Call Center : 088-892-2666
Line OA : @Theritzclinic
Open hours : 10:00 – 20:00

สลายไขมันช่องท้อง เพื่อหุ่นกระชับ

สลายไขมันช่องท้อง เพื่อหุ่นกระชับ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เมื่อไหร่ที่ส่องกระจกแล้วเห็นพุง หรือหน้าท้องยื่นออกมา หลายคนก็อาจคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น เพราะมีไขมันหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น แต่รู้หรือไม่? ว่าจริง ๆ แล้วการที่คุณมีพุงยื่น ห้อย ย้อยออกมา หรือสัมผัสแล้วหน้าท้องกลมตึง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาไขมันช่องท้องอยู่ก็เป็นได้ แล้วปัญหานี้คืออะไร? ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายร้ายแรงหรือไม่? และจะมีวิธีในการลดไขมันช่องท้องอย่างไรได้บ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้ 

ไขมันช่องท้องคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง

ไขมันช่องท้องคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง

ไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันบริเวณหน้าท้องที่เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ไม่หมด ทำให้เกิดการสะสม หรือเกาะอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อหน้าท้องและอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ กระเพาะ และเกาะอยู่ภายในผนังหลอดเลือดร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งหากมีไขมันในช่องท้องสะสมเยอะ ก็จะทำให้มองเห็นเป็นลักษณะพุงที่ห้อย ย้อยได้อย่างชัดเจนนั่นเอง

ซึ่งไขมันส่วนเกินที่สะสมในช่องท้อง มักเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น

  • พฤติกรรมการกิน: การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันอิ่มตัว ข้าวขาว แป้งขัดขาว อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันเยอะ อย่างของทอด ของมัน ของหวาน และเครื่องดื่มต่าง ๆ 
  • การไม่ออกกำลังกาย: การใช้ชีวิตแบบนิ่งเฉย ขาดการออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อย และไม่เกิดการเผาผลาญไขมันที่มากพอ จึงสะสมพลังงานในรูปแบบไขมันนั่นเอง
  • พันธุกรรม: ในบางคนก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการสะสมไขมันในช่องท้องได้มากกว่าคนอื่น ๆ 
  • ความเครียด: ความเครียดเรื้อรังมัดส่งผลต่อฮอร์โมน ทั้งยังกระตุ้นให้อยากอาหาร และเกิดการสะสมไขมันช่องท้อง
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ: การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนควบคุมความหิว

ไขมันช่องท้องเยอะ ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ไขมันช่องท้องเยอะ ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

ไขมันช่องท้องเป็นปัญหาทางสุขภาพที่อันตรายกว่าที่คิด และยิ่งถ้าหากมีปริมาณมากเกินไป นอกจากจะเป็นก้อนไขมันที่เกาะอยู่ในช่องท้องแล้ว ก็อาจเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย และส่งผลกระทบจนเกิดเป็นโรค หรือภาวะทางสุขภาพได้ เช่น 

โรคไขมันในเลือดสูง

ถ้าหากว่ามีปัญหาไขมันช่องท้องมากผิดปกติ ก็มักเกิดจากการที่ร่างกายมีไขมันเลวและคอเลสเตอรอลสะสมเยอะ จึงมีโอกาสที่จะทำให้ไขมันเหล่านี้ไหลเข้าไปเกาะอยู่ตามเส้นเลือด และเกิดโรคไขมันในเลือดสูงตามมาได้ 

โรคหัวใจ

หากไขมันที่อยู่ในช่องท้องมีปริมาณเยอะเกินไป ก็อาจแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระ และเกิดผลเสียต่อสุขภาพท้ายแรงตามมา ทั้งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันเส้นเลือด และพัฒนากลายเป็นโรคหัวใจในที่สุด 

ภาวะไขมันพอกตับ

ปริมาณไขมันที่เยอะจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ จะเข้าไปขัดขวางระบบเผาผลาญน้ำตาลของร่างกาย ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสที่จะไปสะสมตามร่างกายและอวัยวะภายในช่องท้อง เกิดเป็นภาวะไขมันพอกตับที่อันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน 

โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด

หากไขมันในช่องท้องมีปริมาณเยอะและกระจายตัวไปเกาะตามผนังหลอดเลือด อาจส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าไขมันเหล่านี้ไปเกาะอุดตันผนังหลอดเลือดหัวใจ ก็จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดได้นั่นเอง

แนวทางการลดไขมันด้วยตัวเอง

เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาไขมันในช่องท้อง ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียและอันตรายต่อชีวิตแล้ว ยังทำให้รูปร่างดูไม่สมส่วน มีปัญหาพุงป่อง พุงยื่นพาให้ขาดความมั่นใจได้ ขอแนะนำให้ศึกษาแนวทางการลดไขมันช่องท้องและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการสะสมไขมันเพิ่มเติม เพื่อสุขภาพที่ดีและเรียกคืนความมั่นใจในรูปร่างกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรต ทานผัก ผลไม้เยอะ ๆ พร้อมหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด ของหวาน อาหารที่มีปริมาณไขมันและโซเดียมสูง 
  • หมั่นออกกำลังกายที่มีส่วนช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี โดยเฉพาะประเภทคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง เดินสลับวิ่ง กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน ซึ่งแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 5 วันจะดีที่สุด 
  • ควบคุมน้ำหนักร่างกายด้วยการทำ IF หรือการลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารเป็นช่วงเวลา เพื่อช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญไขมันของร่างกาย 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้มีระยะเวลาในการซ่อมแซมตัวเอง  
  • หลีกเลี่ยงภาวะเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เนื่องจากเมื่อไหร่ที่เราเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน Cortisol ออกมา จึงทำให้อยากอาหารมากกว่าปกติได้ 
  • เลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารเคมีจะส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลิน และระบบเผาผลาญร่างกายทำงานผิดปกติ จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาได้ 

เลือก CoolSculpting วิธีลดไขมันช่องท้องแบบรวดเร็ว

เลือก CoolSculpting วิธีลดไขมันช่องท้องแบบรวดเร็ว

ปัญหาไขมันช่องท้อง หรือไขมันสะสมที่พุงมากเกินไป นอกจากจะดูแลตัวเองให้ดีตามวิธีข้างต้นแล้ว ยังสามารถเลือกเข้ารับบริการนวัตกรรมทางการแพทย์อย่าง CoolSculpting ควบคู่ไปด้วยได้เช่นกัน เพื่อลดไขมันในช่องท้องอย่างรวดเร็วและเห็นผลยาวนาน 

Coolsculpting นวัตกรรมกำจัดเซลล์ไขมันแบบถาวร ช่วยลดไขมันในช่องท้องด้วยความเย็นติดลบ 11 องศาเซลเซียส ที่สามารถทำให้เซลล์ไขมันตายและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ โดยที่เซลล์ไขมันเหล่านั้นก็จะไม่กลับมาเพิ่มขึ้นอีก หากคุณมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม 

ที่สำคัญเป็นนวัตกรรมความงามที่ไร้แผล ไม่เป็นอันตรายต่อชั้นผิว หลังทำไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และยังสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการเลยล่ะ

สรุป

ไขมันในช่องท้อง ภาวะทางสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้มีพุงใหญ่ ย้วย ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในรูปร่างแล้ว ก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้อีกนานัปการ ซึ่งนอกจากจะจัดการปัญหานี้ด้วยการควบคุมอาหาร และหมั่นออกกำลังกายแล้ว นวัตกรรมทางการแพทย์อย่าง CoolSculpting ก็สามารถช่วยลดปัญหาไขมันในช่องท้อง พร้อมเรียกคืนรูปร่างที่สวยงาม และความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง

สำหรับใครที่สนใจโปรแกรมนี้ ก็สามารถมาปรึกษาคุณหมอ และรับการประเมินร่างกายเบื้องต้นก่อนได้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ ทีมคุณหมอพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทความที่น่าสนใจ

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

Personalized Vitamin จัดวิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคล

เติมเต็มการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน ด้วยการเลือกวิตามินและสารอาหารอย่างใส่ใจ ทั้งชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกาย

Personalized Vitamin คืออะไร?

Personalized Vitamin คือวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทานที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาผลตรวจเลือด (link ไปหน้าเจาะเลือด) ร่วมกับข้อมูลสุขภาพ เพื่อเลือกเสริมสิ่งที่พบว่าขาดหรือมีระดับไม่เพียงพอ พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสม

แพทย์จะพิจารณาชนิด ปริมาณ และช่วงเวลารับประทานจากผลตรวจและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้การเสริมวิตามินมีเป้าหมายชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

การเลือกวิตามิน เริ่มต้นจากข้อมูลสุขภาพของคุณ

Personalized Vitamin เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้แพทย์ใช้ผลตรวจเลือดและข้อมูลสุขภาพประกอบการวางแผนเสริมวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจพบภาวะขาดหรือมีระดับสารอาหารไม่เพียงพอ

ความเหมาะสมของการรับบริการ รวมถึงชนิดและปริมาณที่ควรรับประทาน ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในแต่ละบุคคล

แผนดูแลที่ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

แพ็กเกจ Personalized Vitamin มีระยะเวลาการดูแลให้เลือก 1, 3 หรือ 6 เดือน

มีการจัดปริมาณวิตามินสำหรับรับประทานเป็น วันละ 5, 6 หรือ 7 แคปซูล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปริมาณที่เหมาะสมจากผลตรวจเลือด ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร รวมถึงความต้องการด้านสุขภาพของคุณ

ระหว่างการดูแล แพทย์จะติดตามผลและทบทวนแผน เพื่อให้การรับประทานวิตามินสอดคล้องกับภาวะสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

จากผลตรวจ สู่แผนวิตามินเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกวิตามินและสารอาหาร พร้อมกำหนดปริมาณและช่วงเวลารับประทานที่เหมาะสม นำไปสู่แผนดูแลเฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความจำเป็น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

ควรเตรียมผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา ประวัติโรคประจำตัว รวมถึงรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่ เพื่อให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการประเมินและวางแผนดูแล

สามารถติดต่อทีมดูแลเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนนัดรับบริการได้

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

ชนิดและปริมาณวิตามินขึ้นอยู่กับผลตรวจเลือด ข้อมูลสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

แนวทาง Personalized Vitamin ของ THE RITZ ใช้ผลตรวจเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบแผน แพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนกำหนดวิตามินและสารอาหารสำหรับคุณ

3.ต้องรับประทานวันละกี่แคปซูล?

ปริมาณสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์

4.มีระยะเวลาการดูแลให้เลือกอย่างไร?

มีแพ็กเกจ 1, 3 และ 6 เดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ

5.Personalized Vitamin ต่างจาก Personalized IV Therapy อย่างไร?

Personalized Vitamin เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน ส่วน Personalized IV Therapy เป็นการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป แพทย์จะพิจารณาแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

ใส่ใจสุขภาพของคุณในทุกวัน

ให้การรับประทานวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลที่พิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ พร้อมคำแนะนำและการติดตามโดยแพทย์ผ่าน Personalized Vitamin ที่ THE RITZ WELLNESS

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

Personalized IV Therapy สูตร IV Therapy ที่ออกแบบเฉพาะคุณ

เติมเต็มการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและสารอาหาร สูตรที่ออกแบบเฉพาะคุณ พร้อมการวางแผนและติดตามโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน

Personalized IV Therapy คืออะไร?

Personalized IV Therapy  คือการนำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ด้วยสูตรที่แพทย์ออกแบบจากผลตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายในการดูแล พร้อมติดตามผลและปรับแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สูตรวิตามินดริป ออกแบบจากข้อมูลอะไรบ้าง?

Personalized IV Therapy เหมาะกับใคร?

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุดและแม่นยำ โดยการนำข้อมูลสุขภาพมาใช้ประกอบการวางแผนดูแลด้วยวิตามินดริป ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ก่อนรับบริการ

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ แพทย์สามารถนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและเป้าหมาย เพื่อประเมินว่า Personalized IV Therapy เหมาะเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหรือไม่

แผนการดูแลที่เลือกได้ตามความเหมาะสม

แพ็กเกจ Personalized IV Therapy มีจำนวนการรับบริการให้เลือก 4, 12 และ 24 ครั้ง

แพทย์จะพิจารณาสูตรและความถี่ในการรับบริการตามภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล พร้อมทบทวนแผนระหว่างการดูแลอย่างต่อเนื่อง

สามารถสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจรับบริการ

จากผลตรวจ สู่สูตรวิตามินดริปเฉพาะคุณ

THE RITZ WELLNESS แพทย์จะวิเคราะห์ผลตรวจเลือด ร่วมกับประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ เพื่อเลือกส่วนประกอบและออกแบบสูตรวิตามินดริป พร้อมกำหนดความถี่ในการรับบริการให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยติดตามผลและปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการ?

กรุณาติดต่อทีมดูแลเพื่อรับคำแนะนำก่อนนัดหมาย และเตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงผลตรวจสุขภาพที่ผ่านมา

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

1.ทุกคนได้รับสูตรวิตามินเหมือนกันหรือไม่?

แพทย์พิจารณาส่วนประกอบและสูตรจากผลตรวจ ภาวะสุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล สูตรที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

2.ต้องตรวจเลือดก่อนหรือไม่?

การทำ Personalized IV Therapy ของ THE RITZ Wellness  จะใช้ผล Vitality Blood Check หรือ ผลเลือด ร่วมกับข้อมูลสุขภาพประกอบการออกแบบสูตร โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมก่อนวางแผนดูแล

3.ต้องรับบริการบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ เป้าหมาย และการตอบสนองของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาแผนที่เหมาะสม

4.มีแพ็กเกจให้เลือกกี่ครั้ง?

มีแพ็กเกจ 4, 12 และ 24 ครั้ง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแผนและความถี่ที่เหมาะกับคุณ

5.Personalized IV Therapy ต่างจาก Personalized Vitamin อย่างไร?

Personalized IV Therapy นำวิตามินและสารอาหารเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการดริป ส่วน Personalized Vitamin  เป็นวิตามินและสารอาหารสำหรับรับประทาน แพทย์จะพิจารณาแต่ละแนวทางตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของคุณ

เริ่มต้นจากความเข้าใจ สู่การดูแลเฉพาะคุณ

นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแล พร้อมให้แพทย์พิจารณาสูตรวิตามินดริปที่เหมาะสมกับคุณผ่าน Personalized IV Therapy ที่ THE RITZ WELLNESS

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

Vitality DNA Code เข้าใจรหัสพันธุกรรม เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะคุณ

การทำความเข้าใจข้อมูลจาก DNA ช่วยให้คุณรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะกับคุณในระยะยาว

Vitality DNA Code คืออะไร?

Vitality DNA Code คือ คือโปรแกรมตรวจวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรมจากตัวอย่างน้ำลาย เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกาย เช่นด้านผิวพรรณ โภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย 

ผลการตรวจแสดงแนวโน้มทางพันธุกรรมในด้านต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์นำมาพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และเป้าหมายของคุณ ก่อนให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและปรับไลฟ์สไตล์อย่างเหมาะสม

ข้อมูลจาก DNA ช่วยให้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ DNA ซึ่งยังครอบคลุมด้านอื่น ๆ ตามแพ็กเกจที่เลือก

Vitality-DNA-Code

ผิวพรรณและความงาม

สำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ กระ สิว และความไวต่อแสงแดด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางดูแลผิวเฉพาะบุคคล

สารอาหารและโภชนาการ

ทำความเข้าใจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับวิตามิน แร่ธาตุ ความไวต่ออาหารบางประเภท และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบคำแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

การควบคุมน้ำหนัก

สำรวจข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำหนักและการตอบสนองต่อแนวทางควบคุมน้ำหนัก เช่น รูปแบบอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อประกอบการวางแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

การออกกำลังกายและการฟื้นตัว

ทำความเข้าใจแนวโน้มด้านสมรรถภาพ ความแข็งแรง ความทนทาน และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย เพื่อใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับรูปแบบกิจกรรมของแต่ละบุคคล

การนอนหลับและไลฟ์สไตล์

สำรวจแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ การจัดการความเครียด และลักษณะเฉพาะบางด้าน เพื่อประกอบการทำความเข้าใจพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคุณ

แนวโน้มความเสี่ยงด้านสุขภาพ

รับข้อมูลแนวโน้มทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสุขภาพตามแพ็กเกจที่เลือก โดยแพทย์จะอธิบายผลและพิจารณาร่วมกับข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคล

เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการดูแล

Vitality DNA Code มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ โดยมีขอบเขตการวิเคราะห์แตกต่างกัน

1.DNA Skin Test
เข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง

DNA skin test

แพ็กเกจตรวจ 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ เช่น การเกิดริ้วรอยและสิว พร้อมข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น  วิตามินและแร่ธาตุ โภชนาการ การออกกำลังกาย การดูแลน้ำหนัก การนอนหลับ ภูมิแพ้ และหมวดอื่น ๆ ตามรายการของแพ็กเกจ

ข้อมูลจากการตรวจนำมาใช้ประกอบการวางแนวทางดูแลผิวและสุขภาพร่วมกับแพทย์ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคล

2.Premium DNA Test
สำรวจข้อมูลพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

แพ็กเกจตรวจ 28 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจแนวโน้มทางพันธุกรรมด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

แพทย์จะช่วยอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนดูแลตนเองในระยะยาว

จากรหัสพันธุกรรม สู่เส้นทางดูแลสุขภาพของคุณ 

THE RITZ WELLNESS การดูแลเริ่มต้นจากการรับฟังสิ่งที่คุณต้องการ ประเมินประวัติสุขภาพ และทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ก่อนเลือกการตรวจที่เหมาะสม

เมื่อได้รับผลตรวจ แพทย์จะอธิบายข้อมูลและพิจารณาร่วมกับบริบทสุขภาพของคุณ เพื่อนำไปประกอบคำแนะนำด้านการดูแลผิว โภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลสุขภาพหรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

1.การตรวจใช้ตัวอย่างอะไร?

Vitality DNA Code ใช้ตัวอย่างน้ำลายสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม โดยทีมดูแลจะแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างก่อนรับบริการ

2.DNA Skin Test กับ Premium DNA Test ต่างกันอย่างไร?

DNA Skin Test มี 13 รายการ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแนวโน้มด้านผิวพรรณ พร้อมข้อมูลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้อง ส่วน Premium DNA Test มี 28 รายการ โดยเพิ่มขอบเขตการวิเคราะห์ด้านสุขภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมอื่น ๆ

3.ตรวจ DNA ต่างจากตรวจเลือดอย่างไร?

Vitality DNA Code มุ่งวิเคราะห์แนวโน้มทางพันธุกรรม ส่วน Vitality Blood Check ประเมินตัวชี้วัดสุขภาพจากเลือดตามโปรแกรมที่เลือก แพทย์จะพิจารณาว่าข้อมูลใดเหมาะกับความต้องการและเป้าหมายสุขภาพของคุณ

4.ต้องเตรียมตัวอย่างไร และใช้เวลารอผลนานเท่าไร?

กรุณาสอบถามทีมดูแลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนเก็บตัวอย่าง และระยะเวลารอผลก่อนนัดรับบริการ

เข้าใจตัวคุณมากขึ้น เริ่มต้นวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ค้นพบข้อมูลทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ พร้อมให้แพทย์ช่วยอธิบายผลและวางแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลกับ THE RITZ WELLNESS

Moveo Red Laser

ราคาทดลอง 699.-

ปรึกษาฟรี
ถามหมอได้เลยครับ