์จากการทำ Ulthera Prime เพียง 1 ครั้ง สามารถอยู่ได้นานต่อเนื่อง 1 – 1.5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera Prime (FAQ)

Ulthera Prime เจ็บไหม?

ด้วยเทคโนโลยีที่อัปเกรดใหม่ของ Ulthera Prime ทำให้เจ็บน้อยกว่า Ulthera รุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่น ๆ และหน่วง ๆ บริเวณใต้ผิว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าพลังงานถูกส่งลงไปถึงชั้นผิวที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ก่อนทำจะมีการแปะยาชาเพื่อความสบายสูงสุดตลอดการรักษา

หลังทำ Ulthera Prime ต้องพักฟื้นไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

หลังทำ Ulthera Prime สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน

ทำไมต้องเลือก Ulthera แทนที่จะเป็น HIFU ทั่วไป?

เหตุผลสำคัญที่สุดคือ Ulthera เป็นเทคโนโลยี MFU-V เพียงหนึ่งเดียวที่มีหน้าจอ Real-time (DeepSEE®) ทำให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวและส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด ต่างจาก HIFU ทั่วไปที่ไม่มีหน้าจอ ทำให้ผลลัพธ์และความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเสมือนการรักษาโดยมีแผนที่นำทางที่ชัดเจน

Ulthera Prime ควรทำบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปแนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์การยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการทำขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ตามสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

สรุปบทความ

การเลือกเทคโนโลยียกกระชับไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ด้านการ “ยกกระชับ” ที่เห็นผลชัดเจน มีความปลอดภัยสูงสุด และสามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของคุณได้อย่างแท้จริง Ulthera Prime คือคำตอบที่ทีมแพทย์ The Ritz Clinic แนะนำ ด้วยเทคโนโลยีหน้าจอ Real-time ที่เป็นหนึ่งเดียว ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่ถูกอัปเกรดให้ดีขึ้นในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือที่ดีที่สุดต้องอยู่ในมือของทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดเช่นกัน 

The Ritz Clinic เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาผิวหย่อนคล้อยของคุณอย่างละเอียด เรามีเทคโนโลยีและโปรแกรมยกกระชับหน้าที่ทันสมัยและหลากหลาย ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย เช่น โปรแกรม Ultherapy, Thermage, Picosecond Laser และโปรแกรมการฉีดสารบำรุงต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสภาพผิวที่แตกต่างกันของผู้เข้ารับบริการแต่ละท่าน เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์การดูแลที่เป็นธรรมชาติและน่าพึงพอใจ เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจในผิวที่ดูกระชับอีกครั้ง

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่ทางคลินิกเราพร้อมให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอย่างจริงใจ ด้วยทีมคุณหมอที่พร้อมให้การดูแลทุกเคสอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย Personalized Vitamin คืออะไร? Personalized…
Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน Personalized IV Therapy คืออะไร? Personalized IV Therapy …
Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว Vitality DNA Code คืออะไร? Vitality DNA…

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ