หากคุณเป็นสายสกินแคร์ เชื่อว่าต้องเคยเห็นหรือได้ยินชื่อไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ผ่านตากันมาอย่างแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในส่วนผสม “All-star” ที่พบได้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแทบทุกชนิด ตั้งแต่เซรั่มลดสิวไปจนถึงครีมลดเลือนริ้วรอย แต่ไนอาซินาไมด์คืออะไรกันแน่? และมีประโยชน์ต่อผิวอย่างไรบ้าง? วันนี้ The Ritz Clinic จะมาเจาะลึกทุกแง่มุมของส่วนผสมยอดฮิตนี้ในมุมมองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครับ
Niacinamide (ไนอาซินาไมด์) คืออะไร?

Niacinamide หรือไนอาซินาไมด์ก็คือ วิตามิน B3 ในรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งเป็นวิตามินชนิดที่ละลายน้ำได้ (Water-soluble) และมีความจำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกายรวมถึงเซลล์ผิวหนังไนอาซินาไมด์มีความโดดเด่นอย่างมากในวงการแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่มีความเสถียรสูง ทนต่อแสงและความร้อนได้ดี และที่สำคัญคือมีงานวิจัยรองรับมากมายถึงคุณประโยชน์ที่หลากหลายต่อผิวพรรณ
5 คุณประโยชน์หลักของ Niacinamide ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ
ความพิเศษของไนอาซินาไมด์ที่ทำให้แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณทั่วโลกแนะนำ คือคุณสมบัติที่หลากหลาย (Multi-functional) สามารถดูแลผิวได้หลายมิติพร้อมกัน และอ่อนโยนพอที่จะใช้ได้กับทุกสภาพผิว โดย 5 คุณประโยชน์หลักที่ได้รับการยอมรับ มีดังนี้
1. ช่วยลดการอักเสบและลดสิว
ไนอาซินาไมด์ มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ที่ดีเยี่ยม จึงช่วยลดอาการแดง การระคายเคือง และการอักเสบของสิวได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไนอาซินาไมด์เป็นส่วนผสมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายหรือมีผิวบอบบางแพ้ง่าย
2. ควบคุมความมัน
สำหรับผู้ที่มีผิวมันไนอาซินาไมด์ถือเป็นฮีโร่ตัวจริง เพราะมีงานวิจัยพบว่าสามารถช่วยปรับสมดุลและลดการผลิตน้ำมัน (Sebum) ส่วนเกินบนใบหน้าได้ เมื่อความมันลดลง โอกาสในการเกิดการอุดตันและปัญหารูขุมขนกว้างก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย
3. เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง

นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของไนอาซินาไมด์โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างเซราไมด์ (Ceramides) และกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเกราะป้องกันผิว เมื่อเกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น ผิวจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ดีขึ้น และทนทานต่อปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น มลภาวะ ได้ดียิ่งขึ้น
4. ลดเลือนรอยดำ รอยแดง และปรับผิวให้กระจ่างใส
ไนอาซินาไมด์ มีความสามารถในการยับยั้งการขนส่งเม็ดสีเมลานินจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปยังเซลล์ผิวชั้นบน จึงช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว และปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้ดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอริ้วรอย
ไนอาซินาไมด์ ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ดี ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของอนุมูลอิสระที่มาจากแสงแดดและมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ การที่มันช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนยังส่งผลให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลงได้อีกด้วย
การใช้ Niacinamide ร่วมกับการรักษาทางคลินิก

ไนอาซินาไมด์ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในสกินแคร์รูทีนที่บ้านเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ไนอาซินาไมด์ยังเป็นส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมในการใช้ควบคู่ไปกับการทำหัตถการหรือการรักษาผิวโดยแพทย์ เพื่อช่วยส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
การใช้ Niacinamide เพื่อรักษาสิว
สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาสิว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาทาหรือการทำเลเซอร์ลดรอยสิว การใช้ไนอาซินาไมด์ร่วมด้วยจะช่วยลดการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นจากยา ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และลดการอักเสบของสิว ทำให้กระบวนการรักษาสิวโดยรวมมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
การใช้ Niacinamide เพื่อลดรอยแผลเป็นและฟื้นฟูผิว
ภายหลังการทำหัตถการกลุ่มเลเซอร์หน้าใสเพื่อลดรอยแผลเป็นหรือฟื้นฟูผิว คุณสมบัติในการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและลดรอยดำของไนอาซินาไมด์จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดรอยแดงหลังทำ และช่วยให้ผลลัพธ์ของสีผิวหลังการรักษามีความสม่ำเสมอและกระจ่างใสยิ่งขึ้น
ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) เหมาะกับใคร
ไนอาซินาไมด์ถือเป็นส่วนผสมที่ “เหมาะกับทุกสภาพผิว” เนื่องจากมีคุณสมบัติที่หลากหลาย สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายจุด
- ผู้ที่มีผิวมันและรูขุมขนกว้าง: ช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมัน (ซีบัม) บนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวมัน และช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น
- ผู้ที่เป็นสิวและมีรอยสิว: มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
- ผู้ที่มีผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น: ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงขึ้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย: เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างอ่อนโยน ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการแดงและการระคายเคือง
- ผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอยและสีผิวไม่สม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง และช่วยยับยั้งการส่งเม็ดสีเมลานินไปยังผิวชั้นบน ทำให้จุดด่างดำ ฝ้า กระ ดูจางลง
- ผู้ที่ต้องการปกป้องผิวจากมลภาวะ: ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดและมลภาวะแวดล้อม
ข้อควรระวังในการใช้ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide)
แม้ว่าไนอาซินาไมด์จะค่อนข้างปลอดภัยและอ่อนโยน แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ไว้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
- ทดสอบการแพ้ (Patch Test) ก่อนใช้: โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก ๆ ควรทดลองทาผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหูเล็กน้อยก่อน เพื่อสังเกตอาการแพ้หรือระคายเคือง
- ความเข้มข้นที่สูงเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่มีผิวบอบบาง การใช้ไนอาซินาไมด์ที่มีความเข้มข้นสูง (เช่น เกิน 10%) อาจทำให้เกิดการระคายเคือง แสบ แดง หรือคันได้ แนะนำให้เริ่มต้นที่ความเข้มข้นต่ำ ๆ (เช่น 5%) ก่อน
- อาการ “Niacin Flush”: ในบางรายอาจเกิดอาการหน้าแดงร้อน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่ไม่อันตรายและจะหายไปเอง แต่หากมีอาการแสบ คันรุนแรง ควรหยุดใช้
- การใช้ร่วมกับกรดวิตามินซี (L-Ascorbic Acid): แม้จะใช้ร่วมกันได้ แต่บางทฤษฎีเชื่อว่าอาจลดประสิทธิภาพของกันและกัน หรืออาจเพิ่มโอกาสระคายเคืองในบางคน หากต้องการใช้ร่วมกัน แนะนำให้ทาแยกเวลา (เช่น เช้า-เย็น) หรือรอให้ตัวแรกซึมเข้าผิวประมาณ 15-20 นาทีก่อน
- การใช้ร่วมกับกรดผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA): การใช้ไนอาซินาไมด์พร้อมกับกรดเหล่านี้ในเวลาเดียวกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ แนะนำให้ใช้สลับวันกัน หรือแยกใช้เช้า-เย็น
- ทาครีมกันแดดเสมอ: แม้ไนอาซินาไมด์จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด แต่การใช้สกินแคร์กลุ่ม Active Ingredients ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำในตอนเช้า เพื่อปกป้องผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Niacinamide สามารถใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น เช่น วิตามินซี หรือ เรตินอล ได้หรือไม่?
สามารถใช้ร่วมกันได้ครับไนอาซินาไมด์ทำงานได้ดีกับส่วนผสมส่วนใหญ่ และยังช่วยลดการระคายเคืองที่อาจเกิดจากเรตินอลได้อีกด้วย
ต้องใช้ Niacinamide ความเข้มข้นกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเห็นผล?
โดยทั่วไป ความเข้มข้นตั้งแต่ 2-5% ก็เริ่มเห็นผลในด้านการเสริมเกราะป้องกันผิวและความชุ่มชื้นแล้ว แต่หากต้องการผลลัพธ์ด้านการลดรอยดำและคุมมัน ความเข้มข้น 5-10% จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าครับ
ใช้ Niacinamide แล้วสิวเห่อเกิดขึ้นได้หรือไม่?
โดยปกติแล้วไนอาซินาไมด์ไม่ใช่ส่วนผสมที่เร่งการผลัดเซลล์ผิว จึงไม่ควรทำให้เกิดการเห่อของสิว (Purging) หากใช้แล้วสิวขึ้น อาจเกิดจากการระคายเคืองหรือแพ้ส่วนผสมอื่นในสูตรนั้นๆ ครับ
สรุปบทความ
ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) คือส่วนผสมมหัศจรรย์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การลดสิว คุมมัน ไปจนถึงการลดรอยดำและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง การเพิ่มไนอาซินาไมด์เข้าไปในสกินแคร์รูทีนจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการดูแลผิวให้สุขภาพดีในระยะยาว
แต่หากคุณมีปัญหาผิวที่ซับซ้อนและต้องการการดูแลที่ตรงจุดยิ่งขึ้น การเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ THE RITZ CLINIC เพื่อวางแผนการรักษาควบคู่ไปกับการใช้สกินแคร์ก็จะช่วยให้ปัญหาผิวของคุณได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและตรงจุดมากยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงที่เดอะริทซ์คลินิก THE RITZ CLINIC ทุกสาขา ใกล้บ้านท่าน
- Facebook Inbox THE RITZ : https://www.facebook.com/theritzclinic
- Line Official Account : @theritzclinic หรือ https://lin.ee/7G0Lul3
- Instagram : theritzclinic.official
- โทรเข้า Call Center ของ THE RITZ CLINIC : 088-892-2666
เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


