
รอยหลุมสิว ปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลังจากการเกิดสิวอักเสบบ่อยครั้ง ทำให้ผิวหน้าเกิดเป็นรอยขึ้น ไม่เรียบเนียน หน้าเป็นหลุม ก่อให้เกิดความรำคาญใจ ไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนแต่ก่อน จนต้องหาแนวทางการรักษาและการป้องกัน เพื่อจะลดโอกาสการเกิดหลุมสิว ในวันนี้จะมารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหลุมสิว พร้อมวิธีการรักษาให้ผู้ที่สนใจใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อหาแนวทางในการรักษาหลุมสิวกัน
รอยหลุมสิวคืออะไร
รอยหลุมสิว หรือ หลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คือ แผลที่เกิดจากสิวชนิดหนึ่ง โดยจะมีลักษณะเป็นหลุมยุบตัวกว่าระดับของผิวหน้าปกติ เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะเห็นได้ว่าผิวหนังเรียบเนียนไม่เท่ากัน เป็นหลุมบ่อ เป็นผลข้างเคียงหลังจากเกิดสิว (Acne Vulgaris) โดยเฉพาะสิวอักเสบที่มีการรุนแรง เช่น สิวหนอง สิวหัวช้างใหญ่ เกิดจากแผลไม่สามารถสมานได้เต็มที่
โดยปกติแล้วแผลเป็นจากการเกิดสิวที่พบได้บ่อยครั้ง จะมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ รอยหลุมสิว (Atrophic Acne Scars) และแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scars) โดยแผลเป็นทั้งสองรูปแบบนี้จะมีความแตกกันตามระดับของแผลเป็น หากเรามีแผลเป็นต่ำกว่าผิวหนังรอบ ๆ จะเรียกว่าหลุมสิว แต่ถ้าหากแผลเป็นสูงกว่าผิวหนังรอบ ๆ จะเรียกกันว่าแผลเป็นนูน โดยแผลเป็นทั้ง 2 รูปแบบนี้จะต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน เพราะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน
ข้อควรรู้ : หลังจากการเกิดสิวไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาเพียงแค่แผลเป็นเท่านั้น แต่จะตามมาด้วยปัญหารอยสิวจากการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีหลังเกิดสิวขึ้นตามมา (Pigmentary Changes) จากปัญหานี้จะก่อให้เกิดรอยแดงขึ้น (Post-inflammatory Erythema) และเกิดรอยดำขึ้น (Post-inflammatory Hyperpigmentation) จากการเกิดสิวอีกด้วย
รอยหลุมสิวเกิดจากอะไร
รอยหลุมสิวเกิดจากผลกระทบของปัญหาสิวที่มีการอักเสบและยังรวมไปถึงสิวอุดตัน ตามปกติแล้วหลังสิวหายจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวหนัง เพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นขึ้นมา จะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน หลังจากที่สิวหายเรียบร้อยแล้ว จะมีการสร้างเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจนมาล้อมรอบในบริเวณที่เกิดการอักเสบ
หากกระบวนการดังกล่าวไม่สมบูรณ์ ไม่มีประสิทธิภาพหรือผิวเกิดการอักเสบขั้นรุนแรง ส่งผลให้ผิวยุบตัวลง ไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้เพียงพอต่อคอลลาเจนที่ถูกทำลาย จะทำให้เซลล์เนื้อเยื่อเกิดการหดรัดตัวขึ้นและก่อให้เกิดหลุมสิวในที่สุด
ทุกครั้งที่เป็นสิวมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้มากถึง 95% แต่รอยแผลเป็นจากสิวที่รุนแรงหรือทำให้หน้าเป็นหลุมพบได้ประมาณ 22% โดยเกิดจากปฏิกิริยาของการอักเสบที่รุนแรงเกิดขึ้นในชั้นหนังแท้ แล้วมีการตอบสนองกับเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นหลุมสิวได้ถาวร ยิ่งเป็นสิวหัวช้าง สิวเม็ดใหญ่ จะทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่และลงลึกถึงชั้นผิวหนังชั้นในและในที่สุดเป็นหลุมลึกตามด้วยพังผืดตามมา
ประเภทของสิวที่ทำให้เป็นหลุมได้
- สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ (Cyst) เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่มีหนองปนเลือดอยู่ภายในหัวสิว จะใช้เวลานานในการรักษา
- สิวอักเสบรุนแรง (Pustule) หรือสิวหัวหนองที่อักเสบเรื้อรัง
- สิวที่ติดเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการลุกลามไปทั่วชั้นใต้ผิว (Nodule)
ลักษณะของรอยหลุมสิว
รอยหลุมสิว จะมีลักษณะเป็นหลุมเล็ก ๆ บนผิว ทำให้ผิวขรุขระ เป็นรอยหลุม ไม่เรียบเนียน โดยหลุมสิวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
Ice-pick Scars
รอยหลุมสิวในรูปแบบนี้ จะมีลักษณะยุบเข้าไปในผิวเป็นกรวยแหลม ขอบหลุมสิวจะไม่เรียบ มีฐานหลุมสิวลึกและแคบเล็ก บางครั้งสามารถลึกไปถึงชั้นหนังแท้ โดยเส้นผ่านศูนย์กลางหลุมสิวจะมีขนาดไม่เกิน 2 มิลลิเมตร จัดเป็นหลุมสิวที่รุนแรงและรักษาได้ยากที่สุดแล้ว
Box Scars
รอยหลุมสิวรูปแบบนี้ จัดอยู่ในระดับความรุนแรงปานกลาง จะมีลักษณะเป็นรอยแผลกว้าง รูปวงกลมหรือวงรี โดยเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 3-4 มิลลิเมตร จะพบว่าสีขอบหลุมสิวชัด ขอบและฐานของหลุมสิวมีความกว้างเท่ากัน สาเหตุมาจากการอักเสบขั้นลึก รวมไปถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคอีสุกอีใสก็พบแผลเป็นชนิดนี้ได้เช่นกัน
Rolling Scars
รอยหลุมสิวรูปแบบนี้ จัดเป็นหลุมสิวระดับทั่วไป จะมีลักษณะเป็นแผลตื้นและกว้าง โดยเส้นผ่านศูนย์กลางจะมากกว่า 4-5 มิลลิเมตร จะพบว่าเป็นแอ่ง ปากหลุมสิวจะกว้าง แต่จะค่อย ๆ โค้งลง ทำให้ฐานหลุมสิวแคบกว่าปากหลุม บางครั้งจะทำให้ผิวโดยรวมขรุขระเหมือนกับลูกคลื่น

วิธีรักษารอยหลุมสิวที่แพทย์แนะนำ
เลเซอร์
เลเซอร์หลุมสิว (Laser) เป็นการรักษาหลุมสิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจต่อคนไข้ โดยเลเซอร์ที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาหลุมสิว จะมีชนิดลอกผิวและไม่ลอกผิว ขึ้นอยู่กับลักษณะหลุมสิวในแต่ละราย โดยแพทย์จะแนะนำชนิดเลเซอร์ที่แตกต่างกันออกไป
ผ่าตัดพังผืด
ผ่าตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) จะใช้เข็มขนาดเล็กตัดเลาะพังผืดใต้ผิวหนังออก วิธีนี้จะเหมาะมากกับผู้ที่เผชิญกับปัญหาหลุมสิวมานาน และเกิดการกระจายทั่วผิวหน้า โดยเป็นหลุมสิวชนิด Rolling Scar และ Box Scars หรือแผลเป็นที่มีขอบชัดและขนาดเล็ก
ฉีดฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว (Fillers Injection) ได้รับความนิยมไม่ต่างกันกับการฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า เนื่องจากให้ผลลัพธ์เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยจะใช้สารเติมประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด เข้าไปฉีดบริเวณหลุมสิว จะทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นจากที่หน้าเป็นหลุมสิวมาก่อน สามารถแก้ปัญหาได้เร่งด่วน หลังทำแล้วจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงถึง 70% ไม่ทิ้งรอยแผลไว้และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
ฉีดเมโส
เมโสรักษาหลุมสิว หรือ ฉีดมาเด้คอลลาเจนหลุมสิว โดยเป็นการฉีดตัวยาเมโสมีส่วนผสมที่ทำให้ลดรอยด่างดำ และยังมีวิตามินต่าง ๆ ที่มาเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวให้ดีขึ้น เช่น วิตามิน A, B, C, E มีส่วนช่วยทำให้รูขุมขนกระชับ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เซลล์ผิวใหม่ ซ่อมแซมผิวให้มีสุขภาพดี เรียบเนียน อิ่มน้ำ และผิวเก็บความชุ่มชื้นได้มีประสิทธิภาพ

สรุปบทความ
รอยหลุมสิว เกิดจากสิวอักเสบและพฤติกรรมการทำร้ายผิวหน้าโดยไม่รู้ตัวของเราเอง ที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดหลุมสิวขึ้นมา สำหรับใครที่เผชิญปัญหานี้อยู่ ต้องรีบรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็ว โดยจะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำการรักษาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อความคุ้มค่า ไม่เสียเวลา และมีความปลอดภัย แล้วผิวหน้าของคุณจะกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง


